ข่าวนี้ที่ 1

| 9 พฤศจิกายน 2560 | 17:05

RSP มั่นใจเทรดสนั่น โบรกฯให้เป้า 9.80 บาท

    "ริช สปอร์ต" ได้ฤกษ์ดีเข้าซื้อขายใน SET วันแรก ผู้บริหารมั่นใจไม่ทำให้นักลงทุนผิดหวัง เหตุพื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่ง อนาคตเติบโตสูง มั่นใจรายได้โตไม่ต่ำกว่าปีละ 10% อัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 20% ส่วนปี 61 แนวโน้มดี หลังเตรียมปรับราคาขาย-กำลังซื้อดีขึ้น-รายได้จากแบรนด์ PONY หนุน ด้านที่ปรึกษาฯเชื่อ RSP เข้าตลาดฯช่วยเพิ่มศักยภาพแข่งขันและดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง ขณะที่โบรกฯให้ราคาเหมาะสมสูงสุด 9.80 บาท


*** SET รับ RSP เข้าเทรดวันแรก
    
    ดร. สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลท.รับ บมจ. ริช สปอร์ต เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดพาณิชย์ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “RSP” ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560
    RSP ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประเภทรองเท้า (footwear) เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายอื่น ๆ (non-Footwear) ภายใต้ตราสินค้าชั้นนำจากต่างประเทศ ได้แก่ Converse และ Pony โดย Converse เป็นแบรนด์จากประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี RSP ได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวจาก Converse Inc. ในการทำการตลาด และจัดจำหน่ายสินค้า Converse ในประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ปัจจุบันบริษัทมีการจำหน่ายสินค้าทั้งในลักษณะขายปลีกและขายส่ง มีร้านค้าปลีกของบริษัทฯ (mono brand store) จำนวน 41 แห่ง และเคาน์เตอร์จำหน่ายสินค้าในห้างสรรพสินค้าจำนวน 114 แห่ง บริษัทฯ ยังได้รับสิทธิจาก Pony International Limited ประเทศฮ่องกง ในการออกแบบ ผลิต รวมถึงการใช้ตราสินค้าในการทำการตลาดสินค้าภายใต้ตราสินค้า Pony แต่เพียงผู้เดียว (exclusive right) ในประเทศไทย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอีกด้วย
    หลัง IPO RSP มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรก ได้แก่ กลุ่มนางสาวพาพิชญ์ วงศ์ไพฑูรย์ปิยะ 74.03% บมจ.ไทยประกันชีวิต 0.55 % และ นางสาวอรอุมา สุภรศิริกุล 0.26% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO มาจาก การสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (book building) โดยใช้อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) เท่ากับ 17.08 เท่า คำนวณจากกำไรสุทธิต่อหุ้น 4 ไตรมาสย้อนหลัง (1 กรกฎาคม 2559-30 มิถุนายน 2560) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดหลังการเสนอขายซึ่งเท่ากับ 770 ล้านหุ้น จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.34 บาท

*** ตั้งเป้ารายได้โตปีละไม่ต่ำ 10% อัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 20%
    
    นางสาวพาพิชญ์ วงศ์ไพฑูรย์ปิยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ RSP เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ 10% จากการขยายสาขาร้านคอนเวิร์ส(Converse) และการปรับสินค้าให้มีความหลากหลาย(Product Mix) มากขึ้น รวมถึงการนำสินค้าแบรนด์ใหม่เข้ามา โดยในปีนี้จะมีการเปิดตัวสินค้าแบรนด์โพนี่(Pony) ซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มที่มีราคาต่ำกว่าคอนเวิร์สเพื่อทำตลาดล่าง
    โดยบริษัทตั้งเป้าอัตรากำไรสุทธิ (Net profit margin) ไม่ต่ำกว่าปีละ 20% ซึ่งในช่วงปี 59 บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 21.9% จากการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่องแต่อย่างไรก็ดียอมรับว่าอัตรากำไรสุทธิอาจเพิ่มขึ้นได้มากนัก เนื่องจากสินค้าของบริษัทเน้นกลุ่มที่มีราคาไม่แพง
    สำหรับการขยายตลาดไปยังประเทศกัมพูชา จะเน้นขยายช่องทางจำหน่ายไปยังพื้นที่ในห้างเป็นหลัก และคาดว่าจะมีผลตอบรับที่ดี เนื่องจากผู้ใช้งานในประเทศกัมพูชามีความคุ้นเคยกับแบรนด์คอนเวิร์สอยู่แล้ว
    บริษัทยังมีศักยภาพการเติบโตในอนาคตจากแบรนด์ Pony ที่จะมีการขยายช่องทางการจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมีแผนที่จะเปิดเคาน์เตอร์จำหน่ายสินค้า Pony ทั้งสิ้น 40 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้  รวมถึงศักยภาพการเติบโตจากการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศกัมพูชา ที่คาดว่าจะเริ่มเปิดตลาดได้ในปีหน้า
    แนวโน้มภาพรวมตลาดเครื่องแต่งกายแนวกีฬา (Sportswear) ที่มีการเติบโตสูง และกระแสการแต่งกายแนว Sportswear กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ประกอบกับแนวโน้มอุตสาหกรรมค้าปลีกที่เริ่มกลับมาคึกคักบวกกับช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีเป็นช่วงไฮซีซั่นของอุตสาหกรรมค้าปลีก ก็จะเป็นปัจจัยที่จะช่วยส่งเสริมให้ผลประกอบการของบริษัทสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายที่วางไว้

*** ปี 61 จ่อปรับราคาขาย-กำลังซื้อดีขึ้น-รายได้จากแบรนด์ PONY หนุน
    
    บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 61 เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปี 60 เนื่องจากบริษัทมีแผนที่จะปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นอีก 10-15% และ มีรายได้จากการขายสินค้าแบรนด์ PONY เพิ่มขึ้น จากปีนี้เพิ่งเริ่มจำหน่ายในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา และมองว่ากำลังซื้อจะเริ่มฟื้นในช่วงปลายปีนี้และดีต่อเนื่องถึงปีหน้า นอกจากนี้บริษัทมีแผนที่จะเปิดสาขาของ Converse เพิ่มขึ้น โดยยังไม่สามารถเปิดเผย ส่วน สาขา PONY จะเปิดเพิ่มอีก 12-20 สาขา จากสิ้นปี 60 อยู่ที่ 38 สาขา คาดใช้เงินลงทุน 2 แสนบาทต่อสาขา
    นอกจากนี้ได้ตั้งเป้าปี 61 Gross Profit Margin และ Net Profit Margin เท่ากับปี 60 แม้ปีหน้าทาง Converse มีนโยบายให้บริษัทซื้อรองเท้าจากทาง Converse ทั้งหมด จากเดิมที่บริษัทย่อยมีการผลิตเองส่วนหนึ่งด้วย ซึ่งจะทำให้บริษัทมีต้นทุนเพิ่ม แต่บริษัทจะมีการปรับราคาสินค้าเพิ่มตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และ มีการลดจำนวนพนักงานลดลง ประกอบกับภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนปีหน้าจะลดลงเหลือ 5 % จากเดิม 20 % ส่งผลดีกับบริษัท
    ส่วนรายได้ปี 60 คาดว่าจะลดลงจากปี 59 ที่มีรายได้ 1,364 ล้านบาท เพราะกำลังซื้อที่ลดลง ทำให้ปริมาณการขายลดลงตาม แม้ปีนี้มีการปรับราคาขายสินค้าเพิ่มขึ้น 7-8% ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 บริษัทฯ มีร้านค้าปลีกของบริษัทฯจำนวน 41 แห่ง และเคาน์เตอร์จำหน่ายในห้างสรรพสินค้า 114 แห่ง
    สำหรับเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ บริษัทจะนำไปขยายสาขาเพิ่ม ปรับปรุงสาขาเดิม และ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

*** โชว์ 3 ปีกำไรโตเฉลี่ยปีละ 98.28%
    
    สำหรับผลประกอบการของ RSP เติบโตอย่างโดดเด่นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ในส่วนของกำไรสุทธิมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 75.99 ล้านบาท ในปี 2557 เป็น 246.09 ล้านบาท ในปี 2558 และ 298.76 ล้านบาท ในปี 2559 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 98.28 ต่อปี ขณะที่งวดครึ่งปีแรกของปี 2560 กำไรสุทธิอยู่ที่ 122.16 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ ยังมีความสามารถในการทำกำไรที่โดดเด่น โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ในระดับที่สูงถึงประมาณร้อยละ 52 และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ประมาณร้อยละ 20 ถือว่าเป็นระดับที่สูง สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้ RSP เป็นอีกหนึ่งบริษัทจดทะเบียนที่น่าสนใจ

*** ที่ปรึกษาฯมั่นใจนักลงทุนตอบรับดี 
    
    นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน  RSP มั่นใจการเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ของหุ้น RSP จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เนื่องจากการกำหนดราคาไอพีโอที่ 5.80 บาทต่อหุ้น ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และศักยภาพการเติบโตในอนาคต
    "หุ้น RSP ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันอย่างล้นหลาม เนื่องจากการกำหนดราคาที่เหมาะสม มีนักลงทุนสถาบันแสดงความสนใจในการจองซื้อเกินกว่าจำนวนที่จัดสรรถึง 16 เท่า ประกอบกับ RSP มีความน่าสนใจในหลายๆ ด้าน ทั้งในฐานะที่ RSP เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์ Converse แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยมานานกว่า 14 ปี ศักยภาพการเติบโตจากแบรนด์ Pony รวมถึงการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยบริษัทฯ ได้รับสิทธิเพิ่มเติมจาก Converse ในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์ Converse แต่เพียงผู้เดียวในประเทศกัมพูชา นอกจากนี้ การเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดจะทำให้ RSP เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในฐานะที่เป็นบริษัทจดทะเบียนจากทั้งคู่ค้าและลูกค้ามากยิ่งขึ้น อันจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของบริษัทฯ และสามารถสนับสนุนให้บริษัทฯ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง จึงทำให้เชื่อมั่นว่า RSP จะสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับนักลงทุน"นายสมภพ กล่าว
    
*** บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ให้ราคาเหมาะสม 9.80 บ.
    
    คาดกำไรสุทธิปี 2560 จะอ่อนตัวลง YoY แต่จะพลิกฟื้นอย่างแข็งแกร่งในปี 2561 คาดว่า RSP จะมีรายได้ปี 2560 ที่ระดับ 1,234 ล้านบาท ซึ่งอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับปี 2559 ที่มีรายได้ถึง 1,364 ล้านบาท โดยได้รับผลกระทบจากภาวะกำลังซื้อที่ชะลอตัวลงตั้งแต่ปลายปี 2559 ต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ ซึ่งทำให้เราคาดการณ์ว่า กำไรสุทธิสำหรับปี 2560 ที่ระดับ 242 ล้านบาท (-19% YoY) ทั้งนี้ รายได้ของ RSP ในช่วง 1H60 อยู่ที่ระดับ 597 ล้านบาท (-12.3% YoY) ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) ถือว่ายังทำได้ดีที่ระดับ 52.9% (เทียบกับ 53.0% ในช่วง 1H59) อย่างไรก็ตาม รายได้ที่อ่อนตัวลงได้มีผลกระทบต่อความสามารถในการจัดการทางด้านค่าใช้จ่าย โดยมีผลทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายการขายและบริหารเทียบกับยอดขาย (SG&A/Sales) เพิ่มขึ้นเป็น 28.1% ในช่วง 1H60 (เทียบกับ 23.6% ในช่วง 1H59)โดยมีกำไรสุทธิในช่วง 1H60 เท่ากับ 122 ล้านบาท (-23.4% YoY)
    ประมาณการว่า ผลการดำเนินงานของ RSP จะฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2561 โดยคาดการณ์กำไรสุทธิที่ระดับ 302 ล้านบาท (+24.8% YoY) โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของยอดขายทั้งในกลุ่มธุรกิจรองเท้า (Footwear) และกลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายอื่นๆ (Non-Footwear) ภายใต้ตราสินค้า “Converse” รวมทั้งการเข้ามาของแบรนด์ใหม่ “PONY” ที่เริ่มเข้ามามีส่วนในการสร้างรายได้เล็กน้อยให้กับ RSP ในช่วงปลายปี 2560 ทั้งนี้ เราคาดการณ์รายได้จากยอดขายของแบรนด์ทั้งสองรวมกันที่ระดับ 1,478 ล้านบาทในปี 2561 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเริ่มพลิกฟื้นขึ้นเล็กน้อย YoY มาที่ 52.5% (จากระดับคาดการณ์ที่ 52.0% ในปี 2560) ซึ่งยังต่ำกว่าอัตรากำไรขั้นต้นที่เคยทำได้ในช่วงปี
2557-58 ที่ระดับ 56-59% 
    ประเมินราคาเหมาะสมของหุ้น RSP ในปี 2561 เท่ากับ 9.80 บาท (อ้างอิง PE ที่ระดับ 25 เท่า ซึ่งคิดลด 10% จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีของกลุ่มพาณิชย์ที่ระดับ 27.9 เท่า) เติบโตไปพร้อมกับแบรนด์รองเท้าระดับโลก     

*** บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) ให้มูลค่าพื้นฐาน 9.80 บ.

    RSP ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายรองเท้าและเสือ+ ผ้า โดยได้รับสิทธิจากแบรนด์ต่างประเทศ จุดเด่นคือการมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่าง Converse และบริษัท มีอัตรากำไรสุทธิสูงกว่า 20% ผลประกอบการปี 2561-2562 ที่คาดว่ากำไรจะเติบโต 26% และ 17% จะถูกขับเคลื่อนโดยแนวโน้มการบริโภคฟื้นตัวตั้งแต่ 4Q60F และความนิยมการแต่งกายแนวสปอรต์ แฟชั่น ขณะที่ปัจจัยหนุนเฉพาะตัว ได้แก่ การเพิ่มสิทธิจัดจำหน่ายแบรนด์รองเท้า Pony และการขยายสาขาที่เร่งตัวขึ้น เราประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2561 ที่ 9.80 บาทต่อหุ้น อิง Prospective P/E 25x เทียบเท่าส่วนลด -1SD จากค่าเฉลี่ยหุ้นกลุ่มพาณิชย์ย้อนหลังเป็นระยะเวลา 5 ปี
    แนวโน้มกำไรสุทธิปี 2561-2562 แข็งแกร่ง แม้คาดกำไรสุทธิปี 2560 อ่อนตัว 20% จากการบริโภคอ่อนแอใน 1H60 แต่มองว่าผลประกอบการจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงไฮซีซั่น 4Q60F คาดว่าราคาขายเฉลี่ย สินค้า Pony ที่ต่ำกว่าแต่ใหอัตรากำไรขั้นต้น สูงกว่า Converse ช่วยจำกัดผลกระทบจากการปรับแผนสั่งซื้อสินค้าสำเร็จรูปโดยตรงจาก Converse เพียงอย่างเดียวตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งมีมาร์จินต่ำกว่าการผลิตโดยโรงงานของบริษัทย่อยได้ แนวโน้มยอดขายที่สดใส จะควบคุมอัตราส่วนค่าดำเนินงานได้ดีขึ้นและหนุนกำไรสุทธิกลับมาเติบโตมั่นคง 26% และ 17% ในปี 2561-2562 ตามลำดับ
    
*** บล.โกลเบล็ก ให้ราคาเหมาะสม 8.70 บ.
    
    ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมอยู่ที่ราว 8.70 บาท สำหรับปี 2561 บริษัทได้รับสิทธิจาก Converse Inc.ในการผลิตและจาหน่ายสินค้าประเภทรองเท้า (Footwear) เสื้อผ้า (Apparel) และเครื่องแต่งกายอื่น (Accessories) ภายใต้แบรนด์สินค้า “Converse” ในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว โดยปี 59 มีสัดส่วนรายได้จากรองเท้า 80%ของรายได้รวม และ สัดส่วนรายได้จากเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายอื่น 20%ของรายได้รวม โดย ณ ปลายเดือนมิ.ย. 60 บริษัทมีร้านค้าปลีกของบริษัท (Mono Brand Store) และ เคาน์เตอร์จาหน่ายสินค้าในห้างสรรพสินค้า (Shop-in-Shop) จานวน 41 แห่งและ 114 แห่งตามลาดับ นอกจากนี้บริษัทถือหุ้นบริษัท เบเนฟิท ชูส์ จากัด(BNS) ซึ่งดาเนินธุรกิจผลิตรองเท้ากาลังการผลิตปีละ 1.2 ล้านคู่ โดยในปัจจุบันบริษัท BNS ผลิตรองเท้าแบรนด์ Converse เพื่อจาหน่ายให้แก่บริษัททั้งหมด ปลายปี 59 บริษัทได้รับสิทธิในการผลิตและจาหน่ายรองเท้า เสื้อผ้า และเครื่องแต่งกายอื่นแบรนด์ “PONY” ในประเทศไทย กัมพูชา และลาว
    คาดอัตราการเติบโตของตลาดเสื้อผ้าและรองเท้าปี 2560-2564 เติบโตเฉลี่ย 3.4% ต่อปี จากข้อมูลของบริษัท Euromonitor International ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยตลาดระดับโลกคาดการณ์ว่าปี 2560 มูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าและรองเท้าจะอยู่ที่ 3.04 แสนล้านบาท และจะเติบโตสู่ระดับ 3.50 แสนล้านบาทในปี 2564 คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ย 3.4% ต่อปี ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้จัดทาดัชนีค้าปลีกกลุ่มเสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องหนังระหว่างปี 2554-2559 พบว่ามีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10.1% ต่อปี ซึ่งทั้ง 2 ข้อมูลบ่งชี้ถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและรองเท้าในอดีตและอนาคตที่มีความแข็งแกร่ง โดยเราคาดว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมรองเท้าจะเป็นปัจจัยหนุนต่อการเติบโตของยอดจาหน่ายผลิตภัณฑ์ของ Converse และ PONY

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด