ข่าวนี้ที่ 1

| 14 ธันวาคม 2560 | 16:04

ORI ปั้นฐานรายได้ 3 หมื่นลบ. ดึงเชน IHG บริหารโรงแรม

    "ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้"ปักธงรายได้ใน 5 ปีข้างหน้าโตแตะ 2.5-3 หมื่่นลบ. รุกโครงการแนวราบเพิ่มขึ้น ดึงเชนอินเตอร์คอนฯ ผุดโรงแรม 3 แห่งใจกลางทองหล่อ-ศรีราชา มูลค่า 7,500 ลบ.ทยอยเปิดครบในปี 64 เผยปี 61 ตั้งเป้ามีรายได้ 1.4 หมื่นลบ. ยอดขายที่ 1.8 หมื่นลบ.โต 50% เตรียมเปิดใหม่ 12 โครงการ มูลค่า 2.5 หมื่นลบ. ล่าสุด ORI ได้รับเลือกเข้าคำนวณดัชนี SET100 มีผลวันที่ 1 ม.ค.61 โบรกฯให้เป้า 23.50-25 บาท มองเชิงบวกในแผนการขยายธุรกิจของผู้บริหาร

*** กางแผน 5 ปี รายได้แตะ 2.5-3 หมื่นลบ.
    
    นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ตั้งเป้าเป็นผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอีก 5 ปีข้างหน้า คาดหวังรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 25,000-30,000 ล้านบาท และจะเดินหน้าธุรกิจที่อยู่อาศัยแนวราบเพิ่มมากขึ้น โดยหวังว่าจะมีมูลค่าโครงการของธุรกิจแนวราบที่ 35,000 ล้านบาท จากปัจจุบันมี 1 โครงการ มูลค่า 800 ล้านบาท
    โดยตั้งเป้าปี 61 มีรายได้รวม 14,000 ล้านบาท จากปีนี้ที่คาด 9,000 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจะมาจากการรับรู้รายได้จากงานในมือ (backlog) ประมาณ 10,148 ล้านบาท จากปัจจุบันมีงานในมือ 29,000 กว่าล้านบาท และส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2563

*** ตั้งเป้ายอดขาย 1.8 หมื่นลบ.เปิดใหม่ 12 โครงการ มูลค่า 2.5 หมื่นลบ.

    ปี 61 บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 18,000 ล้านบาท เติบโต 50% จากปีนี้ที่คาดว่าจะมียอดขาย 14,000 ล้านบาท โดยมีแผนเปิดตัวโครงการทั้งสิ้น 12 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 25,000 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 10 โครงการ และโครงการแนวราบประมาณ 2 โครงการ

*** เตรียมส่ง PRIMO เข้า mai ใน 2 ปี
    
    บริษัทอยู่ระหว่างเดินหน้าผลักดันให้ธุรกิจบริการที่อยู่อาศัย แบรนด์ PRIMO (ORI ถือหุ้น 100%) มีการเติบโตที่แข็งแกร่ง เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในอีก 2 ปี โดยหวังว่าภายใน 2 ปีนี้ บริษัท PRIMO จะมีผลประกอบการเติบโตดี และผลกำไรผ่านเกณฑ์การเข้าจดทะเบียนในตลาดได้

*** ดึงเชนอินเตอร์คอนฯ บริหารโรงแรม 3 แห่ง คาดทยอยเปิดครบในปี 64

    นอกจากการพัฒนาที่อยู่อาศัยแล้ว บริษัทยังมีวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ครอบคลุมธุรกิจโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ สำนักงานเช่า คอมมูนิตี้มอลล์ สำหรับธุรกิจโรงแรมนั้น บริษัทจะนำร่องด้วยการพัฒนาโรงแรม 3 แห่ง มูลค่าทรัพย์สินหลังการก่อสร้าง (Asset Value) อยู่ที่ประมาณ 7,500 ล้านบาท โดยล่าสุดได้เซ็นสัญญานำแบรนด์และเชนของเครือโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล (IHG) เข้ามาบริหารโรงแรมทั้ง 3 แห่ง
    “IHG เป็นหนึ่งในเครือโรงแรมชั้นนำของโลก ได้รับการยอมรับด้านการบริหารโรงแรมด้วยมาตรฐานสากล และมีแบรนด์โรงแรมคุณภาพหลากหลายแบรนด์อยู่ทั่วโลก การพัฒนาโรงแรม 3 แห่งแรกของเราในครั้งนี้จึงเลือกนำแบรนด์และเชนโรงแรมของ IHG จำนวน 2 แบรนด์มาบริหาร ซึ่งเรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ทำงานร่วมกับ IHG นับจากนี้” นายพีระพงศ์ กล่าว
    โรงแรมทั้ง 3 แห่งประกอบด้วย 1.สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ (Staybridge Suites Bangkok Thonglor) 2.สเตย์บริดจ์ สวีท ชลบุรี ศรีราชา (Staybridge Suites Chonburi Siracha) และ 3.ฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ศรีราชา แหลมฉบัง (Holiday Inn Suites Siracha Laemchabang) จะทยอยเปิดให้บริการจนครบทั้ง 3 แห่งภายในปี 2564 โดยการนำแบรนด์สเตย์บริดจ์ สวีท (Staybridge Suites) เข้ามานั้น ถือเป็นการนำแบรนด์ดังกล่าวเข้ามาใช้เป็นครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก
    สำหรับการพัฒนาโรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อนั้น บริษัทยังได้จับมือกับบริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ พันธมิตรสำคัญของออริจิ้นในการพัฒนาที่อยู่อาศัย มาร่วมพัฒนาโครงการดังกล่าวด้วย เพื่อให้สามารถพัฒนาโครงการและการบริการให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างดีที่สุด ล่าสุด ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมาในสัดส่วน 51 ต่อ 49
    นายราจิต สุขุมารัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ประจำภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เครือโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล (IHG) กล่าวว่า สเตย์บริดจ์ สวีท เป็นแบรนด์โรงแรมที่เปิดให้บริการมาแล้วมากกว่า 250 แห่งทั่วโลก ตกแต่งด้วยบรรยากาศที่อบอุ่น สะดวกสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น อุปกรณ์ครัวครบชุดโซนทำงานส่วนตัว โซนเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เหมาะสำหรับแขกที่ต้องการเข้ามาพักระยะยาว เช่น กลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในพื้นที่นั้นๆ (Expat) หรือนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ (Business Traveller)
    “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมงานกับบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) อีกครั้ง ในการขยายฐานธุรกิจของเราด้วยการนำแบรนด์โรงแรมใหม่ๆ มาสู่ภูมิภาค และด้วยความต้องการที่พักแบบระยะยาวที่เพิ่มมากขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และ
ศรีราชา จึงถือเป็นโอกาสที่ดียิ่งสำหรับสเตย์บริดจ์ สวีท และเราเห็นโอกาสในการเพิ่มจำนวนสเตย์บริดจ์ สวีทให้มากขึ้นในเอเชียแปซิฟิกในภายภาคหน้า ซึ่งเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น” นายราจิต กล่าว
 
*** บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มองเชิงบวกในแผนการขยายธุรกิจ

    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มอง ORI เซ็นสัญญาเข้าร่วมบริหารโรงแรม 3โรง ในเครืออินเตอร์คอนติเนนตัล (IHG) คาดทยอยเปิดครบในปี 2564 ที่ทองหล่อ , ชลบุรี , ศรีราชา ในเชิงกลยุทธ์เรามีมุมมองเชิงบวกในแผนการขยายธุรกิจของผู้บริหารถือเป็นบริษัทอสังหาที่เติบโตเร็ว ด้วยกลยุทธ์การ ซื้อกิจการ , สร้างแบรนด์ใหม่ ร่วมกับพันธมิตรที่แข็งแกร่ง

*** บล.หยวนต้า ให้เป้า 23.50 บ.ถูกเพิ่มเข้าสู่ SET100

    บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุ 3 เหตุผลที่ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” 1 เราเห็นสัญญาณบวกจากการขยายสู่ตลาดบ้านแนวราบโครงการแรกที่ทำยอดขายได้ถึง 40% หลังเปิดขายเพียงเดือนเดียวเท่านั้น และเชื่อว่าจะเดินแผนเชิงรุกมากขึ้นใน 5 ปีข้างหน้า เป็นการต่อยอดรายได้และกำไรให้เติบโตแข็งแกร่ง 2) คาดกำไรปกติ 4Q60 ทำระดับสูงสุดใหม่ และมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้นให้ JV ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ราว 4% ขณะที่ 3) ราคาหุ้นปรับตัวลงมาแล้ว 6% MTD กลายเป็นจังหวะของการซื้อด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง การตอบรับเชิงบวกต่อโครงการแนวราบซึ่งเป็นตัวต่อยอดสำคัญในปีหน้า
    คาดกำไรปกติ 4Q60 ทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 880 ล้านบาท ตามยอดโอนคอนโดมิเนียมที่เร่งขึ้น โดยมี Backlog รองรับประมาณการของเราแล้วถึง 96% ทำให้มี Downside risk จำกัด และมีรายได้จากการขายและบริหารโครงการ JV เข้ามาเสริมเป็นไตรมาสแรกอีกราว 230 ล้านบาท นอกจากนี้ เราคาดว่า ORI จะมีกำไรพิเศษหลังหักภาษีจากการจำหน่ายหุ้นให้ JV อีกราว 394 ล้านบาทหลังวานนี้บริษัทได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2560 ราว 4% เป็น 2.2 พันล้านบาท
    คาดว่าราคาหุ้นจะตอบรับเชิงบวก เนื่องจากถูกเพิ่มเข้าสู่ดัชนี SET100 ซึ่งจะปรับน้ำหนักดัชนีในวันที่ 29 ธ.ค. รวมทั้งถูกเพิ่มเข้าสู่ดัชนี FTSE SET Mid Cap ที่จะปรับน้ำหนักดัชนีในวันพรุ่งนี้
    Backlog รองรับประมาณการรายได้ปี 2561 แล้ว 60% สูงที่สุดในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้น เราคาดว่ากำไรปกติปี 2561 จะเติบโต +78% YoY เป็น 2,918 ล้านบาท และการรุกเข้าสู่ตลาดแนวราบจะส่งผลให้กำไรของบริษัทมีความผันผวนลดลงเนื่องจากมีรอบการรับรู้รายได้ที่สั้นกว่าโครงการแนวสูงและเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตในระยะยาว

*** บล.ทิสโก้ ให้เป้า 25 บ.

    บล.ทิสโก้  มอง ORI เป็นหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ที่มีการเติบโตสูงในช่วงปี 2017-19F (CAGR ราว 23%) ให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 25 บาท และล่าสุด ORI ได้รับการเลือกเข้าคำนวณดัชนี SET100 มีผลวันที่ 1 ม.ค. 2018

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด