ข่าวนี้ที่ 1

| 13 มิถุนายน 2560 | 17:05

ORIอัพเป้ารายได้โต180%-วิ่งขาขวิดปิดดีลซื้อกิจการ

 

    "ออริจิ้น" เพิ่มเป้ารายได้ปีนี้เป็น 9 พันลบ. โต 180% จากปีก่อน ผลจากเข้าซื้อกิจการ "พราวด์ เรสซิเด้นซ์" แล้วเสร็จ ต.ค.นี้ เริ่มทยอยบุ๊ครายได้จาก Backlog พราวด์ฯ ทันที กูรูมองราคาปัจจุบันเกินพื้นฐานปีนี้แล้ว จึงขยับไปใช้เป้าปี 61 ที่ 17.20 บ.แนะซื้อ คาดกำไรอีก 2 ปีโตเฉลี่ยปีละ 74%  ด้าน "เนอวานา ไดอิ" คาดรายได้ปีนี้โต 1 เท่าตัว
    
*** ORI  เพิ่มเป้ารายได้ปีนี้แตะ 9 พันลบ.หลังซื้อ "พราวด์ เรสซิเด้นซ์" 
    นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI กล่าวว่า  บริษัทฯ ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ปีนี้เป็น 9,000 ล้านบาท จากเดิม 6,000 ล้านบาท ผลจากการเข้าซื้อกิจการ บริษัท พราวด์ 
เรสซิเด้นซ์ จำกัด มูลค่า 4,000 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ต.ค. นี้ และรับรู้รายได้ทันที เนื่องจากโคงการดังกล่าว
มียอดขายรอรับรู้รายได้แล้ว 10,900 ล้านบาท จะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องระหว่างปี 60-63 
    ขณะที่ปัจจุบัน บริษัทฯ มียอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) รวมทั้งสิ้น 14,000 ล้านบาท และหากรวมโครงการพาร์ค 24 ที่จะเข้ามาอีก 10,900 ล้านบาทภายในเดือน ต.ค.หลังกระบวนการเข้าซื้อกิจการแล้วเสร็จ จะส่งผลให้ ORI มี Backlog รวมอยู่ที่ 25,000 ล้านบาท
    ส่วนยอดขายปีนี้ยังคงเป้าหมายไว้ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท และคาดว่าครึ่งแรกปีนี้จะทำยอดขายได้ 5 พันลบ.โดยจะเปิด
4 โครงการใหม่ในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ ?และช่วงครึ่งปีหลังจะเปิดโครงการเพิ่ม 3-4 โครงการ มูลค่า 6,000-7,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่า
ปีนี้ยอดเปิดโครงการอาจสูงกว่าที่ตั้งเป้าไว้ 15,000 ล้านบาท
     นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีโครงการโรงแรมที่เตรียมจะก่อสร้าง 3 แห่ง ในทำเล ทองหล่อ แหลมฉบัง และศรีราชา ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างในปี 61 คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมให้บริการได้ภายใน 2 ปี

*** เจรจาเข้าซื้อกิจการกว่า 10 ดีล
    นายพีระพงศ์  กล่าวต่อว่า  ORI อยู่ระหว่างเจรจาเข้าซื้อกิจการกว่า 10 ราย ซึ่งเป็นทั้งโครงการพัฒนาอสังหริมทรัพย์ ธุรกิจโรงแรม อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า ธุรกิจบริการ และธุรกิจแอพพลิเคชั่น ทั้งนี้ เพื่อที่จะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำในอนาคตให้มากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วนน้ยอมาก บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายในอีก 4 ปี (2564) จะเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำเป็น 20% ของรายได้รวมทั้งหมด   
      
*** NVD คาดรายได้ปี60 โตมากกว่า 1 เท่าตัว-ธุรกิจรับสร้างบ้านหนุน
    นายศรศักดิ์ สมวัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) หรือ NVD คาดรายได้ปี60 เติบโตมากกว่า 1 เท่า หากเทียบรายได้ของเนอวานาในปี 59 (ยังไม่รวมงบกับไดอิ) ที่มีรายได้ 1.3 พันล้านบาท หลังจากรับรู้รายได้จากยอดขายรอโอน (backlog) ที่มีเกือบ 1 พันล้านบาท ส่วนใหญ่รับรู้ภายในปีนี้ โดยคาดยอดขายปีนี้อยู่ที่ 3.9 พันล้านบาท นอกจากนี้จะรับรู้รายได้จากธุรกิจรับสร้างบ้าน ที่ปัจจุบันมีสัญญาเป็นมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท คาดรับรู้ปีนี้ประมาณ 200 ล้านบาท
    บริษัทฯ มั่นใจขายหุ้นเพิ่มแก่นักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) จำนวน 200 ล้านหุ้นได้หมด โดยที่ผ่านมาขายหุ้นเพิ่มทุนให้ PP แล้ว จำนวน 52.7 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5 บาท ขณะนี้เหลือหุ้นเพิ่มทุนอีก 147.3 ล้านหุ้น คาดขายได้หมดภายในไตรมาส 3/60 ซึ่งขณะนี้มีนักลงทุนสถาบันและบุคคลสนใจจองซื้อจำนวนมาก คาดหลังขายหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้จะได้เงินกว่า 1 พันล้านบาท และ ทำให้ปริมาณหุ้นหมุนเวียน (ฟรีโฟลท) ของบริษัท เป็นไปตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯที่ 15% โดยสัดส่วนถือหุ้นของ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด(มหาชน) หรือ S จะเหลืออยู่ที่ 51 %

*** มีแผนออกหุ้นกู้ปลายปีนี้ 300-400 ลบ.
    ปลายปีนี้บริษัทฯ มีแผนออกหุ้นอีก 300-400 ล้านบาท จากที่ปัจจุบันมีวงเงินออกหุ้นกู้เหลือประมาณ 1,400 ล้านบาท 
ที่เหลือจะทยอยออกในปีหน้า เพราะปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างให้ บริษัท ทริสเรทติ้งจัดทำอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือ
    สำหรับเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้ PP และออกหุ้นกู้ บริษัทจะนำไปลงทุนในโครงการต่างๆ โดยปีนี้บริษัทมีแผนลงทุน 2-3 พันล้านบาท ในการซื้อที่ดินและพัฒนาโครงการ ซึ่งปีนี้มีแผนเปิด 3 โครงการใหม่ มูลค่าประมาณ 9 พันล้านบาท
 
 *** บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส  แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐานปี61 ที่ 17.20 บาท
    บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า ดีลการซื้อพราวด์ เรสซิเดนท์ดีกว่าคาด ในประเด็นตั๋วสัญญาใช้เงิน นอกจากไม่มีดอกเบี้ยจ่ายแล้วบริษัทสามารถใช้เงินสดจากการโอนพาร์ค 24 มาจ่ายค่าซื้อกิจการ โดยแบ่งชำระเป็น 3 งวดคือ ต.ค.60 ม.ค.61 และ เม.ย.61  ทำให้ บล.ดีบีเอสฯ ปรับประมาณการดีขึ้นเล็กน้อย ปีนี้ลดค่าใช้จ่ายปรับกำไรขึ้น 2% ส่วนปีหน้าลดดอกเบี้ยจ่ายลงปรับกำไรขึ้น 1% คาดว่ายอดขายจะเร่งตัวขึ้นจากการเปิดขายคอนโดใหม่มากขึ้น และมีอีเวนต์ VIP Presales Day 17-18 มิ.ย.60
    คงคำแนะนำ ซื้อ ตั้งแต่ต้นไตรมาส 2 ถึงปัจจุบัน (QTD) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาแล้ว 74% จนราคาหุ้นเกินกว่าราคาพื้นฐานปีนี้ที่ 15.12 บาทไปแล้ว แต่ดีลการซื้อพราวด์ฯ เป็นดีลที่ดี เสริมการเติบโตของกำไรหลักสูงสุดในกลุ่มระหว่างปี 60-62 ด้วยค่าเฉลี่ย CAGR ที่ 74% และมีความเสี่ยงทางธุรกิจต่ำ เพราะเมื่อซื้อแล้วมีรายได้รอโอนเลยอีกทั้งบริษัทจะเจาะตลาดคอนโด Hi-End ได้ด้วยแบรนด์ PARK เพิ่มเติมในอนาคต จึงเลื่อนไปใช้ราคาพื้นฐานปี 61 ที่ 17.20 บาท ซึ่งประเมินด้วยวิธี SOTP แบ่งเป็นที่อยู่อาศัย 16.75 บาท ด้วย P/E ปี 61 ที่ 10 เท่า และธุรกิจโรงแรมที่ 0.45 บาท ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีก 10% ผนวกกับคาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลปีนี้และปี 61 ที่น่าพอใจคือ 2.4%/4.3% ตามลำดับ
 
      

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด