ข่าวนี้ที่ 1

| 16 พฤษภาคม 2560 | 17:05

PTTGC มั่นใจรายได้ปีนี้ 4.4 แสนลบ. ปริมาณ-ราคาขายปิโตรฯ พุ่ง

     "พีทีที โกลบอล เคมิคอล" คาดรายได้ปีนี้แตะ 4.4 แสนลบ. ขยายตัว 26% จากปีก่อน พลิกกลับมาเติบโตในรอบ 2 ปี ผลจากกำลังการผลิตเพิ่ม-ราคาขายทุกผลิตภันฑ์สูงกว่าปีก่อน แต่ยอมรับ Q2/60 เป็นจุดต่ำสุดของปี หลังสเปรดปิโตรเคมีกลับสู่จุดปกติ โบรกฯแนะนำซื้อ เคาะเป้าสูงสุด 82 บาท ด้าน IRPC คงเป้า EBITDA ปีนี้ที่ 1.8 หมื่นลบ. คาดทั้งปีไร้ผลขาดทุนสต๊อกน้ำมัน
 
*** คาดรายได้ปีนี้ 4.4 แสนลบ. หลังปริมาณ-ราคาขายปิโตรดีขึ้น  
    บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC แถลงผลประกอบการไตรมาส 1/60 โดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนางสาวดวงกมล เศรษฐนัง รองกรรมการ
ผู้จัดการใหญ่ เป็นผู้ให้ข้อมูล  
    บริษัทฯ คาดรายได้ปี60 อยู่ที่ 4.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากปีก่อนที่มีรายได้ 3.5 แสนล้านบาท เนื่องจากกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น และราคาทุกผลิตภัณฑ์สูงกว่าปี59 
    อนึ่ง หาก PTTGC ทำรายได้ปีนี้ตามเป้าหมายที่ 4.4 แสนล้านบาท เท่ากับว่าบริษัทฯ จะมีรายได้เติบโตเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีนับจากปี59 ที่รายได้ลดลง 13.97% YoY และปี58 ที่รายได้ลดลง 29.25% YoY 
    อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งปีจะคาดว่ารายได้เติบโต 26% แต่คาดว่างวดไตรมาส 2/60 รายได้จะต่ำกว่าไตรมาส 1/60 
ที่มีรายได้ 1.07 แสนล้านบาท และถือว่าเป็นไตรมาสที่มีรายได้ต่ำสุดของปีนี้ เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์ Benzene-Butadiene ลดลงจากไตรมาส1/60 ที่ราคาปรับตัวสูงผิดปกติ 
    นอกจากนี้ ช่วงไตรมาส 2/60 เป็นช่วงที่มีการปิดซ่อมโรงโอเลฟินส์ 45 วัน ทำให้กำลังผลิตลดลงเหลือเหลือ 90% จากไตรมาส 1/60 กำลังการผลิตอยู่ที่ 95% และปิดซ่อมโรงอะโรเมติกส์ 45 วัน ทำกำลังผลิตเหลือ 65% แต่ไตรมาส4/60 กำลังการผลิตจะกลับมาเดินเครื่องเต็มที่ ทั้งโรงกลั่น โรงโอเลฟินส์ และอะโรเมติกส์

*** ค่าการกลั่น Q2 ทรงตัว - งบลงทุนปีนี้ 5 หมื่นลบ.
    ส่วนค่าการกลั่น (GRM) ในไตรมาส 2/60 คาดอยู่ที่ 6 เหรียญ/บาร์เรล ทรงตัวเท่าไตรมาส 1/60 เพราะโครงการเพิ่มรายได้และลดต้นทุน (โครงการ MAX) และการหาแหล่งน้ำมันดิบต้นทุนต่ำ โดยทั้งปีนี้คาด GRM อยู่ที่ 6.3 เหรียญ/บาร์เรล จากปีก่อนอยู่ที่ 5.3 เหรียญ/บาร์เรล
    ปีนี้้คาดรับรู้กำไรจากโครงการ Max ประมาณ 3.2 พันล้านบาท จากไตรมาส 1/60 รับรู้กำไรแล้ว 652 ล้านบาท ส่วนปี 61 คาดรับรู้กำไรเพิ่มเป็น 6 พันล้านบาท และเพิ่มเป็น 9 พันล้านบาทในปี 62
     บริษัทเตรียมออกหุ้นกู้ วงเงิน 1 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 3/60 เพื่อชำระคืนหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนด โดยคาดว่าจะเป็นการออกครั้งเดียวเต็มวงเงิน มีอายุ 5ปี เพื่อรักษาฐานนักลงทุนและรักษาหนี้สินต่อทุน (D/E) ไม่ต่ำกว่า 0.15 เท่า
    งบลงทุนปีนี้้อยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นซื้อหุ้นปิโตรเคมี 6 บริษัท จาก บมจ.ปตท. (PTT) จำนวน 2.6 หมื่นล้านบาท จะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/60 ที่เหลือลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพและลงทุนก่อสร้างโครงการของบริษัทอยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยแหล่งเงินมาจากกระแสเงินสดที่มี 6 หมื่นล้านบาท ขณะที่ตั้งงบลงทุน 5 ปีอยู่ที่ 1.5 แสนล้านบาท

*** โบรกฯ แนะนำซื้อ เคาะเป้าสูงสุด 82 บาท 
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง  แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 82 บาท อ้างอิง PBV 1.4 เท่า (ค่าเฉลี่ย+0.5SD) แนวโน้มผลประกอบการ Q2/60 อ่อนตัวลง QoQ ตามธุรกิจโอเลฟินส์ที่มีแผนหยุดโรงงาน I4-1 เป็นเวลา 39 วันระหว่างไตรมาส เช่นเดียวกับอะโรเมติกส์ที่มีการหยุดโรงงาน Aro II ในช่วงปลายไตรมาส อีกทั้งส่วนต่างราคาเริ่มปรับตัวลง โดยเฉพาะ BZ มีเพียงธุรกิจโรงกลั่นที่คาดปรับตัวขึ้นตามค่าการกลั่น แต่ยังคงไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากธุรกิจโอเลฟินส์ และอะโรเมติกส์ได้ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผลประกอบการคาดฟื้นตัว จากแผนการหยุดโรงงานที่ลดลงในไตรมาส 3 และ 4
    แม้แนวโน้มผลประกอบการ Q2/60 จะอ่อนตัวลง แต่ผลประกอบปกติ Q1/60 คิดเป็น 38.0% ของประมาณการของเรา เพียงพอที่จะทำให้เราคงประมาณการสำหรับ FY2560 ไว้ที่ 29,544 ล้านบาท และยังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 82 บาท อ้างอิง PBV 1.4 เท่า (ค่าเฉลี่ย+0.5SD)
    บล.เคทีบี?คาดผ่านช่วงที่ดีที่สุดของปีไปแล้ว spread  กลับสู่จุดปกติ แนวโน้มผลประกอบการใน Q2/60 ของ PTTGC จะมีทิศทางที่อ่อนตัวลง เนื่องจากปัจจุบันในส่วนของ spread ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่สูงผิดปกติใน Q1/60 ได้ปรับตัวลดลงสู่ระดับปกติแล้วทั้งในส่วนของ Benzene, Butadiene และ MEG  ขณะที่บริษัทมีแผนในการหยุดซ่อมบำรุงโรงโอเลฟินส์หน่วยที่ 2/1 และ 2/2 เป็นระยะเวลาประมาณ 40 วันและ 11 วันตามลำดับ 
    นอกจากนี้ ในส่วนของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีหลักอย่างเม็ดพลาสติก HDPE เองก็ยังทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลงมากนักจากช่วงต้นปี ทำให้แนวโน้มกำไรจะมีทิศทางที่อ่อนตัวลงจากระดับที่สูงผิดปกติใน 1Q17 ได้ ดังนั้น จึงได้ปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 77 บาทแต่ยังแนะนำ “ถือ” เนื่องจากปัจจัยที่ทำให้ผลประกอบการดีใน 1Q17 นั้นไม่เกิดขึ้นแล้ว (spread อ่อนตัวลงมาแล้ว)
    บล.ฟิลลิป  แนะนำ “ทยอยซื้อ” ราคาพื้นฐาน 76 บาท แม้ว่าแนวโน้ม Q2/60 จะไม่โดดเด่นอย่างใน Q1/60 จาก 
1) การกลับมาอ่อนตัวอีกครั้งของค่าเงินบาท  2) แผนการหยุดซ่อมบำรุงโรงอะโรเมติกส์และโอเลฟินส์ช่วงปลายไตรมาส 
3)สเปรดปิโตรเลียมที่อ่อนตัว อย่างไรก็ตาม ผลดำเนินงานใน 1Q60 คิดเป็น 44% ของประมาณการทั้งปีแล้ว ทางฝ่ายจึงแนะ
นำ “ทยอยซื้อ” ราคาพื้นฐาน 76 บาท

*** IRPC คงเป้า EBITDA ปีนี้ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท
    นางรัชดาภรณ์ ราชเทวินทร์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายบัญชีและการเงิน บมจ.ไออาร์พีซี ( IRPC ) คาดว่ากำลังผลิตปีนี้จะลดลงเหลือ 1.78 แสนบาร์เรล/วัน จากปกติที่ 1.8-1.85 แสนบาร์เรล/วัน  เนื่องจากไตรมาส 1/60 ได้ปิดซ่อมโรงกลั่น 34 วัน เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ  
     ส่วนค่าการกลั่นรวม ( Market GIM) ปีนี้จะใกล้เคียงปีก่อนที่ 13 เหรียญต่อบาร์เรล เพราะส่วนต่างปิโตรเคมีนั้นยังอยู่ระดับดีต่อเนื่องจากไตรมาส 1/60 เนื่องจากมีโรงงานหลายแหล่งมีการปิดซ่อมบำรุง ส่วนโรงกลั่น คาดว่าจะทรงตัว เพราะขึ้นอยู่กับทิศทางราคาน้ำมัน
     บริษัทคงเป้า EBITDA ปีนี้ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 1.74 หมื่นล้านบาท เนื่องจากบริษัทหวัง
ได้ EBITDA จากโครงการ Everest ราว 7 พันล้านบาท แม้ไตรมาส 1/60 ทำได้เพียง 681 ล้านบาท และผลดีจากการปรับ
ปรุงสิทธิภาพ โครงการ UHV ที่จะเสร็จในอีก 3-6 เดือน และบริษัทคาดว่าปีนี้ไม่มีผลขาดทุนสต๊อกน้ำมัน หากราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 52-53 เหรียญบาร์เรล/วัน 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด