ข่าวนี้ที่ 1

| 9 สิงหาคม 2560 | 17:05

ก.ล.ต.ไล่สอบหนี้"เอิร์ธ"2.6 หมื่นลบ. หวั่นไม่มีอยู่จริง!

ก.ล.ต. สั่ง"เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ(EARTH)"ส่งเอกสารที่เกี่ยวกับหนี้สินใหม่ 2.6 หมื่นล้านบาท มาให้ตรวจสอบภายใน 5 วัน หลังมอง ที่มา-ความมีอยู่จริง และสถานะของหนี้ดังกล่าวคลุมเครือไม่ชัดเจน พร้อมสั่งให้ทำ Special Audit ควบคู่ไปด้วย ขู่หากผู้บริหาร-บอร์ด ไม่ปฏิบัติตาม อาจถูกดำเนินคดีแพ่ง-อาญา ด้านตลาดหลักทรัพย์ยังคงเครื่องหมาย SP-NP รอบริษัทแจงข้อมูลให้ครบถ้วน ขณะที่ ธปท.สั่ง "ธนชาต" ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีถูก EARTH ฟ้องร้อง

***ก.ล.ต. สั่ง EARTH แจงข้อมูลหนี้เพิ่ม 2.6 หมื่นลบ.ใน 5 วัน
    สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า ตามที่ บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ(EARTH)ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 โดย EARTH แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า มีหนี้สินมากกว่าสินทรัพย์ เนื่องจากคู่ค้าได้ยื่นฟ้อง EARTH ต่อศาลที่มีอำนาจ เป็นยอดหนี้รวมทั้ง สิ้นกว่า 26,000 ล้านบาท ทำให้ EARTH มีหนี้สินรวม 47,480 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากที่ปรากฏในงบการเงินไตรมาส 1 ปี 2560 ซึ่งมีหนี้สิน 21,480 ล้านบาท และมีสินทรัพย์ 31,829 ล้านบาท และต่อมาในวันที่ 7 สิงหาคม 2560 EARTH ได้แจ้งต่อตลาดหลัก ทรัพย์ฯ ว่า หนี้สินจำนวนดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากการจัดส่งงบการเงินไตรมาส 1 ปี 2560
    ก.ล.ต. เห็นว่า จำนวนหนี้สินที่เพิ่มขึ้นมีจำนวนสูงถึง 1.21 เท่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินของ EARTH เป็นอย่างมาก ประกอบกับที่มา ความมีอยู่จริง และสถานะของหนี้สินดังกล่าวยังคลุมเครือไม่ชัดเจน และอาจมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นในวงกว้างหรือต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ลงทุนได้
    ก.ล.ต. จึงอาศัยอำนาจตามกฎหมายสั่งให้ EARTH นำส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหนี้สินที่เพิ่มขึ้นภายใน 5 วันทำการ รวมทั้ง ก.ล.ต.อาจเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลหรือนำส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความชัดเจนกับการพิจารณาเรื่องดังกล่าว

*** ขู่ฟันจริงทั้งแพ่ง-อาญา หากฝืนไม่ปฎิบัติตาม
    นอกจากนี้ ก.ล.ต. สั่งให้ EARTH จัดทำ special audit เพิ่มเติมจากการสั่งการก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับที่มา ความมี อยู่จริง และสถานะของหนี้สินข้างต้น เพื่อให้สามารถยืนยันได้ถึงยอดหนี้จำนวนดังกล่าว โดยให้ผู้สอบบัญชีที่สังกัดสำนักงานสอบบัญชีขนาดใหญ่แห่งใดแห่งหนึ่ง (big 4) เป็นผู้ดำเนินการ และส่งผลการตรวจสอบต่อ ก.ล.ต. พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 30 วัน
     ทั้งนี้ การไม่ปฏิบัติตามการสั่งการของ ก.ล.ต. หรือการไม่เปิดเผยข้อมูลที่ตรงต่อความเป็นจริงจะเป็นผลให้กรรมการและผู้บริหารของ EARTH อาจถูกดำเนินการตามกฎหมายซึ่งมีทั้งโทษอาญาและมาตรการลงโทษ ทางแพ่ง

*** ตลาดฯคง SP-NP รอชี้แจงข้อมูลให้ครบถ้วน
    ตามที่ EARTH ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 เนื่องจากบริษัทมีหนี้สินมากกว่าสินทรัพย์ จากกรณีที่มีคู่ค้ายื่นฟ้องบริษัทเป็นยอดหนี้รวมทั้งสิ้นกว่า 26,000 ล้านบาท ต่อมาเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2560 สำนักงาน ก.ล.ต. สั่งให้ EARTH จัดให้มีผู้สอบบัญชีตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (Special Audit) เกี่ยวกับที่มา ความมีอยู่จริง และสถานะของมูลหนี้ดังกล่าว เนื่องจากหนี้สินที่เพิ่มขึ้นมีจำนวนสูงถึง 1.21 เท่า ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินของ EARTH เป็นอย่างมาก ประกอบกับที่มา ความมีอยู่จริง และสถานะของหนี้สินดังกล่าวยังคลุมเครือไม่ชัดเจน อาจมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นในวงกว้างหรือต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุนได้ โดยให้ส่งผลการตรวจสอบต่อสำนักงานก.ล.ต.พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน30 วัน และให้นำส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหนี้สินดังกล่าวต่อสำนักงานก.ล.ต.ภายใน 5 วันทำการ
     นอกจากนี้เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2560 สำนักงาน ก.ล.ต. ได้เคยสั่งให้ EARTH จัดให้มีผู้สอบบัญชีตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (Special Audit) รายการเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้าและเงินจองสิทธิในการซื้อสินค้า ซึ่งปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้นำส่งผลการจัดทำ Special Audit ดังกล่าวและยังมิได้ชี้แจงข้อมูลตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถาม ได้ครบถ้วนและชัดเจน  
    ดังนั้นตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงยังคง SP และ NP หลักทรัพย์ EARTH ต่อไป จนกว่าบริษัทจะนำส่งผลการทำ Special Audit ดังกล่าวและคำชี้แจงตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถามได้ครบถ้วนและชัดเจน เนื่องจากเป็นข้อมูลสำคัญที่อาจกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทและเป็นสารสนเทศสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุน

*** ธปท.สั่ง ธ.ธนชาต แจงเหตุถูก EARTH ฟ้อง 
     นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า  ธปท. ได้สั่งการให้ธนาคารธนชาต ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่ถูก EARTH ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย และรายงานให้ ธปท. ทราบโดยด่วน เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
 
***โบรกฯ มองหนี้ EARTH ใช้เวลาฟื้นฟู ลุ้นคำสั่งศาล 18 ก.ย.
    บล.ทิสโก้  ระบุ ความเสี่ยงของสินเชื่อ EARTH ขยายจาก KTB/KBANK สู่ TCAP หลัง EARTH ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ ถึงการฟ้องร้องต่อศาลในกรณีที่ธนาคาร ธนชาตนำข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าไปเปิดเผยให้บุคคลอื่นทำให้ได้รับความเสียหายจากการไม่สามารถโอนเงินไปยังประเทศจีน เนื่องจากสินทรัพย์ถูกยึดเอาไว้ และทำให้ผิดนัดชำระหนี้ และการันตีอื่นๆ
    จากมุมมองของเรา มองว่า จากกฏหมายสถาบันการเงินปี 2008 มาตราที่ 154-155 ได้กล่าวว่าการนำข้อมูลความลับของบริษัทไปเปิดเผยเป็นความผิดส่วนบุคคลไม่ใช่ความผิดของนิติบุคคล โดยมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 1 ปี และ/หรือ ปรับ 1 แสนบาท
     มาตราที่ 154-155 มีข้อยกเว้นคือ การเปิดเผยข้อมูลเป็นไปเพื่อเสถียรภาพในการดำเนินงานของธนาคาร โดยหาก KTB หรือ TCAP สามารถพิสูจน์ได้ว่าการทำธุรกิจซื้อขายดังกล่าวผิดข้อกำหนดของธนาคาร ทำให้ธนาคารมีสิทธิที่จะยึดบัญชีเงินฝากเพื่อลดผลกระทบต่อเสถียรภาพต่อการดำเนินงานจะทำให้คดีนี้ตกไป
     เราเชื่อว่าหนี้สินเดิมของ EARTH จะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูกิจการเช่นเดียวกับสหฟาร์ม และจะต้องรอฟังคำสั่งศาลในวันที่ 18 ก.ย.
     โดยรวมแล้วเราไม่เชื่อว่า TCAP จะต้องจ่ายเงิน 6 หมื่นล้านบาท ให้ EARTH และเรามองว่ามูลค่าที่เหมาะสมของ TCAP ยังอยู่ที่ 50 บาท แนะนำ “ซื้อ” แต่ประเด็นนี้จะยังเป็นความเสี่ยงกดดันการปรับตัวของ TCAP และ KTB
    ด้านบทวิเคราะห์ บล.เอเชียเวลท์  ระบุ ปัจจุบัน TBANK ยังไม่ได้รับจดหมายเรียกหรือสำเนาดำเนินคดีฟ้องจาก EARTH แต่อย่างใด แม้ปัจจัยนี้อาจส่งผลต่ออารมณ์ตลาดในเชิงลบต่อหุ้น TCAP แต่เรามองว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปประเด็นดังกล่าว ทำให้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 60 ที่ 6.7 พันล้านบาท  ให้ TCAP  ราคาเป้าหมายของ AWS ปี 60 ที่ 55.00 บาท 
    บล.เอเชีย พลัส ระบุ  TBANK ยังไม่มีแผนต้องตั้งประมาณการหนี้สินจากคดีความฟ้องร้องที่เกิดขึ้น เนื่องจากเชื่อมั่นว่าการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการแล้ว จึงต้องไปพิสูจน์กันในชั้นศาลต่อไป ส่วนการอายัดเงินลูกค้า เป็นไปตามคำสั่งศาล ตามที่ชี้แจง ไม่ได้ทำโดยพลการ อีกทั้งอยู่ระหว่างประเมินตัวเลขความเสียหาย และมีโอกาสที่ว่าจะฟ้องร้องกลับ ทั้งนี้ เชื่อว่าข้อสรุปคำชี้แจงดังกล่าว จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นกลับมา โดยให้น้ำหนักไปที่การฟื้นตัวของธุรกิจหลัก อีกทั้งราคาหุ้นที่ยังถูก (P/BV เพียง 0.89 เท่า) กว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม และปันผลกว่า 5% ต่อปี

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด