ข่าวนี้ที่ 1

| 12 กุมภาพันธ์ 2561 | 18:06

EA ทุ่มงบลงทุน 2.47 หมื่นลบ. คาดดันกำไรโตปีละ 29% ยาว 7 ปี

    EA ประกาศแผนลงทุนปี 61-62 ใช้งบ 2.47 หมื่นลบ. รองรับการขยายงานทุกธุรกิจ เน้นโรงไฟฟ้าพลังงานลม และสร้างโรงงานแบตเตอรี่เก็บไฟฟ้า แย้มผนึกพันธมิตรลงทุนนิคมอุตสาหกรรม ด้านนักวิเคราะห์ประเมินกำไรโตเฉลี่ยปีละ 29% จนถึงปี 67 ที่คาดกำไรสุทธิจะทะลุ 2.55 หมื่นล้านบาท นำโดยวินด์ฟาร์มและธุรกิจแบตเตอรี่

** วางงบลงทุน 2.47 หมื่นลบ.ในปี 61-62 
    นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมแผนลงทุนปี 61-62 ใช้งบราว 2.47 หมื่นลบ. รองรับการขยายงานทุกธุรกิจ โดยแหล่งที่มาทั้งเงินกู้ยืม ออกหุ้นกู้ และเงินสดหมุนเวียน ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน 
    ทั้งนี้การลงทุนแบ่งเป็น 5 ส่วน ได้แก่ 
    1.สายธุรกิจไบโอดีเซล 2,000 ล้านบาท จะสร้างโรงงานเพิ่มการผลิตไบโอดีเซล เน้นกรีนดีเซล เป็น 1.2 ล้านลิตรต่อวันในปีหน้า จากปัจจุบัน 8 แสนลิตรต่อวัน     
    2.ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมหนุมาน จ.ชัยภูมิ ขนาด 260 เมกะวัตต์ ใช้งบ 17,700 ล้านบาท จะเริ่มจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD)ปลายปีนี้ จากปัจจุบันมีโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมหาดกังหัน ในภาคใต้ 126 เมกะวัตต์ ซึ่งจ่ายไฟได้เต็มในปีนี้ ทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์(โซล่าร์ฟาร์ม) มีที่ลำปางและนครสวรรค์ รวมกำลังผลิตเพิ่มเป็น 664 เมกะวัตต์
    3.โครงการก่อสร้างโรงงานและผลิตแบตเตอรี่ เฟส 1 ขนาด 1 GWh และโครงสร้างพื้นฐาน รวม 4,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่จะใช้ในโรงไฟฟ้า คาดสร้างเสร็จและเริ่มมีรายได้กลางปี 2562 และเฟส2 จะขยายโรงงานผลิตแบตฯเพิ่มเป็น 50 GWh ต่อไป ล่าสุดได้เริ่มทำการทดลองกับระบบย่อยที่ลำปางเพื่อเก็บข้อมูลแล้ว
    4.โครงการผลิตและติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ (EV Charging) 700 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ EA Anywhere จะติดตั้งทั่วประเทศให้ครบ 1,000 สถานีภายในปีนี้ จากปัจจุบันมี 80 สถานี 
    5.การวิจัยและพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ ในกลุ่มที่เกี่ยวข้อง 300 ล้านบาท
    “ตามแผนธุรกิจ จะทำให้สัดส่วนรายได้ปี 2561 มาจากธุรกิจไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 65% และธุรกิจไบโอดีเซล 35% จากปี 2560 อยู่ที่ 61% และ 39% ตามลำดับ ส่วนอัตราผลตอบแทนการลงทุนแต่ละโครงการภายใต้งบ 2.47 หมื่นล้านบาท นั้น คาดไม่ต่ำกว่า 18%” นายอมร 
    นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างเจรจาขยายธุรกิจในอาเซียน ในธุรกิจโรงผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลม คาดเริ่มได้ในปี 62

** แย้มผนึกพันธมิตรลงทุนนิคมฯ
    นายอมร กล่าวด้วยว่า บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาสร้างนิคมอุตสาหกรรม และกำลังเจรจากับพันธมิตร เช่น การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และเอกชนในพื้นที่มีศักยภาพ คือ จังหวัดฉะเชิงเทราในพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่มีศักยภาพทางโลจิสติกส์สามารถเชื่อมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและลาว
    เบื้องต้น จะใช้พื้นที่กว่า 1,000 ไร่ คาดว่าจะสรุปความชัดเจนและสัดส่วนการลงทุนได้ในปีนี้ เพื่อเปิดดำเนินการปี 2562 คาดงบลงทุนเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานอยู่ที่ราว 1,000 ล้านบาท หากรวมที่ดินจะใช้งบกว่า 5,000 ล้านบาท
    โดยนิคมฯ จะรองรับที่ตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ เฟส1 และโรงงานใหม่ที่จะเพิ่มการผลิตไบโอดีเซลของบริษัทเอง
    
** โบรกฯ คาดกำไรโตเฉลี่ย 29% ยาว 7 ปี
    บล.ซีไอเอ็มบี ระบุในบทวิเคราะห์ คาดว่า EA จะมีกำไรเติบโตเฉลี่ย 29% CAGR ในปี FY17-24 และคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตจาก 4.2 พันล้านบาทเป็น 2.55 หมื่นล้านบาทในปี FY24 นำโดยวินด์ฟาร์มและธุรกิจแบตเตอรี่
    โดยได้รวมกำไรและมูลค่าโรงงานแบตเตอรี่เฟสแรก (1GWh) และบางส่วนของเฟสสอง(15GWh จาก 49GWh) ไว้ในประมาณการ
    ยังแนะนำ “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายตามวิธี SOP ขึ้นเป็น 83 บาท จากเดิม 48 บาท หลังปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นและมูลค่าของโรงงานแบตเตอรี่เฟสที่ 1 (1GWh) และ 2 (15GWh)
    ก่อนหน้านี้ บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 11 ม.ค. 61 ว่า ปรับราคาเป้าหมาย EA ปีนี้เป็น 110 บาท (เดิม 46บาท) และให้มูลค่า EA ในปี 63 ที่ 130 บาท/หุ้น
    มองว่าแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจกักเก็บพลังงานในภูมิภาคจะสนับสนุนการเติบโตของกำไรอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ปี 63-64 เป็นต้นไป และต่อยอดไปยังธุรกิจ EV Charging Station ในอนาคต ขณะที่กระแสเงินสดจากธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม-ลม จะยังแข็งแกร่งและหนุนการโตของกำไร 19-52% ในปี 61-62
    ทั้งนี้ ประเมินปีนี้ EA จะมีกำไรสุทธิ 4,847 ล้านบาท ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 7,348 ล้านบาทในปี 62 จากแนวโน้มทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับการกักเก็บพลังงาน ซึ่งเชื่อว่า EAจะทำได้เร็วกว่าแผนที่วางเอาไว้ โดยคาดว่าจะมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 30 GWh ภายในปี 62 - 66 จากแผนเดิมที่คาดทำได้ 10 GWh
    ส่งผลให้จะผลักดันกำไรสุทธิของ EA เพิ่มขึ้น 3.2 เท่าใน 5 ปีข้างหน้า และ 8.6 เท่าใน 10 ปีข้างหน้า เมื่อนับจากปี 60 จากการนำแบตเตอรี่มาจำหน่ายในรูปแบบแพคเกจครบวงจรในตลาดอาเซียน และมีโอกาสเป็นผู้จำหน่ายแบตเตอรี่ให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
    ราคาเหมาะสมที่ 110 บาท คำนวณด้วยวิธี Sum of Parts แบ่งเป็น มูลค่าจากโครงการไบโอดีเซล และโครงการพลังงานทดแทนทั้งแสงอาทิตย์และลมที่จะ COD ครบทั้ง 664 เมกะวัตต์ในปีนี้ จำนวน 22.50 บาท , มูลค่าจากโครงการกักเก็บพลังงาน (ES) จำนวน 25.50 บาท และมูลค่าจากการเป็นผู้ขายอุปกรณ์ ES พร้อมโครงการ จำนวนมากถึง 59.30 บาท

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด