ข่าวนี้ที่ 1

| 16 สิงหาคม 2560 | 17:05

ZIGA ลงกระดานเทรดสนั่น! กูรูให้เป้าสูงสุด 9.80 บาท

"ซิก้า อินโนเวชั่น(ZIGA)"ได้ฤกษ์นำหุ้นเข้าเทรดใน mai วันแรก(17 ส.ค.) ผู้บริหารมั่นใจนักลงทุนแห่เข้าซื้อในกระดาน หลังพลาดจองซื้อไอพีโอ ชี้ปัจจัยพื้นฐานแกร่งอนาคตธุรกิจเติบโตสูง เหตุเป็นผู้ผลิตเหล็ก Pre-Zinc นวัตกรรมทางเลือกใหม่ ทนการผุกร่อน ป้องกันสนิมได้นาน มีช่องทางขยายธุรกิจอีกมาก ด้านโบรกฯมองกำไรปี 61-62 โตปีละ 26% ให้ราคาเหมาะสม  8.40-9.80 บาท  

 *** ZIGA  เทรด mai วันนี้วันแรก
    นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บมจ. ซิก้า อินโนเวชั่น เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “ZIGA” ในวันที่ 17 สิงหาคม นี้ โดย ZIGA ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กชุบเคลือบสังกะสีแบบ Pre-Zinc ซึ่งมีคุณสมบัติในการทนต่อการกัดกร่อน ป้องกันสนิม และมีความยืดหยุ่นต่อการดัดใช้งาน โดยมีผลิตภัณฑ์เหล็กโครงสร้าง หรือท่อเหล็กอเนกประสงค์ ภายใต้ตราสินค้า “ZIGA” สำหรับการใช้งานประเภทงานโครงสร้างทั่วไปที่รับน้ำหนักไม่มาก เช่น โครงสร้างของคอกสัตว์ เรือนเพาะชำ เฟอร์นิเจอร์ และผลิตภัณฑ์ท่อเหล็กร้อยสายไฟ ภายใต้ตราสินค้า “DAIWA” บริษัทเป็นผู้เชี่ยวชาญในการผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐาน มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ทั้งกลุ่มตัวแทนจำหน่าย ร้านค้าปลีก ผู้ประกอบการ และผู้รับเหมา
    ZIGA มีทุนชำระแล้ว 260 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 440 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 80 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งจำนวนต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 9-11 สิงหาคม 2560 ในราคาหุ้นละ 5.90 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 472 ล้านบาท พร้อมกันนี้ บริษัท ดีงาม โฮลดิ้ง จำกัด ในฐานะผู้ถือหุ้นของ ZIGA ได้นำหุ้นสามัญเดิมออกขายจำนวน 50 ล้านหุ้นในราคาเดียวกัน รวมมูลค่าหลักทรัพย์  ณ ราคา IPO 3,068 ล้านบาท โดยมีบริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ บล. ธนชาต เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
    ZIGA มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ กลุ่มครอบครัวงามจิตรเจริญ ถือหุ้น 65.03% กลุ่มครอบครัวตรีมุทธาพงศ์ ถือหุ้น 9.97% และกลุ่มนามสกุลหัสดินไพศาล ถือหุ้น 0.97% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้นคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ 17.56 เท่า คำนวณจากผลประกอบการ 4 ไตรมาสล่าสุด (1 กรกฏาคม 2559-30 มิถุนายน 2560) ซึ่งเท่ากับ 174.48 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.336 บาท ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีและสำรองตามกฎหมายตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัทและกฎหมาย

***หุ้นน้องใหม่ อนาคตสดใส
    นางสาวพิมพ์ผกา  นิจการุณ  กรรมการผู้จัดการธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน)  หรือ ZIGA เชื่อมั่นว่าเมื่อหุ้น ZIGA เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์  mai วันนี้ (17 ส.ค.2560) จะได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากนักลงทุน พร้อมทั้งเชื่อว่าจะเป็นหุ้นน้องใหม่ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจให้กับนักลงทุนได้ เนื่องจากมีความโดดเด่นในทุกมิติไม่ว่าจะเป็นปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ธุรกิจยังมีอนาคตที่สดใสสามารถเติบโตได้อีกมาก ผลประกอบการทั้งรายได้และกำไรมีอัตราการขยายตัวที่โดดเด่นและต่อเนื่องทุกปี และที่สำคัญคือผู้บริหารเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงมีความมุ่งมั่นทำงานและมีวิสัยทัศน์ ที่จะนำพาองค์กรเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง
    การกำหนดราคาจองซื้อที่ระดับ 5.90 บาทต่อหุ้น ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสม เนื่องจากได้ใช้วิธีการสำรวจความต้องการ (Book Building) จากนักลงทุนสถาบัน ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่เกิดจากความต้องการที่แท้จริง  ขณะเดียวกันภายหลังจากการปิดให้จองซื้อหุ้นแล้ว แต่ปรากฎว่ายังมีนักลงทุนอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่ได้รับจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าว ได้สอบถามข้อมูลเข้ามาอย่างต่อเนื่องและแสดงความประสงค์ที่อยากจะเข้าถือหุ้น ZIGA โดยการเข้าไปซื้อในกระดานแทน

***นวัตกรรมเหล็กทางเลือกใหม่ 
     นายวรชาติ ทวยเจริญ กรรมการผู้จัดการบริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ ZIGA กล่าวเสริมว่า “ซิก้า อินโนเวชั่น”คือผู้นำในการผลิตและจำหน่ายเหล็กโครงสร้างประเภท Pre-Zinc ภายใต้ตราสินค้า ZIGA ในปัจจุบันได้รับความ นิยมสูงมาก เพราะถือเป็นเหล็กนวัตกรรมทางเลือกใหม่ของผู้บริโภคและช่างรับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากคุณสมบัติที่โดดเด่นคือทนต่อการผุกร่อน, ป้องกันสนิมได้เป็นเวลานาน, มีความทนทานต่อการดัดขึ้นรูป และมีพื้นผิวที่เรียบ, เงา, สวยงาม และสม่ำเสมอ
    นอกจากนี้แนวโน้มธุรกิจยังมีโอกาสที่จะเติบโตอีกมากอนาคต โดยสามารถที่จะเข้าไปเป็นสินค้าทดแทนตลาดท่อเหล็กดำแบบเดิม ทำให้มีช่องที่จะขยายตัวอีกมาก ประกอบกับแบรนด์ ZIGA มีความแข็งแกร่งและได้รับความนิยมอย่างสูง  ประเด็นสำคัญคือผลการดำเนินงานของ ZIGA ในช่วงสามปีที่ผ่านมากำไรขยายตัวขึ้นทุกปี
      “ต้องเรียกว่าครบเครื่องสำหรับหุ้นน้องใหม่รายนี้ ทั้งความโดดเด่นในการทำธุรกิจ อนาคตที่คาดว่ายังจะไปได้อีกไกล กำไรที่ดีสามารถขยายตัวต่อเนื่องได้ทุกปี และคณะผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ มีความมุ่งมั่นในการทำงาน มีความตั้งใจที่จะผลักดันให้ ZIGA เดินหน้าต่อไปด้วยความมั่นคงและแข็งแกร่ง ดังนั้นเชื่อว่าเมื่อเข้าเทรดในวันที่ 17 ส.ค.นี้ จะได้รับการตอบรับที่คึกคักมากๆ และทำให้หุ้นน้องใหม่รายนี้กลายเป็นขวัญใจนักลงทุนได้ไม่ยาก” นายวรชาติ กล่าว 

***มั่นใจสร้างผลตอบแทนน่าพอใจ
    นายศุภกิจ งามจิตรเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น  จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าขอให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่น เพราะคณะผู้บริการและพนักงานทุกคนมีความมุ่งมั่นและตั้งใจจะช่วยกันผลักดันธุรกิจให้เติบโตไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง โดยหลังจากที่ได้เงินจากการระดมทุนเข้ามาจะนำไปลงทุนซื้อที่ดิน และเครื่องจักรสำหรับขยายกำลังการผลิต ส่วนที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน  ซึ่งจะทำให้ “ซิก้า อินโนเวชั่น” เข้มแข็งขึ้น ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและยอมรับมากขึ้น มีความพร้อมมากขึ้นในการรุกไปข้างหน้า เมื่อหุ้น ZIGA เข้าซื้อขายในตลาด mai จึงมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีและสามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้แก่ทุกท่าน
     บริษัทดำเนินธุรกิจมา กว่า 19 ปี ให้ความสำคัญกับการสร้างสินค้าที่มีความแตกต่างและรักษาคุณภาพของสินค้าให้มีความสม่ำเสมอ มีการควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบจากผู้ผลิตที่มีคุณภาพ การควบคุมการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับประเทศและระดับสากล รวมถึงการตรวจสอบคุณภาพของสินค้าที่ผลิตเสร็จ ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai จะช่วยสร้างฐานทุนที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับการเพิ่มกำลังการผลิต  

***โบรกฯประเมินราคาเหมาะสม 8.40-9.80 บาท 
     บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ได้เผยแพร่เผยแพร่บทวิเคราะห์ บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ZIGA และได้ประเมินมูลค่าเหมาะสมไว้ที่ราคา 8.40 บาท โดยระบุว่า ZIGA คือผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กโครงสร้างประเภท Pre-zinc ภายใต้แบรนด์ Ziga ซึ่งถือเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรม และท่อร้อยสายไฟภายใต้แบรนด์ DAIWA โดยเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายรายแรกๆในตลาดเหล็กชุบสังกะสีด้วยกระบวนการต่อเนื่อง (Pre-zinc) เพื่อใช้ทดแทนเหล็กที่ไม่ได้ผ่านการชุบ รวมทั้งเหล็กชุบสังกะสีหลังการขึ้นรูป โดยในระยะเวลา 3 เดือนแรกของปี 2560 บริษัทมีสัดส่วนของยอดขายจากผลิตภัณฑ์ Ziga และ DAIWA ในอัตราส่วน 91:9 เป็นผู้นำในตลาดท่อเหล็ก Pre-zinc
          ด้วยคุณสมบัติของท่อเหล็ก Pre-zinc ที่คงทนกว่าและมีต้นทุนในการติดตั้งรวมที่ถูกกว่า เมื่อเทียบกับท่อเหล็กดำ ทำให้ผู้บริโภคและช่างรับเหมาหันมาใช้เหล็ก Pre-zinc เพิ่มขึ้นมาก โดยในช่วงสามปีที่ผ่านมาปริมาณการผลิตท่อเหล็กของ ZIGA เติบโตเฉลี่ย 45% ต่อปี จึงมองว่าผลิตภัณฑ์ของ ZIGA นอกจากจะเติบโตตามการลงทุนของภาครัฐแล้ว ยังสามารถแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากท่อเหล็กดำแบบเดิมด้วย ขณะเดียวกันในด้านการแข่งขันจากขนาดของตลาดท่อเหล็ก Pre-zinc ที่ยังเล็กอยู่ ทำให้การเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ยังไม่มาก ประกอบกับแบรนด์ Ziga ได้รับความนิยมสูงและมีสถานะทางการตลาดที่เข้มแข้งผ่านตราสินค้า จึงถือเป็นบริษัทที่โดดเด่นและน่าสนใจ
          ในด้านของผลประกอบการ บล.ธนชาต ประเมินว่ากำไรของ ZIGA ยังมีอัตราการเติบโตที่ดีต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2560-2562 กำไรจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 25.2% จากปี 2559 ที่ผ่านมาซึ่งทำได้ 226 ล้านบาท สำหรับผลงานในปีนี้ช่วงครึ่งปีแรกคาดว่าผลการดำเนินงานจะอ่อนตัวลง เพราะประโยชน์จากเหล็กต้นทุนต่ำลดลง แต่จะเริ่มดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งมาจากการขยายกำลังการผลิตและออกผลิตภัณฑ์ใหม่รองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นทั้งกลุ่มเดิมและกลุ่มใหม่จากการเจาะตลาดไปยังพื้นที่ใหม่เพิ่มขึ้น

***มองกำไร 3 ปีโตโดดเด่น
           บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่าเหล็กชุบสังกะสีประเภท Pre-zinc ชนิดม้วนขึ้นรูปเป็นท่อ ทำให้ได้ท่อชุบสังกะสีที่มีความหนาสม่ำเสมอ ทนทาน และมีราคาถูกลง สามารถนำไปใช้ได้ทั้งกับงานที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น รั้ว ราวบันใด หรืองานที่ต้องรับน้ำหนักพอควร เช่น เต้นท์ นั่งร้าน เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงงานที่ต้องการความแข็งแรงมากขึ้น เช่น คอกเลี้ยงสัตว์ และโรงเพาะชำ ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ ZIGA ได้รับความนิยมถูกนำไปใช้ทดแทนท่อเหล็กชุบแบบเดิม จึงทำให้ผลประกอบการในช่วงสามปีที่ผ่านมาเติบโตโดดเด่นอย่างมาก
          จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ทำให้ความต้องการวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะเหล็กเริ่มฟื้นตัว ซึ่งในปีนี้สถาบันเหล็กและเหล็กหล้าแห่งประเทศไทยคาดว่าความว่าต้องการเหล็กจะมีอัตราการขยายตัวต่อเนื่องราว 8% จากปีที่ผ่านมา และด้วยเหล็กโครงสร้าง Pre-zinc ของ ZIGA เป็นสินค้าทดแทน ประกอบกับสัดส่วนการใช้ยังอยู่ในระดับต่ำมากเพียง 8.9% ของปริมาณการใช้ท่อเหล็ก จึงคาดว่าความต้องการใช้เหล็ก Pre-zinc จะยังขยายตัวสูงต่อเนื่อง และมีโอกาสขยายตัวสูงกว่าอุตสาหกรรมในช่วง 3 ปีข้างหน้า
          บล.ฟินันเซียฯ ระบุในช่วงท้ายว่าจากการรับรู้ของตลาดในการใช้ท่อเหล็ก Pre-zinc ทดแทนท่อเหล็กชุบแบบเดิมที่มากขึ้น และการใช้เทคโนโลยีมาบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้กำไรสุทธิในช่วงสาม ปีที่ผ่านมาเติบโตสูงถึง 207% สำหรับปีนี้คาดว่า ZIGA ยังสามารถสร้างกำไรสุทธิที่โดดเด่นต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 26 มาอยู่ที่ 284 ล้านบาทจากปีที่ผ่านมา และในปี 2561-2562 คาดว่ากำไรสุทธิจะโตเฉลี่ยร้อยละ 26 ต่อปี ในด้านของการประเมินราคาได้ราคาที่เหมาะสมเฉลี่ยเท่ากับ 9.80 บาท 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด