ข่าวนี้ที่ 1

| 9 กุมภาพันธ์ 2560 | 17:05

"สมคิด" เปิดหวูด ดันรถไฟฟ้า 10 สายเข้าครม.ปีนี้

 

    "สมคิด" สั่งเดินหน้ารถไฟฟ้า 10 เส้นทางเข้าครม.ภายในปีนี้ ครึ่งปีแรก 5 เส้นทาง พร้อมเบิกฤกษ์ลงเสาเข็มสายสีส้ม 6 สัญญา พบ 4 บจ.ใหญ่กลุ่มรับเหมาเดินหน้ารับงานเพียบ CK ร่วมทุน STEC จับมือโกยไป 3 สัญญา ส่วน STEC-ITD และ UNIQ แบ่งเจ้าละ 1 สัญญา ฟากรฟท.มั่นใจรถไฟรางคู่เส้น จิระ-ขอนแก่น และ ฉะเชิงเทรา -แก่งคอย เสร็จทันกำหนดในปี 61-62  ฟากโบรกฯ เชียร์ CK - SEAFCO เด่นสุด เพราะมีลุ้นได้งานรถไฟรางคู่ต่อ ให้เป้า 37 บาท และ 13 บ. ตามลำดับ 

    วานนี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในการลงนามสัญญาก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงศูนย์ วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี ว่าในปีนี้จะผลักดันรถไฟฟ้าให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาจำนวน 10 สาย โดยครึ่งปีแรกจะนำเข้า 5 สาย ขณะที่สัญญาสายสีส้ม 6 สัญญา พบบริษัทรับเหมาชั้นนำ ทั้ง CK - STEC-ITD และ UNIQ ได้รับงานกันถ้วนหน้า         
       
*** `สมคิด` ดันรถไฟฟ้า 10 เส้นทางเข้าครม.ภายในปีนี้  
       นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า  รัฐบาลให้คำมั่นว่าจะให้รถไฟฟ้าทุกเส้นทางเสร็จตามเป้าหมายและรถไฟฟ้า10 เส้นทางจะผ่านคณะรัฐมนตรี(ครม.) ทั้งหมดภายในปีนี้ครบคาดว่าใช้เวลาสร้างเสร็จทั้งหมดภายในอีก 6 ปี พร้อมกันนี้ได้เร่งรัดให้รฟม. ทำรถไฟฟ้าในต่างจังหวัดอย่างน้อย 2 เส้นทาง เพื่อแก้ปัญหารถติดในเมืองใหญ่
    ในวันที่ 14 ก.พ. 60 จะนำเรื่องโครงการจัดจ้าง บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)หรือ BEM เดินรถไฟฟ้า 1สถานี ช่วงเตาปูน- บางซื่อ นำเสนอเข้าครม. คาดว่าจะใช้เวลาในการติดตั้งระบบไม่เกิน 6 เดือน
    อย่างไรก็ตามในวันที่ 1 มี.ค.60 รฟม. จะประมูลรถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง นอกจากนี้ในอนาคตจะพาผู้ประกอบการก่อสร้างของไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศ เช่นกลุ่มประเทศCLMV ด้วย

*** คมนาคมเผย 5 เส้นจะเข้าครม.ในครึ่งปีแรก  
    นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ความคืบหน้าของโครงการรถไฟฟ้าจำนวน 5 เส้นทางที่อยู่ในแผนแอคชั่นแพลนปี 60 ว่า คาดว่าทั้ง 5 เส้นทางจะเข้าครม. ได้ครบภายในครึ่งปีแรก
    สำหรับ 5 เส้นทางได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง 23.6 กม. วงเงิน 131,004.30 ล้านบาท , สายสีน้ำเงินช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย 4 ระยะทาง 8 กม. วงเงิน 21,120 ล้านบาท,สายสีเขียวใต้ ช่วงสมุทรปราการ-บางปู ระยะทาง 9.2 กม. วงเงิน 9,529.54 ล้านบาท, สายสีเขียวเหนือ ช่วงคูคต-ลำลูกกา ระยะทาง 6.5 กม. วงเงิน 9,236.07 ล้านบาทและสายสีส้ม (ตะวันตก) ช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม ระยะทาง 16.4 กม. วงเงิน 85,288.54 ล้านบาท
 
 *** รฟม.ลงนาม 6 สัญญา งานโยธารถไฟฟ้าสายสีส้ม มูลค่า 7.9 หมื่นลบ.
     นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระหว่างการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กับบริษัทผู้รับจ้างที่ผ่านการคัดเลือกด้านราคาทั้ง 6 สัญญา รวมมูลค่า 79,221 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าราคากลางจำนวน 505 ล้านบาท และอยู่ในกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติจำนวน 82,907 ล้านบาท โดยกำหนดเริ่มก่อสร้างงานโยธาในเดือนมิถุนายน 2560 และกำหนดแล้วเสร็จในเดือนมกราคม 2566 ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการเดินรถในต้นปี 2566 
    ภายหลังจากการลงนามสัญญาในวันนี้ รฟม. และผู้รับจ้างจะเร่งรัดดำเนินการในการก่อสร้างงานโยธาเพื่อให้สามารถเปิดเดินรถให้เร็วที่สุด และให้ประชาชนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าได้รับความสะดวกสบายในการเดินทาง และเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจร ในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ในรอบปริมณฑล
    โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีสถานีเริ่มต้นจากสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเชื่อมต่อกับรถไฟ้ามหานคร สายเฉลิมรคัชมงคล (รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT) ประกอบด้วยสถานีใต้ดิน 10 สถานี ได้แก่ สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถานี รฟม. สถานีวัดพระราม 9 สถานีรามคำแห่ง 12 สถานี ม.รามคำแห่ง สถานีรัชมังคลา สถานีหัวหมาก สถานีลำสาลี สถานีศรีบูรพา และสถานีบ้านม้า และมีสถานียกระดับ 7 สถานี ได้แก่ สถานีสัมมากร สถานีน้อมเกล้า สถานีราษฎร์พัฒนา สถานีวัดบางเพ็ง สถานีเคหะราม สถานีมีนบุรี และสถานีสุวินทวงศ์ รวมระยะทางประมาณ 22.57 กิโลเมตร 

*** CK ร่วมทุน STEC เหมา 3  สัญญา   
    บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK แจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบว่า กิจการร่วมค้า ซีเคเอสที(CKST) ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง CK และ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือSTEC ได้ลงนามเป็นผู้รับจ้างในสัญญางานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย จำนวน 3 สัญญา มูลค่ารวม 46,971 ล้านบาทโดยมีรายละเอียดของงานดังต่อไปนี้
    1. สัญญาที่ 1 งานก่อสร้างใต้ดิน ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-รามคำแหง 12 มูลค่าสัญญาทั้งสิ้น 20,633 ล้านบาท ระยะเวลาแล้วเสร็จ ประมาณ 1,980 วัน
    2. สัญญาที่ 2 งานก่อสร้างใต้ดิน ช่วงรามคำแหง 12-หัวหมาก มูลค่าสัญญาทั้งสิ้น 21,507 ล้านบาท ระยะเวลาแล้วเสร็จ ประมาณ 1,980 วัน
    3. สัญญาที่ 5 งานก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงและอาคารจอดรถ มูลค่าสัญญาทั้งสิ้น 4,831.24 ล้านบาท ระยะเวลาแล้วเสร็จ ประมาณ 1,980 วัน
    
 *** STEC-ITD และ UNIQ  แบ่งเจ้าละ 1 สัญญา
    โดยอีก 3 สัญญาที่เหลือ มีรายละเอียดดังนี้  
    สัญญาที่ 3 บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือITD เป็นผู้รับจ้างสัญญางานออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ทางวิ่ง และสถานีใต้ดิน ช่วงหัวหมาก- บ้านม้า ระยะทางประมาณ 4.04 กิโลเมตร สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินจำนวน 3 สถานี ในวงเงิน 18,570,000,000 บาท 
    สัญญาที่ 4 บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือUNIQ เป็นผู้รับจ้างสัญญางานก่อสร้างโครงสร้างทางวิ่งและสถานียกระดับ ช่วงบ้านม้า -สุวินทวงศ์ ระยะทางประมาณ 8.80 กิโลเมตร ความสูงจากระดับดินเดิมประมาณ 17.00 เมตร สถานีรถไฟฟ้ายกระดับจำนวน 7 สถานี ในวงเงิน 9,990,000,000 บาท 
    สัญญาที่ 6 บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้างสัญญางานออกแบบและก่อสร้างระบบราง ประกอบด้วยงานออกแบบควบคู่งานก่อสร้างงานระบบรางช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-สุวินทวงศ์ ในวงเงิน 3,690,000,000 บาท

*** รฟท.มั่นใจ รถไฟรางคู่ 2 เส้นเสร็จทันตามกำหนดภายในปี 61-62
     นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ 2 เส้นทาง ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น และช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ซึ่ง ทั้ง 2 โครงการได้เริ่มก่อสร้างไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา ล่าสุด โครงการรถไฟทางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ระยะทาง106 กิโลเมตร ได้แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 สัญญา มีความก้าวหน้าต่อเนื่องไปตามลำดับ
    โดยสัญญาที่ 1 งานก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-วิหารแดง และช่วงบุใหญ่-แก่งคอย พร้อมทางคู่เลี่ยงเมือง ระยะทาง 97 กิโลเมตร ก้าวหน้าไปแล้ว 25.18% เร็วกว่าแผน 13.82% และมีกำหนดก่อสร้างเสร็จทั้งหมดภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562
     สัญญาที่ 2 งานก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ ช่วงวิหารแดง-บุใหญ่ ระยะทางรวม 9 กิโลเมตร รวมอุโมงค์ 1.2 กิโลเมตร ขณะนี้ก่อสร้างก้าวหน้าไปแล้ว 34.59% ช้ากว่าแผน 7.45% เนื่องจากผู้รับจ้างได้รับอนุมัติการใช้วัตถุระเบิดทำอุโมงค์รถไฟล่าช้ากว่ากำหนด แต่อย่างไรก็ตามการรถไฟฯ ได้เร่งรัดให้ผู้รับจ้างดำเนินการขุดเจาะอุโมงค์ทั้ง 2 ด้านให้เร็วขึ้น พร้อมกับปรับแผนงานให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เพื่อช่วยเพิ่มความรวดเร็วของเนื้องานก่อสร้าง จึงมั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อแผนการก่อสร้างในภาพรวม และมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จทันตามแผนเดิมในเดือนมีนาคม 2561 
     “ขณะเดียวกันการรถไฟฯ ยังได้ดำเนินการเจรจากับบริษัทผู้รับจ้าง เพื่อเร่งรัดการก่อสร้างทางช่วงแรก ระหว่างฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า และช่วงบุใหญ่-แก่งคอย ให้สามารถทยอยเปิดใช้งานได้ก่อนภายในเดือนตุลาคม 2560 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถใช้รถไฟทางคู่ได้เร็วกว่าแผนเดิมที่กำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2561 และปี 2562” นายวุฒิชาติ กล่าว 

*** โบรกฯ เชียร์ CK - SEAFCO มีลุ้นได้รถไฟรางคู่ต่อ  
    บล.ทรีนีตี้  การประมูลรถไฟทางคู่มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาทที่สามารถเดินหน้าได้ตามแผน ประกอบกับเมื่อช่วงปลายเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ทางบอร์ดรฟท.ได้เห็นมีมติเห็นชอบการลงทุนในโครงการรถไฟทางคู่อีก 9 เส้นทาง วงเงินลงทุนกว่า 4 แสนล้านบาท พร้อมเป็นแรงหนุนที่ดีต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้างต่อเนื่องจากปี 59 ที่ผ่านมา 
    โดยโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ทั้ง 5 เส้นทาง กำหนดประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding : e - bidding) ในวันที่ 1 มี.ค.นี้ และเนื่องด้วยการกำหนดคุณสมบัติของผู้รับเหมาที่เป็นไปตามคาด ในเส้นทางลพบุรี-ปากน้ำโพ และเส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ซึ่งทั้งสองเส้นทางมีวงเงินลงทุนสูงกว่า 2 หมื่นล้าน จึงต้องอาศัยทั้งความเชี่ยวชาญเฉพาะ และประสบการณ์งานก่อสร้าง โดยในเส้นทางลพบุรี-ปากน้ำโพนั้นมีงานก่อสร้างทางยกระดับรวมอยู่ด้วยเพื่อเลี่ยงเมือง ในขณะที่เส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระนั้นมีงานก่อสร้างอุโมงค์ใต้ดินรวมอยู่ด้วย จึงมีวงเงินลงทุนโครงการที่ค่อนข้างสูง และมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้รับเหมาไว้ค่อนข้างสูงเช่นกัน ซึ่งจะส่งผลบวกต่อผู้รับเหมาหลักรายใหญ่ อย่าง CK STEC ITD และ UNIQ เนื่องจากมีผู้เข้าประมูลได้น้อยราย 
    ด้วยโอกาสในการชนะงานประมูลที่สูง ประกอบกลยุทธ์ที่ดีจากบริษัทลูก เราจึงยังคงชื่นชอบ  CK (TP: 37 บาท) และ เลือก SEAFCO (TP: 13 บาท) เป็น Top pick สำหรับโอกาสในเติบโตไปพร้อมกับผู้รับเหมาหลัก
    
*** รับเหมาฯ พร้อมตอบรับ "สมคิด" ลุยงาน CLMV 
    นายสุเมธ สุรบถโสภณ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์จำกัด (มหาชน) หรือ ITD เปิดเผยถึงกรณีที่ รองนายกสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะนำผู้ประกอบการก่อสร้างไปขยายการลงทุนในกลุ่ม CLMV  บริษัทมีความพร้อมที่จะเข้าไปลงทุนขณะนี้จะรอดูก่อนว่ารัฐบาลต้องการส่งเสริมการลงทุนด้านไหนอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทมีการขยายการลงทุนในภูมิภาคดังกล่าวอยู่แล้ว  โดยเร็วๆ นี้ แสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมลงทุนในโครงกาก่อสร้างรถไฟฟ้า ที่กรุงฮานอยด้วยภายในปีนี้
     สำหรับในปี 60 บริษัท มีโครงการที่เตรียมลงนามในสัญญาก่อสร้างเพิ่มเติมมูลค่ารวมกว่า6หมื่นล้านบาท      เช่น รถไฟฟ้าสายสีเหลือง และสายสีชมพู  4-5 หมื่นล้านบาท  ,โครงการมอเตอร์เวย์ ประมาณ 5พันล้าน  และการก่อสร้างสำนักงานใหญ่ของกระทรวงการคลัง    เป็นต้น  โดยปีนี้ได้ให้นโยบายว่าควรจะเร่งหางานมาเติม backlogอีกประมาณ  3หมื่นล้านบาท เช่นงานในโครงการรถไฟฟ้าของ รฟม. และ โครงการรถไฟทางคู่ของการรถไฟแห่งประเทสไทย(รฟท.) เป็นต้น
    ด้านนายนที พานิชชีวะ ประธานกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ UNIQ เปิดเผย ว่า UNIQ ยังไม่มีประสบการณ์ในการออกไปขยายการลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากยังไม่คุ้นเคยกับเรื่องของ กฎหมาย กฎระเบียบและบุคคลากร แต่หากรัฐบาลต้องส่งเสริมให้ออกไปลงทุนต่างประเทศก็พร้อมเข้าร่วมโครงการ แต่จะต้องมีการศึกษากฎระเบียบด้านการลงทุนในละเอียดรอบคอบ รัฐบาลก็ต้องช่วยสนับสนุน เพราะหากติดปัญหาแก้ไขยาก เนื่องจากระบบ และระเบียบแตกต่างกัน
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด