ข่าวนี้ที่ 1

| 14 กรกฎาคม 2560 | 17:05

SCCตอกเสาเข็ม"ปิโตรฯคอมเพล็กซ์เวียดนาม" มูลค่า 1.88 แสนลบ.

     SCC เคาะโครงการ Long Son Petrochemicals Company Limited (LSP) ในเวียดนาม ใช้งบมหาศาล 1.88 แสนลบ. ใช้เงินกู้สกุลตปท.กับเงินทุน 60:40 ลงนามผู้รับเหมาภายในปีนี้  ถือหุ้นทางอ้อม 71% ผ่านบ.ย่อย  ชูเป็นโครงการปิโตรฯ ครบวงจรแห่งแรกของเวียดนาม มั่นใจให้ผลตอบแทนสูงกว่าที่ประเมิน ฟากโบรกฯ ชี้หนุนทิศทางบริษัทในระยะยาว แต่ยังมีความเสี่ยงเรื่องวัฏจักรปิโตรฯ คอยกดดัน แนะซื้อได้ให้เป้าหมาย 620 บาท  

*** ใช้เงินลงทุน 1.88 แสนลบ. - ใช้เงินกู้ 60% - ลงนามผู้รับเหมาในปีนี้    
    นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยว่า บริษัทวีนา เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้อนุมัติการดำเนินการลงทุนในโครงการของ Long Son Petrochemicals Company Limited (LSP) และจะจัดทำหนังสือแจ้งผู้ชนะการประกวดราคา (Letter of Award) ให้กับผู้รับเหมาหลักในวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาจ้างผู้รับเหมาแบบเหมารวมเบ็ดเสร็จ (Turnkey) ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560 โดยจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปีครึ่ง และจะเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 
    โครงการของ LSP ใช้เงินลงทุนประมาณ 5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 188,000 ล้านบาท โดยจะมีโครงสร้างทางการเงินประกอบด้วยเงินกู้เป็นสกุลเงินต่างประเทศ (Foreign denominated debt) และเงินทุนในอัตราส่วน 60:40 โดยค่าใช้จ่ายลงทุนจะทยอยจ่ายไปตลอดช่วงระยะเวลาดำเนินโครงการ 

***  SCC ถือหุ้นทางอ้อม 71% ตั้งโรงงาน-ท่าเรือและ สาธารณูปโภค 
     โครงการดังกล่าว SCC ถือหุ้นทางอ้อมใน LSP ร้อยละ 71 (โดยบริษัทวีนา เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด ร้อยละ 53 และบริษัทไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ร้อยละ 18) ในขณะที่ Vietnam Oil and Gas Group (PetroVietnam) ถือหุ้นร้อยละ 29
    การลงทุนดังกล่าวครอบคลุมงานวิศวกรรม การจัดหาและการก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายส่วนของเจ้าของ ดอกเบี้ยระหว่างการก่อสร้าง เงินทุนหมุนเวียนสำหรับเริ่มดำเนินการและเงินค่าเผื่อสำรอง เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จโครงการของ LSP จะประกอบด้วยโรงงานและหน่วยสนับสนุนต่าง ๆ
ทั้งโรงงานโอเลฟินส์  โรงงานโพลิเอทิลีน (HDPE)  โรงงานโพลิเอทิลีน (LLDPE) โรงงานโพลิโพรไพลีน (PP)   และท่าเรือและท่าเทียบเรือ และสาธารณูปโภคอื่น ๆ (โรงงานเพื่อปรับปรุงคุณภาพของอากาศ ไอน้ำและน้ำ )

*** มั่นใจโครงการนี้ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าเกณฑ์
    SCC เปิดเผยว่า ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดกับบริษัทจดทะเบียนจากผลของรายการนั้น โครงการของ LSP จะเป็นโครงการปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกของประเทศเวียดนาม มีความสามารถในการแข่งขันในเชิงธุรกิจเนื่องจากเป็นโครงการที่มีการเชื่อมโยงจากโรงงานปิโตรเคมีขั้น ต้นถึงขั้นปลายครบวงจรมีความประหยัดจากขนาด (Economies of scale) และสามารถใช้วัตถุดิบได้อย่างยืดหยุ่น 
    นอกจากนี้  LSPตั้ง อยู่ห่างจากนครโฮจิมินห์ซึ่ง เป็นตลาดหลักและเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศเวียดนามเพียง  100 กิโลเมตร จากความสามารถในการแข่งขันที่ได้กล่าวข้างต้นจึงคาดว่าโครงการนี้จะสามารถให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าเกณฑ์ในการพิจารณาโครงการลงทุนของ SCC 

*** โบรกฯ ชี้หนุน SCC ระยะยาว แต่ยังมีความเสี่ยงตามวัฏจักรกลุ่มปิโตรฯ  
    นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเตรียมเซ็นสัญญาจ้างผู้รับเหมาโครงการ Long Son Pretrochemicals Company Limited หรือ  LSP ถือว่าเป็นมุมมองที่ดีด้านความชัดเจนในการลงทุน เนื่องจากโครงการดังกล่าวถูกเลื่อนการลงทุนมาตั้งแต่ปี 58 แล้ว และนับเป็นการลงทุนที่จะสร้างการเติบโตให้กับบริษัทได้อีกทางหนึ่ง เนื่องจากเดิมธุรกิจหลักไม่มีการเติบโตมากนัก
    ทั้งนี้แม้แนวโน้มความต้องการใช้เอทิลีน และโอเลฟินส์ในปัจจุบันถึง 3-4 ปีข้างหน้าจะยังสูง แต่ยังไม่สามารถคาดการณ์ถึงทิศทางความต้องการใช้โอเลฟินส์ และเอทิลีนในช่วงที่ LSP เปิดทำการได้ เนื่องจากใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 4 ปีครึ่ง หรือจะเปิดดำเนินการได้ภายในปี 65 ซึ่งอาจมีความเสี่ยงหากเปิดดำเนินการในช่วงที่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีอยู่ในวัฏจักร (Cycle) ขาลง ทำให้บริษัทจะได้รับผลดีจากการลงทุนช้าไปอีก 3 - 4 ปี
    ทั้งนี้ยังแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคา 620 บาท อยู่เนื่องจากการปันผลในปัจจุบันที่ค่อนข้างสูงราว 3% แม้ธุรกิจหลักจะมีการเติบโตไม่สูงเหมือนในอดีต

*** รู้จัก LSP โครงการปิโตรฯ ครบวงจรแห่งแรกของเวียดนาม
    LSP เป็นโครงการปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกของประเทศเวียดนาม มีความสามารถในการแข่งขันในเชิงธุรกิจเนื่องจากเป็นโครงการที่มีการเชื่อมโยงจากโรงงานปิโตรเคมีขั้นต้นถึงขั้นปลายครบวงจร มีความประหยัดจากขนาด (Economies of scale) และสามารถใช้วัตถุดิบได้อย่างยืดหยุ่นนอกจากนี้ LSP ยังมีการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินกิจการ เช่นท่าเรือน้ำลึก และสาธารณูปโภคต่าง ๆ ซึ่งมีมูลค่าประมาณร้อยละ 30 ของเงินลงทุนทั้งหมด
    จุดเด่นของโครงการนี้คือการมีโรงงานผลิตเอทิลีนขนาดกำลังการผลิต 1 ล้านตันต่อปี ที่มีความยืดหยุ่นสูง โดยสามารถเลือกใช้ก๊าซร่วมกับแนฟทาเป็นวัตถุดิบในสัดส่วนต่าง ๆ เพื่อการผลิตโอเลฟินส์รวมกันได้สูงถึง1.6 ล้านตันต่อปี สำหรับเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตของ LSP ถือเป็นเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกที่ได้รับการยอมรับ ส่วนวัตถุดิบจะประกอบด้วยก๊าซอีเทนจากแหล่งภายในประเทศเวียดนาม ก๊าซโพรเพนและวัตถุดิบแนฟทาจากการนำเข้าภายใต้สัญญาซื้อขายวัตถุดิบในราคาตลาดที่แข่งขันได้ ซึ่งจะทำให้โรงงานมีความยืดหยุ่นสูง สามารถเลือกใช้ก๊าซเพื่อบริหารต้นทุนได้สูงสุดถึงร้อยละ 80 ของวัตถุดิบทั้งหมด 
    นอกจากนี้การผลิตโพลิโอเลฟินส์ในขั้นปลายซึ่งประกอบด้วยโรงงาน High Density Polyethylene (HDPE), Linear Low Density Polyethylene (LLDPE) และ Polypropylene (PP) จะมีกำลังการผลิตโดยรวมใกล้เคียงกับโรงงานโอเลฟินส์
    LSP ตั้งอยู่ห่างจากนครโฮจิมินห์ซึ่งเป็นตลาดหลักและเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศเวียดนามเพียง 100 กิโลเมตร โดยในปี 2558 ประเทศเวียดนามนำเข้าผลิตภัณฑ์โพลิโอเลฟินส์ประมาณ 2.3 ล้านตัน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด