ข่าวนี้ที่ 1

| 15 พฤศจิกายน 2560 | 17:05

BCPG ปลื้ม!มาร์เก็ตแคปทะลุเป้า เล็งดัน EBITDA โตปีละ 20%

"บีซีพีจี" มั่นใจปี 61 มาร์เก็ตแคปทะลุเป้า 5 หมื่นล้านบาท  เร็วกว่าแผนเดิมที่คาดเป็นปี 65 หลังนักลงทุนเชื่อมั่นซื้อหุ้นต่อเนื่อง ทำให้มาร์เก็ตแคปล่าสุดแตะ 4.5 หมื่นล้านบาท เผยปีหน้ารับรู้กำลังผลิตไฟฟ้าใหม่อีกเกือบ 200 เมกะวัตต์ จากสิ้นปีนี้อยู่ที่ราว 600 เมกะวัตต์ พร้อมเดินหน้าขยายกำลังผลิตพลังงานทด แทนทุกรูปแบบ เน้น IRR ไม่ต่ำกว่า 15% ตั้งเป้า EBITDA โตปีละไม่ต่ำ 20% วางงบลงทุน 5 ปี (ปี 61-65) 3 หมื่นล้านบาท ด้าน "บ้านปู เพาเวอร์" เผยปี 61 มีโรงไฟฟ้า COD รวม 2,160 เมกะวัตต์ หนุนรายได้โตต่อเนื่อง

*** ปี 61 มาร์เก็ตแคปทะลุ 5 หมื่นลบ.เร็วกว่าแผน
    นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท บีซีพีจี  จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG เปิดเผยว่า ในปี 61 คาดมาร์เก็ตแคปจะสามารถทะลุเป้าหมาย 5 หมื่นล้านบาท จากเดิมตั้งเป้าไว้ปี 65 หลังจากนักลงทุนได้ให้ความเชื่อมั่นและเข้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ล่าสุดมาร์เก็ตแคปของบริษัทปัจจุบันอยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงกลางปีที่ประกาศเป้าหมายยังมีมาร์เก็ตแคปราว 3 หมื่นล้านบาทเท่านั้น

*** รับรู้รายได้จากกำลังผลิตใหม่อีก 200 MW
    โดยปี 61 จะรับรู้รายได้จากกำลังการผลิตใหม่อีกเกือบ 200 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โซลาร์ราชการ 9 เมกะวัตต์, โซลาร์รูฟจากโครงการ Smart Energy ไม่ต่ำกว่า 50 เมกะวัตต์, โครงการ SPP Hybrid และ VSPP รวมประมาณ 20-40 เมกะวัตต์ และโครงการโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่นอีก 80-90 เมกะวัตต์
    บริษัทตั้งงบลงทุน 5 ปี (2561-2565) ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท สำหรับขยายกำลังการผลิตพลังงานทดแทนทั้งในและต่างประเทศ โดยไม่เน้นจำนวนเมกะวัตต์ แต่จะเน้นโครงการที่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ไม่ต่ำกว่า 15% เพื่อรักษาอัตราการเติบโตของ EBITDA ไม่ต่ำกว่าปีละ 20%
    ขณะที่ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาเข้าลงทุนและซื้อกิจการธุรกิจพลังงานทดแทนทั้งในและต่างประเทศหลายโครงการ ทุกรูปแบบการผลิต แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

*** ติดตั้งโซลาร์รูฟ 5 โครงการอสังหาฯ
    บริษัทได้ร่วมมือกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ติดตั้งโซลาร์รูฟ 5 โครงการอสังหาฯ เบิกร่องซื้อขายไฟฟ้าด้วยอินเตอร์เน็ตให้ผู้อาศัยในโครงการ Smart Energy 
    โครงการ Smart Energy บริษัทเป็นรายแรกของประเทศที่นำร่องใช้ Blockchain Technology สำหรับซื้อขายไฟฟ้าด้วยระบบอินเตอร์เน็ต ผ่านแอพลิเคชั่นสมาร์ทโฟน โดยจะติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ของพาร์ทเนอร์ เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้กับผู้พักอาศัยในโครงการ ซึ่งมีราคาถูกกว่าการไฟฟ้าถึง 10%
    โดยเฟสแรกจะเริ่มต้นใน 5 โครงการของ SIRI ประกอบด้วยโรงแรม 2 แห่ง คอมมูนิตี้มอลล์ 1 แห่ง โรงเรียน 1 แห่ง และโรงงานอีก 1 แห่ง และเฟสต่อไปมีอีก 15 โครงการเตรียมเข้าร่วม
     “เราเริ่มกับ SIRI ก่อนเป็นโครงการนำร่อง ซึ่งได้มีข้อตกลงไว้แล้วว่าจะนำ 20 โครงการของ SIRI มาเข้าร่วม ซึ่งจะเริ่ม 5 โครงการแรกก่อน กำลังการผลิตรวมราว 10 เมกะวัตต์ คาดแล้วเสร็จพร้อมขายไฟฟ้าช่วง Q2/61 นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยกับพาร์ทเนอร์รายอื่นอีกหลายราย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้" 
    ปี 61 กำลังการผลิตรวมจากโครงการนี้น่าจะไม่ต่ำกว่า 50 เมกะวัตต์ ส่วนการลงทุนอยู่ที่เมกะวัตต์ละ 30-40 ล้านบาท เบื้องต้นเตรียมงบสำหรับโปรเจคนี้ราว 1,500 ล้านบาท  

***BPP เผยปี 61 มีโรงไฟฟ้า COD อีกกว่า 2,000 MW
    นายวรวุฒิ ลีนานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP เปิดเผยว่า ในปี 61 บริษัทจะมีโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) รวม2,160 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่ 2,079 เมกะวัตต์ เนื่องจากมีโรงไฟฟ้าที่ญี่ปุ่น 3โครงการ กำลังผลิตรวม 44.5 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าที่จีน ในโครงการล่วนหนาน เฟส 2 ที่จะ COD ไอน้ำและไฟฟ้า รวม 52 เมกะวัตต์
    โดยปัจจุบันบริษัทมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) โรงไฟฟ้าในมือรวม 2,790เมกะวัตต์ ซึ่ง COD แล้ว 2,070 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างก่อสร้าง 721 เมกะวัตต์ โดยจะทยอย COD ครบทั้งหมดในปี 66
     บริษัท คาดรายได้ปี 61สูงกว่าปี 60 เนื่องจากมีโรงไฟฟ้าที่จีนและญี่ปุ่น COD เพิ่ม รวม 96 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าหงสา มีความสามารถรักษาอัตราจ่ายไฟฟ้า (EAF) ดีขึ้นจากไตรมาส 3/60 ที่อยู่ 82%
    ส่วนรายได้ปี 60 คาดว่าจะดีกว่าปี 59 ที่มีรายได้ 9.81 พันล้านบาท โดย 9 เดือนมีรายได้ 8.48 พันล้านบาท และในช่วงไตรมาส 4/60 โรงไฟฟ้า CHP ที่จีน มีผลประกอบการดีขึ้นจากเป็นช่วงไฮซีซั่นที่มีการขายไอน้ำมากขึ้น โรงไฟฟ้าหงสาเดินเครื่องผลิตทั้ง 3 ยูนิต แม้โรงไฟฟ้าโซลาร์ที่จีนจะผลิตลดลงจากเข้าสู่หน้าหนาว และโรงไฟฟ้า BLCP หยุดซ่อมอีก 1 ยูนิต

***เล็งลงทุนโรงไฟฟ้าใน ลาว-เวียดนาม-อินโดฯ-ญี่ปุ่น
    ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาลงทุนเพิ่มใน สปป.ลาว เวียดนาม อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น โดยเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน โรงไฟฟ้าถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ ทำให้มั่นใจปี 68 มีกำลังการผลิตได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 4,300 เมกะวัตต์

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด