ข่าวนี้ที่ 1

| 12 กรกฎาคม 2560 | 17:05

KTB สุดยื้อ! จัดชั้น"เอิร์ธ"เป็น NPL ตั้งสำรอง 100% ฉุดกำไรลดฮวบ

"ธนาคารกรุงไทย" ยอมรับ หนี้ EARTH มูลค่า  1.2 หมื่นล้านบาท ถูกจัดชั้นเป็น NPL แล้ว พร้อมตั้งสำรองเต็ม 100% ในไตรมาส 2/60 ฉุดผลการดำเนินงานปีนี้ ทำ NPL พุ่งแรง ผู้บริหารหวังสิ้นปีนี้ควบคุมหนี้เน่าไม่ให้เกิน 4.8%  ขณะที่สินเชื่อรวมปีนี้มี
โอกาสโตไม่ถึงเป้าหมายที่ 4-6% พร้อมจับตาการคืนหนี้ AQ ใกล้ชิด หลังประกาศเพิ่มทุนสำเร็จ ด้านโบรกฯประเมินปัญหา EARTH กระทบกำไร KTB ลดลงพร้อมเตรียมปรับประมาณการทั้งปีอีกครั้ง

*** จัดชั้นหนี้ EARTH เป็น NPL กระทบผลดำเนินงานปีนี้
    นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธนาคารได้จัดชั้นหนี้ บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) หรือ EARTH  มูลหนี้รวม 12,000 ล้านบาท เป็น หนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้ (NPL) แล้ว
หลังผิดนัดชำระหนี้   พร้อมการตั้งสำรองหนี้เต็ม100%  ตั้งแต่ไตรมาส 2/60   โดยยอมรับว่ากรณีที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของธนาคารในไตรมาสนี้ทันที 

*** จับตากลุ่มอสังหาฯ หวั่น NPL พุ่งอีก
    นายผยง กล่าวว่า การผิดนัดชำระหนี้ของ EARTH  ทำให้ NPL ของธนาคารเพิ่มขึ้น  จากไตรมาส 1/60 มี NPL อยู่ที่ 4.28% และสิ้นปีนี้ธนาคารตั้งเป้าจะควบคุม NPL ไม่ให้เกิน 4.8%  จากสิ้นปี 59 ที่อยู่ 3.89%
    "ตอนนี้ต้องจับตาดูกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ว่ามีดีมานด์เทียมหรือเปล่า ต้องดูตั้งแต่ผู้ประกอบการว่าทำเลอยู่ตรงไหน ลูกค้าเป็นใคร เพราะตอนนี้เราต้องดูเชิงลึกให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิด NPL ขึ้นในอนาคต"นายผยง กล่าว
    
*** ยอมรับสินเชื่อปีนี้โตไม่ถึง 4-6% 
    นายผยง กล่าวต่อว่า การปล่อยสินเชื่อรวมของธนาคารในปีนี้ ยอมรับว่าจะไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ 4-6% เนื่องจากสินเชื่อในระบบไม่เติบโต  ทำให้ธนาคารไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งการเติบโตในระยะสั้น แต่จะเน้นการเติบโตในระยะยาว 
    "ปีนี้สินเชื่อคงไม่โตตามเป้า เพราะระบบก็ไม่ได้โต เราจะไปฝืนก็คงไม่ดี ซึ่งในครึ่งปีแรกสินเชื่อยังไม่โตเท่าที่หวัง แต่มั่นใจในครึ่งปีหลังจะโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรกตามการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนของรัฐบาล ถนน และ รถไฟฟ้า"นายผยง กล่าว
    สำหรับกรณีที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) จะออกมาตรการควบคุมสินเชื่อบัตรเครดิต และ สินเชื่อส่วนบุคคลนั้น ยอมรับว่ากระทบในแง่ส่วนแบ่งกำไร จากการที่ธนาคารถือหุ้นใน บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC  49% แต่อย่างไรก็
ตาม มองว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะกระทบต่อรายได้ของ KTC ไม่มาก เพราะ KTC มีการคัดเลือกลูกค้าที่มีคุณภาพอยู่แล้ว 

***ติดตามการคืนหนี้ AQ ใกล้ชิด
    นายผยง กล่าวว่า กรณีของ บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ AQ  มูลหนี้ประมาณ 8,000 ล้านบาท แต่หากรวมดอกเบี้ย จะมีมูลหนี้รวมที่ 10,004 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการเพิ่มทุนเพื่อมาชำระหนี้แก่ธนาคาร แต่อย่างไรก็
ตาม ธนาคารได้มีการตั้งสำรองไปแล้ว 100% เช่นเดียวกัน ซึ่งธนาคารอยู่ระหว่างติดตามอย่างใกล้ชิด

*** เพิ่มทุนขาย PP ใช้หนี้ KTB 
    บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด(มหาชน) หรือ AQ แจ้งว่า การขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 100,000 ล้านหุ้น  ได้มีการจัดสรรให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PP)  15 ราย จำนวน  34,140 ล้านหุ้น  กำหนดราคาเสนอขายหุ้นที่ 0.05 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงิน 1,707
ล้านบาท กำหนดชำระเงินภายในวันที่ 14 กรกฎาคม 2560  ยังคงเหลือหุ้นจากการจัดสรรครั้งนี้ จำนวน 65,860 ล้านหุ้น โดยมีนักลงทุน 15 รายที่สนใจจะไม่เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานของบริษัทฯ หรือ เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทฯ  
รวมถึงสิทธิในการออกเสียงของผู้ถือหุ้นดังกล่าวเท่าเทียมกับผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ตามข้อบังคับของบริษัทฯ และไม่มีความสัมพันธ์กันหรือมีพฤติกรรมที่เข้าลักษณะเป็นการกระทําร่วมกับบุคคลอื่น (Acting in Concert) จึงไม่เข้าข่ายต้องทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของ
บริษัทฯ(Tender Offer)
    แผนการใช้เงินเพิ่มทุน จะนำใช้ชำระหนี้ KTB ตามคำพิพากษา จำนวน  10,004.47 ล้านบาท  ใช้พัฒนาโครงการ ESTET RATTANATHIBET 976.90 ล้านบาท พัฒนาโครงการ ชลบุรี บายพาสน์ 457.37 ล้านบาท พัฒนาโครงการ AQ Welle 81.93 ล้าน
บาท พัฒนาโครงการ AQ ARBOR 397.79 ล้านบาท พัฒนาโครงการ AQ ALIX 303.89 ล้านบาท ซื้อที่ดินหลักประกัน 1,500.00 ล้านบาท ส่วนปี 61-62 ใช้ลงทุนโครงการใหม่ 1,500 ล้านบาท และเงินลงทุนหมุนเวียน 500 ล้านบาท  

*** โบรกฯประเมินตั้งสำรอง 1.2 หมื่นลบ.ทำกำไรหด
     นายอดิสรณ์ มุ่งพาลชล นักวิเคราะห์การลงทุนด้านหลักทรัพย์ บล. ฟิลลิป จำกัด(มหาชน) เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า เดิมฝ่ายวิจัยคาดกำไรไตรมาส 2/60 ของ KTB ไว้ที่ 8,300 ล้านบาท โดยหากมีการตั้งสำรอง 1 หมื่นล้านบาทจะกระทบ
กำไร 18%  หรือลดลงเหลือ 6,300 ล้านบาท แต่หากมีการตั้งสำรอง 15,000 ล้านบาท จะกระทบกำไร 71%  ทำให้กำไรลดลงเหลือ 2,300 ล้านบาท จากไตรมาส 1/60 ธนาคารมีกำไรสุทธิที่ 8,500 ล้านบาท ซึ่งทำให้ทั้งปีนี้ฝ่ายวิจัยต้องปรับประมาณการณ์ลงเช่นกัน
โดยคาดว่ากำไรจะหดตัว 5-13% เหลือ 28,000-30,000 ล้านบาท จากเดิมคาดกำไรปีนี้ไว้ที่ 32,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับเดียวกับปี 59
    “เราประเมินเบื้องต้นว่ากำไรไตรมาส 2/60 ได้รับผลกระทบจากการตั้งสำรอง EARTH แต่อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามการแจ้งผลประกอบการในสัปดาห์หน้าอีกครั้งว่าสรุปแล้วธนาคารจะตั้งสำรองรวมเป็นเท่าไร เพราะธนาคารอาจมีการดึงสำรองส่วนเกินมา
ผสม ซึ่งอาจทำให้กำไรไม่หดตัวลงมามากอย่างที่คาดไว้”นายอดิสรณ์ กล่าว
    ก่อนหน้านี้ บทวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป  ระบุว่า ในฐานะที่ KTB เป็นหนึ่งในธนาคารที่ร่วมปล่อยสินเชื่อให้กับ EARTH ทำให้ทางฝ่ายมองว่าสินเชื่อที่ปล่อยอาจจะถูกจัดชั้นเป็น NPL ซึ่งจะทำให้ KTB มีความเสี่ยงที่จะต้องตั้งสำรองเพิ่มจากกรณีดังกล่าว อย่าง
ไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่า KTB ได้ปล่อยกู้ให้กับ EARTH เป็นจำนวนเงินเท่าไร
          อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรองทุก 1 พันล้านบาท จะทำให้ผลประกอบการธนาคารลดลง 2.5% ราคาพื้นฐานลดลง 5%  เนื่องจากความไม่แน่นอนของวงเงินที่ KTB ปล่อยกู้ให้กับ EARTH ทางฝ่ายจึงลองทำ Sensitivity เกี่ยวกับการตั้งสำรองที่ต้องตั้งเพิ่ม ที่
จะส่งผลกระทบกับประมาณการผลประกอบการของ KTB รวมไปถึงราคาพื้นฐาน โดยทุก 1 พันล้านบาทที่จะต้องตั้งเพิ่มจากประมาณการเดิมของทางฝ่ายจะส่งผลให้ผลประกอบการของ KTB ลดลงประมาณ 2.5% จากที่หากไม่รวมการตั้งสำรองของ EARTH ทาง
ฝ่ายคาดไว้ว่า KTB จะมีกำไรสุทธิปี 60 ที่ 33.7 พันล้านบาท และจะทำให้ราคาพื้นฐานลดลง ประมาณ 5% จากเดิมราคาพื้นฐานที่ 21.50 บาท 
               ทางฝ่ายประเมินว่า KTB อาจจะต้องตั้งสำรองในกรณีนี้ประมาณ 2 พันล้านบาท ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการลดลง 4.8% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 33.7 ล้านบาท ลดลงเหลือ 32 พันล้านบาท และจะทำให้ราคาพื้นฐานลดลงเหลือ 19.30 บาท และปรับลดคำ
แนะนำลงมาเป็น “ทยอยซื้อ” แต่อย่างไรก็ตามยังมีความเสี่ยงที่การตั้งสำรองอาจจะสูงกว่าที่ทางฝ่ายคาดได้
     ด้าน บทวิเคราะห์ บล.ทรีนิตี้ ระบุ เรายังไม่อาจยืนยันจำนวนยอดหนี้ของแต่ละธนาคารที่ปล่อยกู้ให้กับ EARTH ได้ จึงทำการประเมินผลกระทบในเชิงระมัดระวัง โดยตั้งสมมติฐานกรณีที่มีการผิดนัดชำระหนี้ทั้งจำนวน 12,000 ล้านบาท ซึ่งในกรณีที่
ธนาคารนำสำรองส่วนเกินที่มีอยู่มาใช้เป็นสำรองสำหรับหนี้ส่วนนี้อาจไม่กระทบต่อกำไรสุทธิของธนาคาร แต่จะทำให้ NPL Coverage Ratio ลดลงเหลือ 100% จากปัจจุบันที่ 113.4% แต่หากธนาคารมีการตั้งสำรองใหม่สำรองมูลหนี้ก้อนหนี้โดยเฉพาะ แบบไม่คิด
หลักประกัน ผลกระทบต่อกำไรสุทธิจะอยู่ที่ราว 26% จากประมาณการเดิมที่เราทำไว้ ส่วน NPL Coverage Ratio อาจลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ราว 111%
     เรายังคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 20.70 บาท อิง PBV 1 เท่า โดยประเด็นดังกล่าวที่ได้วิเคราะห์ไปข้างต้นเป็นผลกระทบในกรณีที่เลวร้ายที่สุด และอาจมีประเด็นการรับชำระหนี้จาก AQ เข้ามาชดเชยได้ อย่างไรก็ตามในระหว่างที่ยังไม่มีความชัดเจนในประเด็น
ดังกล่าว เรายังแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนไปก่อน
     ด้านบล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุ สินเชื่อปีนี้ คาดขยายตัว 5.2%YOY แต่จาก NIM ที่ต่ำลง และ NPLs ที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง (4.8%) ส่งผลให้เราปรับประมาณการกำไรสุทธิของปีนี้ ลดลงจากเดิม 12% เป็น 30,799 ล้านบาท อ่อนตัวลง 4.6%YoY
โดยการประมาณการนี้เรายังไม่ได้ปรับการรับรู้รายได้หนี้สูญรับคืนของ AQ เนื่องจากเรามองว่ายังไม่มีความชัดเจนในการปรับโครงสร้างหนี้ ถึงแม้ล่าสุด AQ จะสามารถเพิ่มทุนได้สำเร็จ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด