สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 9 มีนาคม 2560 | 17:26

SPCG รุกหนักโซลาร์ฟาร์ม ดันกำลังผลิตแตะ 500 MW ในปี 62

SPCG รุกหนักโซลาร์ฟาร์ม ดันกำลังผลิตแตะ 500 MW ในปี 62

    "เอสพีซีจี" ตั้งเป้ากำลังผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์ม เพิ่มเป็น 500 เมกะวัตต์ ภายในปี 62 จากปัจจุบัน 260 เมกะวัตต์ แย้มอยู่ระหว่างศึกษาลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในอาเซียน คาดชัดเจนปีนี้ พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้แตะ 6.3 พันล้านบาท หลังรุกธุรกิจโซลาร์รูฟมากขึ้น แต่ยอมรับอัตรากำไรสุทธิลดลงจากปีก่อนที่ 41.74% แต่ไม่ต่ำกว่า 40% เหตุโซลาร์รูฟมาร์จิ้นต่ำ ด้านโบรกฯให้เป้า 27.25 บาท 

***ตั้งเป้ามีโซลาร์ฟาร์ม 500 เมกะวัตต์ ในปี 62    
    นางสาววันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ในปีนี้เป้าหมายที่จะรุกธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (SOLAR Roof) ภายใต้ บริษัทโซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ SPR โดยกำหนดเป้าหมายการขยายธุรกิจแบบก้าวกระโดด ซึ่งคาดว่าในปี 2560 บริษัทจะทำรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท หรือแตะ 6,300 ล้านบาท เพราะ SPR SOLAR ROOF ได้รับความนิยมมากทั้งในภาคครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรม
    สำหรับแผนธุรกิจ บริษัทได้ขยายการลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์มไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในญี่ปุ่น ซึ่งหลังจากได้เริ่มพัฒนาโครงการในพื้นที่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติภูเขาไฟไอเซน ขนาด 30 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ยังมองหาโอกาสการลงทุนในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่ง SPCG มีความพร้่อมสำหรับการลงทุนในตลาดนี้ ทั้งด้านพันธมิตร ทีมงาน และบุคลากรที่มีประสิทธิภาพจึงสามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้ทันที โดยคาดว่าจะมีโครงการโซลาร์ฟาร์มตามกำลังการผลิตติดตั้งเพิ่มขึ้นเป็น 500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2562 ที่้่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินการติดตั้งโซลาร์ฟาร์ม พร้อมจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบครบทั้ง 36 แห่ง ตั้งอยู่ใน 10 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีกำลังการผลิตรวมกว่า 260 เมกะวัตต์ 
    
***รับอัตรากำไรสุทธิปีนี้ลดลง แต่ไม่ต่ำกว่า 40%
    นางสาววันดี ยอมรับว่า อัตรากำไรสุทธิในปีนี้จะลดลงจากปีก่อนที่ทำได้ 41.74% แต่คาดว่าจะไม่ลดลงไปต่ำกว่าระดับ 40% ที่ตั้งเป้าหมายไว้ เนื่องจากรายได้จากโซลาร์รูฟมีมาร์จิ้นต่ำ หรือมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ราว 10 - 20% จากเดิมที่มีรายได้มาจากโครงการโซลาร์ฟาร์มที่มีอัตรากำไรสุทธิสูงถึง 57%

*** ทำ Due diligence เข้าลงทุนโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน
    บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาตรวจสอบวิเคราะห์สถานะของกิจการ (Due diligence) ในการเข้าลงทุนโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งหากสามารถเข้าซื้อกิจการได้ตามแผน จะทำให้ปี 62 มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมากกว่าเป้าหมายที่ 500 เมกะวัตต์ ทันที ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้ นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น ขนาด 30 เมกะวัตต์ เตรียมจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ (COD)ในปี 61 จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตที่จ่ายไฟแล้วทั้งหมด 260 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างศึกษาโครงการไฟฟ้าแบบผสมผสาม (SPP) ของภาครัฐ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะเจรจาหาพันธมิตรที่มีความชำนาญด้านพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่นๆ ในการร่วมลงทุน เนื่องจากบริษัทยังไม่มีความชำนาญในพลังงานทดแทนด้านอื่นๆมากนัก ทั้งนี้บริษัทจะเข้าร่วมประมูลงานโซลาร์ฟาร์มสหกรณ์ระยะที่ 2 ด้วยแต่ไม่สามารถรับรองกำลังการผลิตที่จะได้รับได้ เนื่องจากรูปแบบในการคัดเลือกเป็นแบบจับฉลาก
    ส่วน SPR SOLAR Roof ได้แบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1.กลุ่มลูกค้าสำหรับที่อยู่อาศัยทั่วไป ซึ่ง SPR ได้แต่งตั้ง บริษัท โฮม โปรดักซ์ เซ็ยเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO เป็นตัวแทนจำหน่ายระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในตลาดที่อยู่อาศัย และ 2.กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม ซึ่งในปี 59 ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยบริษัทเลือกใช้ แผงเซลล์แสงอาทิตย์ ที่มีคุณภาพจาก Kyocera ที่ให้การรับประกันแผงยาวนานถึง 25 ปี และหลังจากปีที่ 25 การันตีคณภาพการผลิตไฟฟ้าได้ถึง 80% นอกจากนี้ ยังเลือกใช้ Inverter SMA มาตรฐานจากประเทศเยอรมนี  และบริษัทยังมีมโยบายจัดกรรมการส่งเสริมงานขายต่อเนื่อง ทำให้บริษัทคาดการณ์ว่าในปี 2560 จะทำยอดขายได้ไม่ต่ำกว่าปีก่อน

***โบรกฯแนะ"ซื้อ" ให้เป้า 27.25 บาท
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะนำ"ซื้อ"ราคาเป้าหมาย 27.25 บาท ประเด็นติดตามในปี 2560 SPCG ได้ร่วมลงทุนกับ Kyocera ก่อสร้างโซล่าร์ฟาร์ม 37MW ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตั้งเป้า COD ในปี 2560 และอยู่ระหว่างศึกษาลงทุนเพิ่มเติมอีกด้วย ส่วนตลาดโซล่าร์บนหลังคา บริษัทตั้งเป้าขาย 2 พันล้านบาท ขยายตัวอีก 1 เท่า (สูงกว่าสมมติฐานของเรา 18%) ภายหลังความร่วมมือกับสถาบันการเงิน และ กลุ่มลูกค้าโรงงานญี่ปุ่น เริ่มเห็นผลในปี 2559 ซึ่งผู้บริหารมีความมั่นใจตรงนี้มาก ขณะที่โรงไฟฟ้าโคราช 1 (2% ของกำลังการผลิตรวม) จะสิ้นสุดระยะเวลา Adder ใน 2H60 นี้ จะสร้างแรงกดดันไม่มากนักต่อบริษัท
    SPCG รายงานผลกำไรปี 2559 ได้อย่างน่าพอใจ ในวันที่กำลังการผลิตใหม่ยังไม่มี และค่า Ft ที่ลดลง แต่ผลกำไรยังขยายตัวได้ 6% YoY จากการบริหารต้นทุนภายในที่ดีเยี่ยม และการเปิดตลาดโซล่าร์บนหลังคา SPR ที่เริ่มผลิดอกออกผลแล้ว ซึ่ง SPR เริ่มมีบทบาทในรายได้รวมถึง 18% จาก 8% ในปีก่อน คงมุมมอง บวก และคำแนะนำ "ซื้อ" 27.25 บาท/ หุ้น อิง SOTP, คราวเดียวกันนี้ SPCG ประกาศจ่ายปันผล 2H59 อีก 0.70 บาท/ หุ้น คิดเป็น Dividend yield 3%
    ผลการดำเนินงานงวดปี 2559 กำไรสุทธิ 2,314 ล้านบาท ขยายตัว 6% YoY สูงกว่าประมาณการของเรา 3% ซึ่งแม้ SPCG จะจ่ายไฟฟ้าครบ 36 โครงการไปตั้งแต่ 2Q57 แต่ทว่าผลกำไรยังคงเติบโตได้ แม้ไม่มีการผลิตใหม่ระหว่างปี 2558-59 เนื่องจาก SPCG โฟกัสใน 2 จุด คือ 1.การบริหารต้นทุนภายใน และ 2.SPCG เริ่มเปิดตลาดใหม่คือ โซล่าร์บนหลังคา ซึ่งผู้บริหารเผยว่า สามารถทำยอดขายได้ 1 พันล้านบาทในปี 2559 ขยายตัว 150% YoY หรือเกือบ 1 พันล้านบาท ซึ่งแม้ว่าธุรกิจของ SPR และ ค่า Ft ที่ลดลงจะกดดันอัตรากำไรขั้นต้นรวมให้ลดลง จาก 72.8% เป็น 64.8% ในปีนี้ แต่สุทธิแล้วในภาพใหญ่ รายได้ของ SPCG เพิ่มขึ้น 9% YoY และ กำไรสุทธิขยายตัว 6% YoY พร้อมกับการวาง Position ในตลาดโซล่าร์บนหลังคาสำหรับโรงงาน (โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่น) ได้อย่างโดดเด่น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด