ข่าวนี้ที่ 1

| 14 กันยายน 2560 | 17:05

ICN ได้ฤกษ์เทรด! กูรูชี้เป้า2.90บ. กำไรปี60-61โตเฉลี่ย103%

    "อินฟอร์เมชั่น แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น เน็ทเวิร์คส" ดีเดย์เข้าเทรด mai วันแรก ท่ามกลางภาวะตลาดสดใส ผู้บริหารมั่นใจพื้นฐานธุรกิจแกร่ง อนาคตเติบโตโดดเด่น คาดรายได้ปี 60 โต 80-90% ตุน Backlog แล้ว 431 ลบ. รับรู้ปีนี้ 90% ที่เหลือรับรู้ปี 61 และอยู่ระหว่างยื่นงานประมูลใหม่เพิ่ม พร้อมอวดกำไร Q2/60 พุ่ง 971% ด้านที่ปรึกษาฯเชื่อราคายืนเหนือจอง นักลงทุนตอบรับดี ส่วนโบรกฯให้มูลค่าสูงสุด 2.90 บาท คาดกำไรสุทธิปี 2560-2561 จะเติบโต 153.6% และ 53.4% ตามลำดับ

***ICN ดีเดย์เทรด  mai วันแรก
    
    นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า หุ้น บมจ. อินฟอร์เมชั่น แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น เน็ทเวิร์คส (ICN) เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในกลุ่มเทคโนโลยี ในวันนี้ ( 15 กันยายน 2560) มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการออกแบบและวางระบบโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคม (telecommunication system) รวมทั้งให้บริการบำรุงรักษาและจำหน่ายอุปกรณ์เพื่อใช้ทดแทน โดยบริษัทเลือกใช้อุปกรณ์จากพันธมิตรซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมชั้นนำของโลก อาทิ Nokia Alcatel-Lucent, Huawei, Coriant, Oscilloquartz และ Gemalto นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถให้บริการออกแบบและวางระบบงานก่อสร้างและระบบไฟฟ้าอื่นๆ (construction and electrical systems)
    มีทุนชำระแล้ว 225 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 330 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 120 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไป รวมทั้งกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 8, 11-12 กันยายน 2560 ในราคาหุ้นละ 1.84 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุนรวม 220.80 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 828 ล้านบาท มี บล. ฟินันเซีย ไซรัส เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
    มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ กลุ่มมณีไพโรจน์ ถือหุ้น 19.43% กลุ่มเลาหสมบูรณ์ ถือหุ้น 12.82% และกลุ่มรุ่งเรืองผล ถือหุ้น 12.82% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 1.84 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 18.37 เท่า โดยคำนวณจากผลประกอบการ 4 ไตรมาสล่าสุด (1 กรกฎาคม 2559-30 มิถุนายน 2560) หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.10 บาท
    ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิจากงบการเงินของบริษัทฯ ในแต่ละปี ภายหลังการหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและการจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมาย

***ชูจุดเด่นบริการวางระบบสื่อสารโทรคมนาคมครบวงจร
    
    นายมนชัย มณีไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินฟอร์เมชั่น แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น เน็ทเวิร์คส จำกัด (มหาชน) หรือ ICN กล่าวว่า บริษัทถือเป็นผู้ให้บริการรับเหมาวางระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่ครบวงจร ครอบคุลมทั้งการให้บริการบำรุงรักษาและการจำหน่ายอุปกรณ์ทดแทน แม้ ICN จะเป็นบริษัทเล็กเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่เป็นบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องและโดดเด่น
     การเข้ามาระดมทุนใน mai ในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจจากการมีเงินทุนหมุนเวียน เพื่อรองรับการเข้าประมูลงานโครงการขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้นและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และรุกตลาดธุรกิจรับเหมาวางระบบอย่างครบวงจร เชื่อมั่นในพื้นฐานของบริษัทฯ ทั้งจากผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่องแล้ว ในฐานะที่บริษัทเป็นผู้ให้บริการรับเหมาวางระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่ครบวงจร ครอบคลุมทั้งการให้บริการบำรุงรักษาและจำหน่ายอุปกรณ์ทดแทน รวมถึงโอกาสเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
    นอกจากนี้ เป็นโอกาสที่บริษัทฯ สามารถเข้าประมูลงานหรือเสนอการให้บริการในโครงการที่มีขนาดใหญ่ขึ้น จากการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทั้งระบบ 3G และ 4G ซึ่งบริษัทมีความเชี่ยวชาญในระบบสื่อสารโทรคมนาคม สามารถออกแบบ จัดหาอุปกรณ์ ติดตั้งระบบโทรคมนาคมให้แก่ลูกค้าที่เป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมระดับประเทศทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่ง ICN สามารถเข้าไปรองรับงานได้
    ICN เป็นผู้ประกอบธุรกิจให้บริการรับเหมาวางระบบสื่อสารโทรคมนาคมแบบครบวงจรโดยใช้อุปกรณ์จากผู้ผลิตชั้นนำจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Nokia Alcatel-Lucent และ Huawei เป็นต้น รวมทั้งยังจัดจำหน่ายอุปกรณ์เพื่อใช้ทดแทน และให้บริการบำรุงรักษาโครงข่ายระบบสื่อสารโทรคมนาคม
    "มั่นใจหุ้น ICN เข้าซื้อขายวันแรกจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน ทำให้สามารถยืนเหนือราคาจองที่ 1.84 บาท/หุ้นได้ โดยภาวะตลาดหุ้นในช่วงนี้มีความสดใสขึ้น และเราเชื่อมั่นในพื้นฐานของบริษัทฯ ทั้งจากผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่องแล้ว ในฐานะที่บริษัทเป็นผู้ให้บริการรับเหมาวางระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่ครบวงจร ครอบคลุมทั้งการให้บริการบำรุงรักษาและจำหน่ายอุปกรณ์ทดแทน รวมถึงโอกาสเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ"นายมนชัย กล่าว

***คาดรายได้ปี 60 โต 80-90% ตุน Backlog 431 ลบ.รับรู้ปีนี้ 90%
    
    บริษัทคาดรายได้ปี 60 โต 80-90% จากปีก่อน ที่มีรายได้ 569 ล้านบาท มีกำไรสุทธิที่ 27.11 ล้านบาท เนื่องจากครึ่งปีแรกมีรายได้ 377.49 ล้านบาท และมีงานในมือ (backlog)รวม 431 ล้านบาท จะรับรู้รายได้ปีนี้ 90% ที่เหลือรับรู้รายได้ในปีหน้า และบริษัทอยู่ระหว่างยื่นงานประมูลใหม่เพิ่ม
    เงินที่ได้จากการขายหุ้น IPO ครั้งนี้มูลค่า 220.80 ล้านบาท บริษัทจะนำไปใช้เป็นเงินทุนทุนหมุนเวียนการดำเนินงาน เพื่อรับงานประมูลที่มีขนาดใหญ่ประมาณ 500 ล้านบาทต่อโครงการ จากเดิมรับได้เพียง 150-160 ล้านบาท ต่อโครงการ และจะทำให้ D/E ลดลงเหลือ 0.5-0.6 เท่า จากปัจจุบันที่ 1.2 เท่า ซึ่งคาดเงินที่ได้จาก IPO จะรองรับการขยายธุรกิจได้ 3 ปี

***อวดกำไร Q2/60 พุ่ง 971% ที่ 20.35 ลบ.

    รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2560 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2560 มีกำไรสุทธิ 20.35 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.07 บาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.90 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.01 บาท หรือกำไรเพิ่มขึ้น 971% ขณะที่งวด 6 เดือน ปี 2560 มีกำรไสุทธิ 23.63 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5.65 ล้านบาท

***ที่ปรึกษามั่นใจยืนเหนือจอง พื้นฐานแกร่ง ตลาดสดใสเอื้อ
    
    นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ICN เชื่อว่า หุ้น ICN ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากนักลงทุน ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ มีความแข็งแกร่ง อนาคตมีการเติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง
    “มั่นใจว่า ICN เข้าซื้อขายวันแรกราคาจะอยู่เหนือราคาจองที่ 1.84 บาท/หุ้นได้ เนื่องจากบริษัทมี ผลประกอบการและปัจจัยของบริษัทที่มีแนวโน้มเติบโตสูงและหลังได้เงิน IPO จะทำให้บริษัทมีการเติบโตอย่างโดดเด่นและต่อเนื่อง และขณะนี้ภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทยดีขึ้นจากที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยยืนเหนือ 1,650 จุดได้ และต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิส่งผลดีต่อหุ้น ICN ในการเข้าเทรดใน mai จากจุดแข็งทางธุรกิจหลายประการ เช่น ศักยภาพของบริษัทฯ ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการรับเหมาวางระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่ครบวงจร ผู้บริหารมีประสบการณ์ในธุรกิจโทรคมนาคมมากว่า 25 ปี รวมถึงโอกาสเติบโตในอนาคต จึงทำให้เชื่อมั่นว่า ICN จะสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับนักลงทุน” นายสมภพกล่าว
    
    
***โบรกฯให้มูลค่าสูงสุด 2.90 บาท/หุ้น สะท้อนการเติบโตของกำไรที่สูงขึ้น
    
โบรกฯ                       ราคาเป้าหมาย (บาทต่อหุ้น)

บล.ฟินันเซีย ไซรัส    2.90
บล.ซีไอเอ็มบี            2.88
บล.อาร์เอชบี             2.70
บล.เคจีไอ                  2.62

 
    บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินมูลค่าหุ้น ICN โดยอิง Target PE 19 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยผู้เล่นในตลาดที่มีลักษณะธุรกิจใกล้เคียงกัน คำนวณราคาเหมาะสมปี 60 ได้ที่ 2.90 บาท คาดกำไรสุทธิปี 2560-2561 จะเติบโต 153.6% Y-Y และ 53.4% Y-Y ตามลำดับ จากรายได้ที่คาดว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดตามการปริมาณงานในมือ โดยคาดว่า Backlog ณ สิ้น 2Q17 อยู่ที่ราว 600-700 ล้านบาท (คาดว่าจะถูกรับรู้ในช่วง 2H17 ประมาณ 600 ล้านบาท) ทำรายได้ในปี 2017 คาดว่าจะสามารถทะลุ 1,000 ล้านบาท ได้ค่อนข้างแน่ นอกจากนี้ ในช่วง 2H17 ยังมีโอกาสที่จะได้งานเพิ่มเติมทั้งการประมูลเองโดยตรง รวมถึงงาน Subcontract จากพันธมิตร ซึ่งเป็น Backlog เพิ่มเติมสำหรับรับรู้รายได้ในปีหน้า รวมถึงงานบริการบำรุงรักษาที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามฐานลูกค้าและช่วยลดความผันผวนเนื่องจากเป็น Recurring Income
    บล.ซีไอเอ็มบี ประเมินราคาเหมาะสมที่ 2.88 บาท/หุ้น ซึ่งคำนวณโดยคิด PE17 ที่ 18 เท่า ประเมินกำไรสุทธิปี 60-62 จะมีการเติบโตเฉลี่ย CARG อยู่ที่ 25% เนื่องจากอุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคมกำลังอยู่ในช่วงขยายเครือข่ายและปรับปรุงระบบ เพื่อรองรับพัฒนาการด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการเข้าจดทะเบียน จะเป็นการเพิ่มพลังทางการเงินให้กับบริษัทในการเข้าประมูลงานที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งจะมีผลให้การเติบโตของรายได้ที่สูงขึ้นรวมถึงอัตราการทำกำไรที่จะสูงขึ้นจากการเกิด Economies of Scale
    บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินมูลค่าหุ้น ICN ด้วยวิธี PER โดยการอิง PER ที่ 18 เท่า เพื่อสะท้อนการเติบโตของกำไรที่สูงขึ้นกว่าหุ้นที่ทำธุรกิจคล้ายกับบริษัท เช่น AIT SAMTEL SVOA และ ILINK ซึ่งถูกซื้อขายด้วย PER เฉลี่ยในช่วง 6 ปีก่อนหน้าที่ 17 เท่า ทำให้ได้ราคาเหมาะสมปี 2560 สำหรับ ICN ที่ 2.62 บาท
    บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) ประเมินมูลค่าพื้นฐานเท่ากับ 2.70 บาท จุดเด่นของบริษัทอยู่ที่ความมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าทั้งองค์กรภาครัฐและบริษัทเอกชนจนได้รับความไว้วางใจให้รับงานมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ความเสี่ยงหลักของธุรกิจอยู่ที่การพึ่งพิงทั้ง Supplier ลูกค้า และผู้บริหารและวิศวกรของบริษัท  แนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการจะต่อเนื่องในปี 60-61 ซึ่งเราคาดการณ์ไว้ที่ +158% YoYและ 16%  YoY
    บล.เอเซีย พลัส ให้มูลค่าเหมาะสมอิงค่าเฉลี่ย PER กลุ่มอยู่ที่ 2.42 บาท โดย ICN มีแผนที่จะใช้เงินทุนหมุนเวียนรองรับการเติบโตรายได้ในปี 59-62  เติบโตเฉลี่ยสูงปีละ 31.7% โดยเป้าหมายยอดขายในปี 60 ที่ 1.05 พันล้านบาท มี Backlog     และงานใหม่ๆ ที่ทางฝ่ายคาดว่าจะประมูลเข้ามาได้ค่อนข้างแน่รองรับแล้วทั้งหมด ซึ่งจะคงเหลือเป็นแบล็กล็อกเพื่อรับรู้ในปี 61 อีกเกินกว่า 50% ของคาดการณ์รายได้ที่ 1.29 พันล้านบาท และเชื่อว่าจะยืนระดับต่อเนื่องในปี 62 หนุนคาดว่ากำไรในปี 59-62 จะเติบโตเฉลี่ยถึงปีละ 47.7%

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด