สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 10 มกราคม 2561 | 17:09

"สมคิด" ชี้หุ้นพุ่งสะท้อน ศก. - เอกชนห่วงบาทแข็งฉุดส่งออก

"สมคิด"  ลุ้นเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/60 ขยายตัวแตะ 5% หนุนทั้งปี 60 ขยายตัวได้ 4% ส่วนปี 61 มั่นใจเศรษฐกิจโตต่อเนื่อง ดันดัชนีตลาดหุ้นทำนิวไฮตั้งแต่ต้นปี  แย้มให้คลังจัดทำงบกลางปี  หวังปฏิรูปการเกษตรและยกระดับฐานรากพร้อมสั่ง ก.ดีอี ผลักดันกฎหมายดิจิทัลภายในปีนี้ หนุนธุรกรรมออนไลน์ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ กกร.มองเศรษฐกิจปีนี้โต 3.8-4.5% แต่เป็นห่วงเงินบาทแข็งค่าหวั่นกระทบส่งออก พร้อมตั้งทีมงานเฉพาะกิจหารือ ธปท.หวังออกมาตรการพยุงค่าบาท

*** ลุ้นจีดีพีไทย Q4/60 โตแตะ 5%
      นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/60  คาดการณ์ว่ามีโอกาสที่จะขยายตัวได้ถึง 5% ทำให้เศรษฐกิจไทยปี 60 ขยายตัวได้ถึง 4%  โดยที่ความเชื่อมั่นประชาชนปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
    ส่วนปี 61 รัฐบาลจะเร่งดำเนินการ การปฏิรูปภาคการเกษตร การยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีศักยภาพมากขึ้น
     ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีดัชนีตลาดหุ้นไทยพุ่งทะยานดี สะท้อนภาวะเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวได้ จากการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC และแนวโน้มการปฏิรูปประเทศที่ทันสมัย 
    “นักลงทุนจะไม่มาไทยได้อย่างไร เมื่อจีดีพี Q4/60 หลายคนบอกจะใกล้ 4.5% แต่ผมมองว่าจะมีโอกาสถึง 5% และทั้งปีมีโอกาสที่จะถึง 4% ได้ โดยโมเมนตัมมันมาเรื่อยๆ โดยสิ่งสำคัญมันมาจากความเชื่อมั่นของประชนชนสำคัญที่สุด โดยในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนสูงสุดในรอบ 35 เดือน และความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมสูงสุดในรอบ 22 เดือน มาถึงตอนนี้ผมอยากให้ทุกท่านวัดเองว่าเศรษฐกิจดีหรือไม่ หากเห็นว่าอันไหนไม่ดีให้มาบอกด้วย”นายสมคิด กล่าว  

*** เล็งทำงบกลางปี ปฎิรูปเกษตร-ยกระดับฐานราก
    นายสมคิด กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ กระทรวงการคลังจะเร่งพิจารณาจัดทำงบกลางปี เพื่อปฏิรูปการเกษตรและยกระดับฐานราก เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
     โดย ครม.ได้อนุมัติมาตรการช่วยเหลือภาคเกษตร และผู้มีรายได้น้อย ระยะที่ 2 ซึ่งในเฟสแรกนั้น รัฐบาลได้เพิ่มวงเงินในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นให้กับผู้มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน หรือ มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี เพิ่มขึ้นเป็น 500 บาท และหากมีรายได้เกิน 30,000 บาทต่อปี จะได้วงเงินเพิ่มเป็น 300 บาท แต่ทั้งนี้จะตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนดว่าผู้มีรายได้น้อยจะต้องพัฒนา สร้างอาชีพด้วย ขณะเดียวกันยังดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมสนับสนุน โดยให้สิทธิประโยชน์ในการหักลดหย่อนภาษีกับผู้ประกอบการที่ใช้จ่ายเพื่อการอบรม หรือ พัฒนาทักษะแรงงานให้กับผู้มีรายได้น้อย ด้วย 
    สำหรับการช่วยเหลือภาคเกษตรนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยู่ระหว่างหารือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) เพื่อยกระดับการเกษตรของประเทศไทย โดยจะพิจารณาเป็นรายกลุ่ม รายจังหวัด ว่าในแต่ละพื้นที่จะต้องได้รับการช่วยเหลือ หรือดำเนินการในลักษณะใดบ้าง รวมถึงจะต้องร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมด้วย ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นากยรัฐมนตรี จะตั้งทีมงานเพื่อดูแลกลุ่มจังหวัดโดยเฉพาะ เพื่อให้การเติบโตในเศรษฐกิจฐานรากแข็งแรงและกระจายตัวมากขึ้น  

***ผลักดันกฎหมายดิจทัลหนุนซื้อขายออนไลน์
    นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท ไปรษณีย์ไทย ร่วมกันสร้างตลาดอีคอมเมิร์ซในร้านโชว์ห่วย และร้านค้าประชาชน โดยให้สามารถซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้ โดยมอบหมายให้นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นหัวหน้าทีม ในการศึกษาและพิจารณาด้านกฎหมายดิจิทัลให้มีความทันสมัย รองรับกับสิ่งที่รัฐบาลจะเร่งดำเนินการ โดยจะต้องให้ได้ความชัดเจนภายในปีนี้  
    ขณะที่ในระยะต่อไปจะสร้างให้ฐานรากมีความเข้มแข็ง เนื่องจากในช่วงยุคดิจิทัล หากประเทศไทยไม่ปฏิรูปประเทศเพื่อรองรับ จะทำให้ประเทศไทยไม่สามารถปรับตัวเท่าทันกับโลกได้ ซึ่งในปัจจุบันพบว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงโดยเริ่มซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งจะทำให้กลุ่มที่มีความสามารถ หรือ มี Innovation tranform จะทำให้แรงงานที่มีทักษะมีรายได้เพิ่ม และการจ้างงานเพิ่มขึ้นด้วย  
     “ในเวลานี้ หากเราไม่ปรับตัวจะต้องช้าแน่นอน ด้านแรงงานจะพบว่า หากกลุ่มไหนที่พัฒนาแรงงานได้จะทำให้มีรายได้มากขึ้น ซึ่งรัฐบาลพร้อมจะสนับสนุนการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตามที่มีข้อเรียกร้อง แต่ทุกฝ่ายจะต้องหารือร่วมกันก่อน ให้ได้ข้อสรุปร่วมกัน อยู่ร่วมกันได้”นายสมคิด กล่าว

*** กกร.คาดจีดีพีไทยปีนี้โต 3.8-4.5%
     นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า ในการประชุม กกร. ได้ประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 61 ขยายตัว 3.8-4.5% จากปี 60 คาดขยายตัว 3.9% โดยการส่งออกปีนี้ คาดขยายตัว 3.5-6% จากปี 60 คาดอยู่ที่ 10% และเงินเฟ้อประมาณการขยายตัว 1.1-1.6% จากปี 60 คาดอยู่ที่ 0.7%
    "การส่งออกในปี  61 ที่คาดว่าจะขยายตัวต่ำกว่าปีที่ผ่านมา เพราะเทียบกับการส่งออกในปีที่ผ่านมาขยายตัวอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่ขยายตัวอยู่ในฐานต่ำ และส่วนหนึ่งเป็นผลจากการแข็งค่าของเงินบาท "

*** ตั้งบอร์ดเฉพาะกิจ แก้ปัญหาบาทแข็ง
     นายกลินท์ กล่าวว่า ประเด็นที่ กกร. มีความเป็นห่วงอย่างมาก คือเงินบาทที่แข็งค่า จึงเตรียมตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นกรณีพิเศษในเร็วๆ นี้ เพื่อร่วมกันเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่อรัฐบาลภายใน 1 สัปดาห์
     “ในช่วงที่ผ่านมา 2 ปีต้องยอมรับว่าค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าถึง 12% คิดเป็นเงินกว่า 3 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการแข็งเร็วและสูงกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค ทำให้ภาคส่งออกของไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันเทียบกับประเทศมาเลเซียแข็งค่า 9% ญี่ปุ่นแข็งค่า 6% ขณะที่เวียดนามอ่อนค่า 1% ฟิลิปปินส์อ่อนค่า 7% ส่วนประเทศคู่ค้าอย่างยุโรปแข็งค่า 10% อังกฤษอ่อนค่า 8%”
    นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากการแข็งค่าของเงินบาทเคลื่อนไหวตามทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายตามปกติ เพราะนักลงทุนมีความมั่นใจในพื้นฐานเศรษฐกิจไทย การมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลก็ไม่น่าเป็นห่วง แต่ที่ภาคเอกชนเป็นห่วงคือเงินทุนเคลื่อนย้ายระยะสั้นที่เข้ามาสร้างความผันผวนในตลาดเงิน ส่งผลกระทบให้เงินบาทของไทยแข็งค่าเร็วเกินไป แต่ยืนยันว่ามาตรการดูแลค่าเงินบาทที่จะเสนอต่อรัฐบาลจะไม่ส่งผลกระทบกติกาสากล
      อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากการดำเนินมาตรการทางการค้าของสหรัฐที่มีต่อคู่ค้าต่างๆในช่วงที่สหรัฐจะมีการเลือกตั้งช่วงเดือนพ.ย.2561 รวมถึงความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศทั้งในคาบสมุทรเกาหลีและภูมิภาคตะวันออกกลาง

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด