ข่าวนี้ที่ 1

| 15 สิงหาคม 2560 | 17:05

AOT อวดกำไร 5.39 พันลบ. ลุ้นโตต่ออีก 3 ไตรมาสรวด

        บมจ.ท่าอากาศยานไทย(AOT)เผยกำไรโค้ง 3 ปีงบ 60 (สิ้นสุด มิ.ย.60) อยู่ที่ 5.39 พันลบ. เพิ่มขึ้น 7.86% จากงวดเดียวกันปีก่อน แต่ยังต่ำกว่าตลาดคาดที่ 5.46 พันลบ. แต่กำไรงวด 9 เดือนยังสวยเฉียด 1.7 หมื่นลบ. รับอานิสงส์นักท่องเที่ยวจีนฟื้น ดันเที่ยวบิน - นักท่องเที่ยวพุ่ง ด้านโบรกฯชี้กำไรจะโตต่ออีก 3 ไตรมาส รับศก.ฟื้น - ไฮซีซั่นช่วงปลายปี  พร้อมลุ้นได้ส่วนแบ่งจาก  Duty-free เพิ่ม หากการประมูลพื้นที่พาณิชย์ชัดเจน อัพราคาเป้าหมาย 60-62 บาท   
     
*** กำไรโค้ง 3 พุ่ง 7.86% YoY แตะระดับ 5.39 พันลบ.  
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการงวดไตรมาส 3/2560 (สิ้นสุดมิ.ย.60) ว่ามีกำไร 5,398.17 ล้านบาท หรือ 0.38 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 7.86%  จากงวดเดียวกันปี 2559 ที่มีกำไร 5,004.59 ล้านบาท หรือ 0.35 บาท/หุ้น
    ส่วนงวด 9 เดือน 2560 (ต.ค.59 - มิ.ย.60) มีกำไร 16,894.30 ล้านบาท หรือ 1.18 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 12.13% จากงวดปี 2559 ที่มีกำไร 15,066.40 ล้านบาท หรือ 1.05 บาท/หุ้น 

*** แจงนักท่องเที่ยวจีนฟื้น - เที่ยวบินพุ่งหนุนกำไรโต   
    นางพูลศิริ วิโรจนาภา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ภาพรวมอุตสาหกรรมการบินของไทยระหว่างเดือน ต.ค. 59 - มิ.ย.60 ยังเติบโต จากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง หลังจากลดลงช่วงปลายปี 2559 ที่มีการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมายของรัฐบาล 
    ส่วนรอบ 9 เดือน  6 สนามบินของ AOT มีเที่ยวบิน 616,708 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 6.13% แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 308,536 เที่ยวบิน 
เที่ยวบินในประเทศ 308,172 เที่ยวบิน 
    ส่วนจำนวนผู้โดยสารมีทั้งหมด  96.77 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.52% เป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 53.88 ล้านคน  ผู้โดยสารในประเทศ 42.89 ล้านคน   
     
*** กำไรต่ำกว่าโบรกฯ คาดเล็กน้อย แต่ข่าวดียังหนุนอีกเพียบถึง 3 ไตรมาส 
    บล.บัวหลวง ได้เคยคาดการณ์ผลประกอบการของ AOT ในไตรมาส 3/2560 ว่า จะมีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3/60 (เดือนเม.ย.–มิ.ย.) ที่ 5,466 ล้านบาท สูงขึ้น 8% YoY แต่ลดลง 16% QoQ หากไม่รวมประมาณการกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 28 ล้านบาท คาดกำไรหลัก จะอยู่ที่ 5,438 ล้านบาท สูงขึ้น 13% YoY แต่ลดลง 15% QoQ     
    บล.บัวหลวงคาดว่า  กำไรหลัก AOT จะเติบโต YoY ต่อเนื่องถึงไตรมาสหน้า หลังจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้น QoQ ในอีกสามไตรมาสข้างหน้าจนถึงเดือน มี.ค. 2561 หนุนโดยเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว, การเปิดเส้นทางบินจากประเทศจีนมายังเมืองรองของประเทศไทย, ช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวในไตรมาส 4/60-ไตรมาส1/61 จึงคาดว่ากำไรหลักของ AOT จะเติบโต YoY ต่อเนื่องในไตรมาสเดือน ก.ค.-ก.ย.อย่างไรก็ตามกำไรหลักคาดว่าจะปรับลดลง QoQ เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านพนักงานสูงขึ้น (บริษัทมักจะบันทึกค่าใช้จ่ายโบนัสพนักงานในไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ)  
    ทั้งนี้ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปีงบประมาณ2560 ขึ้น 5% มาอยู่ที่ 21,984 ล้านบาท เพื่อสะท้อนผลประกอบการครึ่ง
แรกปี 2560 ที่แข็งแกร่ง และการคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานไตรมาสเดือน เม.ย.-มิ.ย. จะออกมาดี แนะนำ“ซื้อ” และปรับระยะเวลาการลงทุนไปเป็นสิ้นเดือน ก.ย. 2561 โดยให้ราคาเป้าหมายที่ประเมินด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสดที่ 60 บาท
 
*** คาดส่วนแบ่งจาก  Duty-free จะเพิ่มขึ้นเป็น 36% และพื้นที่เชิงพาณิชย์เป็น 15-20% 
    บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ตลาดยังไม่ประเมินส่วนแบ่งรายได้ของ AOT ที่จะเพิ่มขึ้นจากพื้นที่ร้านค้าปลอดภาษี (Duty-free) และพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสนามบินสุวรรณภูมิเข้ามาเต็มที่ โดยทางบล.ทิสโก้ มองส่วนแบ่งรายได้จากพื้นที่ร้านค้าปลอดภาษี (Duty-free) คาดสัดส่วนจะเพิ่มขึ้นเป็น 36% จากปัจจุบันที่ 19% และพื้นที่เชิงพาณิชย์คาดว่าจะต่ำกว่า 20% (จากปัจจุบันที่ 15%) ซึ่งจะทำให้ส่วนแบ่งรายได้ที่แท้จริงคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากสัดส่วน 16.8% ในปัจจุบัน เป็น 27%  ส่งผลให้เราประเมินมูลค่าเหมาะสมใหม่ของหุ้น AOT ขึ้นเป็น 62 บาท ขณะที่การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวน่าจะส่งผลดีต่อราคาหุ้น AOT ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
     นอกจากนี้ยังมีมุมมองที่ระมัดระวังต่ออุปสรรคทางกฎหมายบางประการ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าสัญญาพื้นที่ร้านค้าปลอดภาษี (Duty-free) และพื้นที่เชิงพาณิชย์จะเข้าข่ายต้องดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 หรือไม่ หากต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายดังกล่าว อาจทำให้การประมูลมีความล่าช้าถึงปี 2019 เพื่อเพิ่มความโปร่งใส  อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าการประมูลไม่น่าจะล่าช้าไปจนถึงเดือน ก.ย. 2020 ซึ่งเป็นเวลาที่อายุสัญญาสัมปทานเดิมจะสิ้นสุดลง    
     แนะนำให้ “ซื้อ” AOT ด้วยมูลค่าเหมาะสมใหม่ที่ 62 บาท (DCF) แม้จะมีความเสี่ยงในการประมูลอาจล่าช้าบ้าง แต่เราเชื่อว่าแนวโน้มรายได้ของบริษัทยังคงสดใส ทั้งการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวและสัญญาสัมปทานใหม่ที่จะเพิ่มรายได้บริษัทสูงขึ้น

*** ยังมีหลายความเสี่ยงต้องติดตาม 
    บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ยังมีหลายปัจจัยเสี่ยง ที่ยังต้องติดตาม เพราะมีผลต่อการดำเนินงานในอนาคตของ AOT ทั้ง  การลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจากความไม่สงบทางการเมือง, การก่อการร้าย, ภัยธรรมชาติ หรือภาวะซบเซาของเศรษฐกิจโลก  รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงกว่าคาด รวมไปถึงค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน (CAPEX) สนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 และ 3 
    นอกจากนี้ยังมี คำตัดสินของศาลเกี่ยวกับการสร้างมลพิษทางเสียงรบกวน  รวมถึงค่าเช่าที่ดินที่สูงกว่าคาด และการก่อสร้างสนามบินอู่ตะเภาที่เร็วกว่าคาด ซึ่งอาจทำให้มีการดึงจำนวนผู้โดยสารระหว่างกัน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด