ข่าวนี้ที่ 1

| 13 กรกฎาคม 2560 | 17:05

SPALI ปรับโครงสร้างการเงิน ดันกำไรพุ่งปีละ 100 ลบ.

     "ศุภาลัย"แจงแผน "งดจ่ายปันผล ออกวอร์แรนต์" จะได้เงินทุนเพิ่มขึ้น 3.4 พันล้านบาท ใช้ขยายธุรกิจ ลงทุน จ่ายคืนหนี้เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้ต่ำลง ดันกำไรเพิ่มขึ้น ปีละ 100 ลบ. พร้อมรับปากกลับมาจ่ายปันผลแน่นอนในปี 61 โชว์ผลงานปีนี้ทำยอดขายกว่า 13,344 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% ส่วนครึ่งปีหลัง จะเปิดตัวโครงการใหม่ 22 โครงการ 2.15 หมื่นลบ.ขณะที่ทั้งปีมั่นใจโกยยอดขายตามเป้า 2.7 หมื่นลบ. ยอดโอน 2.45 หมื่นลบ. โชว์ Backlog เกือบ 4 หมื่นลบ. คาดปีนี้รับรู้ 1.3-1.4 หมื่นลบ.

    
**** แจกวอร์แรนต์-งดปันผล ช่วยดันกำไรเพิ่มปีละ 100 ลบ.

    
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI กล่าวว่า การที่บริษัทงดจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการงวดปี 60 และเพิ่มทุนใหม่ โดยการออก SPALI-W4 อัตราการใช้สิทธิ 4:1 ที่ราคาใช้สิทธิ 4.00 บาท อายุวอแรนท์ 1 ปี เบื้องต้นคาดว่าจะทำให้บริษัทมีเงินเพิ่มขึ้นเพื่อการลงทุนและชำระหนี้ประมาณ 3,400 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีแผนขยายธุรกิจเพื่อการเติบโตในอนาคต นอกจากนี้บริษัทจะนำเงินดังกล่าวไปชำระหนี้ เพื่อลดอัตราส่วนหนี้สินที่มีต่อภาระดอกเบี้ยคต่อทุนให้น้อยลง ซึ่งมองว่า จะส่งผลดีต่อบริษัท และผู้ถือหุ้นอย่างแน่นอน โดยเบื้องต้นประเมินว่า แผนการดำเนินการดังกล่าว จะทำให้บริษัทมีกำไรเฉลี่ย 100 ล้านบาท ต่อปี
    “เราไม่ได้เพิ่มทุนมา 10 กว่าปีแล้ว ครั้งนี้ถือเป็นครั้งสำคัญในการเดินหน้าขยายการลงทุน ซึ่งเชื่อว่าการลงทุนจะสร้างกำไรให้กับผู้ถือหุ้นในอนาคตอย่างแน่นอน และหวังว่าจะทำให้บริษัทสามารถกลับไปยืนตลาด SET 50 ได้ จากปัจจุบันอยู่ที่ SET 100 ขณะที่การจ่ายเงินปันผลนั้น ยืนยันว่าในงวดการดำเนินงานปี 2561 บริษัทจะกลับมาจ่ายปันผลปกติตามนโยบายที่ระบุไว้ที่ 35% ของกำไรสุทธิแน่นอน โดยการงดจ่ายเงินปันผลไม่ได้เกิดจากบริษัทมีความตึงตัวของกระแสเงินสด แต่เป็นการเตรียมการของบริษัท เพื่อขยายการลงทุน และลดภาระหนี้”นายไตรเตชะ กล่าว
    ในครึ่งแรกปี 60 บริษัทมียอดขายสูงถึง 1.33 หมื่นล้านบาท เติบโต 29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นยอดขายจากโครงการแนวราบ 8.15 พันล้านบาท และจากคอนโดมิเนียม 5.19 พันล้านบาท จากการเปิดตัวโครงการใหม่ และโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม รวมถึงโปรโมชั่นส่งเสริมการขายที่กระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้าอย่างต่อเนื่องในทุกไตรมาส
    ส่วนแผนการตลาดในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ บริษัทจะเปิดตัวโครงการใหม่ 22 โครงการ มูลค่ารวม 2.15 หมื่นล้านบาท เป็นโครงการแนวราบ 18 โครงการ โดยจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม ในกรุงเทพ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ขณะเดียวกันยังจะเปิดตัวคอนโดมิเนียม 4 โครงการ โดยเริ่มต้นจากโครงการศุภาลัย เวอเรนด้า สถานีภาษีเจริญ มูลค่าโครงการ 4,400 ล้านบาท โดยโครงการดังกล่าวได้รับอานิสงส์จากการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เชื่อมต่อกับสายสีเขียวที่สถานีบางหว้า และถนนสายสำคัญของฝั่งธนบุรีด้วย ซึ่งจะเริ่มเปิดจองเป็นทางการวันที่ 5-6 ส.ค.นี้ ที่สำนักงานขายโครงการ ราคาเริ่มต้น 1.5 ล้านบาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,900 บาทเท่านั้น
    
**** มั่นใจปีนี้โกยยอดขาย 2.7 หมื่นลบ.ยอดโอน 2.45 หมื่นลบ.
    
    บริษัทมั่นใจยอดโอนจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 24,500 ล้านบาท และยอดขายจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 27,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีงานในมือแล้ว (Backlog) เกือบ 40,000  ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ถึงปี 2563 และในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้จะรับรู้รายได้ประมาณ 13,000-14,000 ล้านบาท
    บริษัทได้ปรับแผนการเปิดโครงการใหม่ปีนี้ลดลงเหลือ 27 โครงการ มูลค่ารวม 37,080 ล้านบาท จากเดิมจะเปิด 29 โครงการ ซึ่งในช่วงไตรมาส 3/2560 จะเปิดโครงการแนวสูง 3 โครงการมูลค่า 7,550 ล้านบาท และแนวราบ 9 โครงการ มูลค่า 4,160 ล้านบาท และไตรมาส 4/2560 เปิดแนวสูง 1 โครงการ มูลค่า 2,400 ล้านบาท และแนวราบ 9 โครงการ มูลค่า 7,430 ล้านบาท ขณะที่โครงการศุภาลัย เวอเรนด้า ที่จะเปิดพรีเซลล์ในวันที่ 5-6 สิงหาคมนี้ คาดว่าจะมียอดขายประมาณ 1,000 ล้านบาท  
    ช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัท เตรียมออกหุ้นกู้ใหม่ เพื่อทดแทนที่จะครบไถ่ถอนอายุ 3-5 ปี รวม 2,000-3,000 ล้านบาท
    ช่วงไตรมาส 3/2560 บริษัทจะร่วมกับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI จัดโปรโมชั่น ได้บ้าน ได้บิน ฟินไกล ทั่วเจแปน เพื่อส่งเสริมการขายในช่วงไตรมาส 3 โดยจะมอบสิทธิให้กับลูกค้าที่จองบ้าน หรือคอนโดมิเนียม พร้อมอยู่ทั่วไทยกว่า 80 โครงการของบริษัท รับสิทธิ์ได้บินคู่ บินฟรี ไม่ต้องลุ้น สูงสุด 4 ที่นั่ง โดยบินตรงกับสายการบินไทย ทั่วญี่ปุ่น เพิ่มความเป็นอิสระทุกการเดินทาง เนื่องจากสามารถเลือกเมืองได้ เลือกเวลาการเดินทางได้ และได้ส่วนลดวันโอนมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท เพื่อนำไปช้อปปิ้งที่ญี่ปุ่นด้วย นอกจากนี้ยังฟรี ค่าโอนกรรมสิทธิ์ และค่าส่วนกลางปีแรก สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม-30 กันยายนนี้เท่านั้น
    
*** โบรกฯแนะ"ซื้อลงทุนยาว" ให้ราคาเหมาะสม 28.3 บาท
    
    บล.เอเซีย พลัส แนะ"ซื้อลงทุนระยะยาว" งดจ่ายเงินปันผล แต่กลับให้ warrant แก่ผู้ถือหุ้นอัตราส่วน 4 หุ้นเดิม ต่อ 1 Warrant กำหนดอัตราการใช้สิทธิ 1:1 ราคาหุ้นละ  4 บาท/หุ้น  อายุ 1 ปี นับเป็นการงดจ่ายเงินปันผลครั้งแรกในรอบ 10 ปี  ที่ผ่านมานักลงทุนชื่นชอบหุ้น SPALI เพราะประเด็นเรื่องเงินปันผลที่ให้ Dividend Yield สูงเกินกว่า 4% ต่อปี และการออก warrant ยังทำให้เกิดผลกระทบของการเพิ่มทุน  หรือเกิด Dilution Effect ราว 20% แม้จะเกิดในปี 2561 แต่เมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไร (Net Profit) ในปี 2561 ที่ 10% ถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำมาก ทำให้กำไรสุทธิต่อหุ้น หรือ EPS ลดลงจาก 3.23 บาท เหลือ 2.83 บาท และทำให้ Expeceted P/E เพิ่มจาก 7.6 เท่า เป็น 8.7 เท่าตามลำดับ 
    บริษัทจะมีเงินสดเพิ่มขึ้นจากการแปลงสภาพ 1.7 พันล้านบาท ทำให้ช่วยลด Net Gearing ratio จาก 0.84 เท่า เป็น 0.6-0.8 เท่า จากภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยที่มีรวมกันกว่า 2 หมื่นล้านบาท (แบ่งเป็นหนี้สินระยะยาว 62% และ ที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี) และในฐานะที่ SPALI เป็น 1 ในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นแนวหน้าของประเทศที่เน้นสินค้าหลากหลาย แต่เน้นไปทางตลาดกลางและบน (อัตราการปฏิเสธในการขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ หรือ Rejectiong rate ราว 8% ซึ่งต่ำเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมที่สูงในระดับ 10% หรือหากคำนวณเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมสูงกว่า 20%)  ทำให้เชื่อมั่นต่อความมั่นคงการทำธุรกิจในระยะยาว  และด้วย P/E ต่ำมาก และบริษัทจะกลับมาจ่ายเงินปันผลในปีถัดไป  ประกอบกับ  Fair Value หลังเพิ่มทุนอยู่ที่ 28.3 บาท  ซึ่งยังมี upside ราว 16% จึงแนะนำซื้อลงทุนระยะยาว
    
**** S ขาย PP ราคา 4.16 บ./หุ้น ต่ำกว่ากระดาน

    บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S แจ้งทำการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (Book Building) การขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 500 ล้านหุ้น และกำหนดให้ออกและจัดสรรหุ้นสามัญจำนวน 400 ล้านหุ้น ให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PP) ในราคาเสนอขายสุดท้ายที่หุ้นละ 4.16 บาท คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 1,664 ล้านบาท พร้อมประกาศความคืบหน้าก่อสร้างโครงการ สิงห์ คอมเพล็กซ์ รุดหน้ากว่า 40% เตรียมเปิดอาณาจักรไลฟ์สไตล์กลางใจเมือง บนทำเลที่ดีที่สุดบนถนนอโศกเพชรบุรี เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง CBD เก่า และ CBD ใหม่ มั่นใจพร้อมเปิดให้บริการคนกรุงในส่วนออฟฟิศและรีเทลกลางปี 2561
    ขณะเดียวกัน เมื่อ 12 กรกฎาคม 60 บริษัทฯ ได้เข้า Subscription Agreement กับ Credit Suisse (Singapore) Limited และธนาคารกรุงไทย (KTB) เพื่อการเสนอขายและกำหนดอัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้แปลงสภาพ วงเงิน 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อัตราดอกเบี้ย 2%ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน โดยหุ้นกู้ฯจะออกในวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 และเป็นหุ้นกู้ที่จะได้รับประโยชน์จาก Irrevocable Standby Letter of Credit (SBLC) ซึ่งออกโดย KTB ที่ให้สิทธิแก่ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ฯ (Trustee) ในการเรียกชาระหนี้ตาม SBLC ภายใต้สถานการณ์ที่กำหนดไว้ ราคาแปลงสภาพเบื้องต้นที่ 4.99 บาท/หุ้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในการกำหนดราคาแปลงสภาพใหม่
    ทั้งนี้ การเสนอขาย หุ้นกู้ฯ เป็นการเสนอขายทั้งจำนวนแก่ผู้ลงทุนนอกประเทศไทยและประเทศสหรัฐอเมริกา และบริษัทฯ จะดำเนินการ จดทะเบียนซื้อขายหุ้นกู้ฯ ในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ต่อไป
    บริษัทฯ ได้รับแจ้งจาก Singha Property Management (Singapore) Pte. Ltd. (SPM SG) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ว่า SPM SG ได้เข้าทำสัญญายืมและให้ยืมหุ้น (SBL Transaction) กับ Credit Suisse AG สาขาฮ่องกง (CS) ซึ่งสัญญาดังกล่าวเกี่ยวเนื่องกับการเสนอขายหุ้นกู้ฯ และภายใต้สัญญาดังกล่าว SPM SG สัญญาว่าจะจัดให้ CS สามารถยืมหุ้นของบริษัทฯ ได้ จำนวน 626,301,966 หุ้น ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 9.70 เพื่อวัตถุประสงค์ในการนำหุ้นดังกล่าวไปให้ผู้ถือหุ้นกู้ฯ ยืมต่อไป ภายใต้ SBL Transaction SPM SG จะได้รับหุ้นกลับมาต่อเมื่อมีการเลิก SBL Transaction ตามข้อตกลงและเงื่อนไขตามสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยที่ SPM SG จะมีสิทธิร้องขอให้มีการคืนหุ้นได้ตั้งแต่ประมาณวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป
   สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการ สิงห์ คอมเพล็กซ์ ส่วนอาคารออฟฟิศได้ก่อสร้างไปแล้วเกือบ 40% ถึงชั้นที่ 21 จากทั้งหมด 42 ชั้น ส่วนอาคารรีเทลแล้วเสร็จไปเกือบ 30% สร้างถึงชั้น L2 จากทั้งหมด 4 ชั้น ด้านการก่อสร้างภายในอาคารส่วนล็อบบี้หลักของอาคารออฟฟิศได้ดำเนินการด้านโครงสร้างไปแล้วกว่า 80% ต่อจากนี้จะดำเนินขั้นตอนตกแต่งสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายในต่อไป โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณช่วงกลางปี 2561 ซึ่งบริษัทได้แต่งตั้งให้ทาง ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เป็นตัวแทนแต่เพียงผู้เดียวในการปล่อยเช่าพื้นที่ออฟฟิศ คาดว่าจะส่งมอบพื้นที่ส่วนแรกได้ในปลายเดือนธันวาคม 2560 ให้กับผู้เช่าพื้นที่กลุ่มบริษัทบุญรอดได้ตามแผน โดยภายในเดือนกันยายนนี้จะมีการเปิดสำนักงานขายพื้นที่ออฟฟิศอย่างเป็นทางการ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถเพิ่มยอดผู้เช่าได้ตามเป้าหมายภายในสิ้นปี
 
**** SIRI จ่อเปิดโครงการใหม่เพิ่มในหาดใหญ่ ดีมานด์ยังสูง

    นายสมเกียรติ หงษ์ทรัพย์ภิญโญ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ส่องอสังหาฯ หาดใหญ่ ตลาดคอนโดฯ ยังไปได้ ล่าสุดปิดโครงการ“ดีคอนโด กาญจนวณิช” โอนทั้ง 1,268 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท พร้อมจ่อคิวเปิดโครงการใหม่เร็วๆ นี้ เผยหาดใหญ่ดีมานด์สูง อุปสงค์สะสมตอบรับถึง 85% คาดอนาคตตลาดอสังหาฯ หาดใหญ่จะขยายตัวสูงขึ้นตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเมือง รับอานิสงส์โมโนเรลหาดใหญ่และมอเตอร์เวย์สายหาดใหญ่-สะเดา ที่จะเสร็จปี 64

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด