ข่าวนี้ที่ 1

| 11 กันยายน 2560 | 16:04

S ลงทุนหนัก 5.5 หมื่นลบ. เดินหน้าสู่ Holding Company

         "สิงห์ เอสเตท" ประกาศเดินหน้าสู่  Holding Company  ขยายการลงทุนมูลค่ากว่า 5.5 หมื่นล้านบาท กระจายทุกเซกเมนต์ หวังดันเป้ารายได้แตะ 2 หมื่นล้านบาทในปี 63 วางแผนซื้อกิจการเพิ่ม ทั้งในประเทศ และแถบเอเชีย พร้อมขยายขนาดสินทรัพย์รองรับการระดมทุน ทั้งการจัดตั้งกอง REIT และดันบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

** ลงทุน 5.5 หมื่นลบ.ภายในปี 63

         นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S เปิดเผยในงานแถลงข่าวแผนงานของบริษัทฯ ประกาศเดินหน้าสู่การเป็น  Holding Company โดย ตั้งเป้าขยายการลงทุนมูลค่ากว่า 5.5 หมื่นล้านบาท ภายในปี63 เน้นกระจายพัฒนาธุรกิจในหลายเซกเมนต์ ทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม และพื้นที่ค้าปลีกและอาคารสำนักงาน 
         บริษัทมีแผนเปิด 4 โครงการใหม่ในช่วงที่เหลือของปีนี้ มูลค่ารวม 19,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการที่พักอาศัยระดับลักชัวรี ที่พัฒนาโดยสิงห์ เอสเตท 2 โครงการ คือ ดิ เอส แอท สุขุมวิท 36 มูลค่า 6,175 ล้านบาท และ สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส มูลค่า 4,932 ล้านบาท และโครงการที่พัฒนาโดย บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) หรือ NVD 2 โครงการ ได้แก่ โครงการคอนโดมิเนียมซูเปอร์ลักชัวรีริมแม่นำเจ้าพระยา บันยันทรี เรสซิเดนเซส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ มูลค่า 6,000 ล้านบาท และโครงการทาวน์โฮม เนอวานา ดีฟายน์ กรุงเทพกรีฑา มูลค่า 1,900 ล้านบาท ซึ่งจะเน้นการทำตลาดแบบ Living Solution ให้กับกลุ่มไฮเอนด์และเจาะกลุ่มตลาดระดับกลาง-บน
         ทั้งนี้โครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส คาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ภายในปีนี้ ส่วนช่วงที่เหลือของปีจะพัฒนาบริษัทจะพัฒนาอาคารสำนักงานอีก 1 แห่ง มูลค่า 3,000 ล้านบาท
         ควบคู่กับลงทุนบิ๊กโปรเจ็กต์ในประเทศมัลดีฟส์ มูลค่าลงทุน 11,000 ล้านบาท รูปแบบมิกซ์ยูส เจาะตลาดอัพสเกลแฟมิลี โดยมีเครือฮาร์ดร็อกคาเฟ่เป็นพันธมิตรรายแรกที่ประกาศร่วมลงทุน
         โดยยังคงวางเป้ารายได้แตะ 2 หมื่นล้านบาทในปี 63 โดยคาดว่าคาดเริ่มรับรู้รายได้จากการเช่าในกลางปี 61 หลังเปิดโครงการสิงห์ คอมเพล็กซ์ ขณะที่มีแผนเพิ่มพื้นที่เช่ารวม เป็น 2 แสนตารางเมตร(ตร.ม.) ในปี 63 จากขณะนี้มีอยู่ 6 หมื่นตารางเมตร 
         นอกจากนี้ บริษัทมีความสนใจเข้าซื้อธุรกิจโรงแรมเพิ่ม โดยเน้นในประเทศ และแถบเอเชีย โดยเฉพาะบาหลี เวียดนาม และเมียนมา ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตร 2-3 ราย ซึ่งเป็นพันธมิตรในประเทศ 1 ราย

** ระดมทุนสำเร็จ 7.7 พันลบ.

         นายนริศ เปิดเผยว่า บริษัทมีความพร้อมด้านการเงินจากการเพิ่มทุนและออกหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่า 7,720 ล้านบาท โดยเสนอขายหุ้นใหม่แก่บุคคลในวงจำกัด 1,664 ล้านบาท ให้แก่ บลจ.วรรณและกองทุนแฟรงกลิน เทมเพิลตัน (กองทุนท็อป 5 ของโลก) รวมทั้งออกหุ้นกู้แปลงสภาพ 6,056 ล้านบาท โดยมีนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจและจับจองเต็มมูลค่า
         ซึ่งจะส่งผลให้มีฟรีโฟรทเพิ่มเป็น 38%จากเดิม 24% โดยมีกองทุนทั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจจับจองเต็มจำนวน
         “การระดมทุนที่ผ่านมาประสบความสำเร็จ รองรับนโยบายดำเนินธุรกิจในรูปแบบพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลอปเมนต์ แอนด์ อินเวสต์เมนต์ โฮลดิ้ง คัมปานี เป้าหมายโมเดลธุรกิจนี้ทำได้เต็มรูปแบบภายในปี 2563 ปัจจุบัน ผลของการระดมทุนทำให้ต้นทุนการเงินลดลงจาก จาก 5% เหลือ 3.7% ในขณะที่หนี้สินต่อทุน จะลดเหลือ 0.4 เท่า”

**ขยายขนาดสินทรัพย์รองรับการระดมทุน

         บริษัทฯ พร้อมขยายขนาดสินทรัพย์รองรับการระดมทุนทั้งในรูปแบบการจัดตั้งกองทรัสต์ เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และการผลักดันบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
         โดยในส่วนของธุรกิจ Hospitality ในบริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท อินเตอร์ จำกัด หรือ SHR ซึ่งเป็นบริษัทย่อย บริษัทตั้งเป้าจะมีมูลค่าสินทรัพย์ถึง 20,000 ล้านบาท ในปี 63 พร้อมผลักดันเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากขณะนี้มีทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท และในปี 61 จะเปิดโรงแรมเพิ่ม 2 แห่งในมัลดีฟส์ในโครงการเมกะโปรเจ็ค Emboodhoo Lagoon มูลค่าประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท สะท้อนว่าการจะให้ถึงมูลค่าตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เป็นไปได้ไม่ยาก
         นอกจากนี้จะออกกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์(REIT) ในปี 62 มูลค่าเบื้องต้นราว 6 พันล้านบาท ถึง 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทยอยเพิ่มขนาดโครงการ โดยจะนำสินทรัพย์ที่เป็นอาคารสำนักงานซันทาวเวอร์ส เข้ากองทุนดังกล่าว  

** คาดรายได้ปีนี้ 4 พันลบ.-ปันผลปี 62

         ปีนี้บริษัทมั่นใจว่ารายได้จะอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 59 ที่มีรายได้ 3,657 ล้านบาท โดยบริษัทจะรับรู้รายได้ค่าเช่าอาคารสำนักงานสิงห์คอมเพล็กซ์ จำนวน 1,900 ล้านบาท เป็นการเช่าของกลุ่มบุญรอด จ่ายค่าเช่าล่วงหน้า 50 ปี และปัจจุบันบริษัทมียอดรอรับรู้รายได้ จำนวน 8,000 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ในปี 61-62
         ขณะที่คาดว่าจะเริ่มจ่ายเงินปันผลได้ในปี 62

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด