ข่าวนี้ที่ 1

| 8 พฤศจิกายน 2560 | 17:05

SIRI จ่อซื้อโครงการ PACE ดันแบ็คล็อกโตกระฉูด

"แสนสิริ" ทำเอ็มโอยู ซื้อโครงการนิมิตหลังสวน และห้องชุดโครงการอาคารมหานคร  ใช้เวลาทำ Due Diligence  ไม่เกิน 60 วัน พร้อมเดินหน้าลงทุนต่างประเทศ ล่าสุดทุ่มงบ 2.8 พันล้านบาท เข้าลงทุน 6 ธุรกิจแบรนด์ชั้นนำระดับโลกเพื่อต่อยอดธุรกิจ  ด้าน "เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น"  เตรียมรับรู้รายได้จากการขาย 2 โครงการดังกล่าวในปี 61 หวังนำเงินลดภาระหนี้ พร้อมประกาศเพิ่มทุน 1.3 หมื่นล้านหุ้น ใช้หนี้-ปรับโครงสร้างทุน ด้านโบรกฯ ประเมิน SCB ได้ประโยชน์จากดีลนี้มากที่สุด หลัง PACE มีสภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น  ช่วยลดความเสี่ยงการด้อยคุณภาพของลูกหนี้ 

*** SIRI ซื้อ 2 โครงการ PACE 
    บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI และ  บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE โดย บริษัท เพซ โปรเจ็ค ทู จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ เพื่อการเจรจาซื้อขายโครงการนิมิตหลังสวน (ทั้งโครงการ) และห้องชุดที่พักอาศัยในโครงการเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก ส่วนที่เหลือทั้งหมด (จำนวน 53 ห้องชุด) ในโครงการอาคารชุดมหานคร  โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบทรัพย์สินที่ซื้อขาย (Due Diligence) ไม่เกิน 60 วัน นับจากวันที่ลงนามในบันทึกความเข้าใจ
     นายวันจักร บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ SIRI  ระบุ ดีลนี้ธนาคารไทยพาณิชย์  หรือ SCB  เป็นผู้แนะนำ เพราะเป็นที่ปรึกษาทางการเงินของ PACE โดยมีการเสนอขายให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายราย ก่อนจะลงเอยกับบริษัท แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยใด ๆ ได้ในขณะนี้ เพราะเป็นเงินไขในช่วง due diligence 

***ยันไม่เพิ่มทุน หลังลุยซื้อธุรกิจใน-ต่างประเทศ
    นาย เศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ นายวันจักร บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ ยังได้แถลงแผนการเข้าลงทุน 6 ธุรกิจแบรนด์ชั้นนำระดับโลกมูลค่า 2.8 พันล้านบาท  การลงทุนดังกล่าวเป็นการกระจายธุรกิจให้หลากหลายและมีนวัตกรรมมากยิ่งขึ้น ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ภายใต้คอนเซปต์ Live Work and Play เพื่อเพิ่มมูลค่าต่อยอดให้กับแบรนด์เดิมของแสนสิริ รวมถึงเพื่อเป็นการขยายตลาดต่างประเทศ
     ธุรกิจที่บริษัทเข้าลงทุนประกอบด้วยแบรนด์ 1.Standard International ผู้ประกอบธุรกิจบูติกโฮเทลระดับไฮเอนด์ในสหรัฐฯ 2.One Night แอพพลิเคชั่นจองห้องพัก 150 เมืองใหญ่ทั่วโลก 3.Hostmaker ผู้ให้บริการจัดการจองห้องพักแบบครบวงจรจากประเทศอังกฤษ 4.JustCo ผู้ให้บริการเวิร์คกิ้ง สเปซระดับพรีเมี่ยมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน 5.Farmshelf ผู้ผลิตนวตกรรมฟาร์มอัจริยะเพื่อการปลูกผักในที่อยู่อาศัย 6.Monocle แบรนด์สื่อที่ทรงอิทธิพลระดับโลก ครอบคลุมทุกช่องทางการสื่อสาร โดยบริษัทฯ จะเข้าถือหุ้นใน Standard สัดส่วน 35% ขณะที่รายอื่น ๆ จะเข้าถือหุ้นสัดส่วน 5-10%
    ทั้งนี้ บริษัทยืนยันว่าจะไม่มีการเพิ่มทุนแน่นอน โดยการซื้อโครงการจาก PACE   และการลงทุนในกลุ่มธุรกิจใหม่ 6 แบรนด์ชั้นนำ จะใช้การกู้เงินเป็นหลัก ทั้งการกู้จากสถาบันการเงินและหุ้นกู้ ขณะเดียวกันบริษัทมีกระแสเงินสดมากกว่า 2 พันล้านบาท 
    ในปี 61 ตั้งเป้ายอดขายเติบโต 10-15% จากปีนี้ที่คาดทำได้ 4 หมื่นล้านบาทตามเป้าหมาย  และตั้งงบลงทุนซื้อที่ดิน จำนวน  1.2-1.3 หมื่นล้านบาท โดยจะเน้นทำเลที่มีศักยภาพและใกล้กับรถไฟฟ้า และตั้งงบ 1.5 พันล้านบาท ใช้ลงทุนธุรกิจใหม่เน้นนวัตกรรมและไลฟ์สไตล์จากต่างประเทศ ภายใน 3 ปี (61-63) เพื่อกระจายรายได้และเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ของบริษัท  

*** PACE ขายโครงการอสังหาฯ เดินหน้าลดหนี้
    นาย สรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  หรือ PACE เปิดเผยว่า  บริษัทฯ ได้วางแผนลดภาระหนี้และดอกเบี้ย ตลอดจนถึงแผนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยแผนในระยะสั้น บริษัทฯ ได้เตรียมปรับโครงสร้างทางการเงินด้วยการขายโครงการอสังหาริมทรัพย์บางส่วนของบริษัทฯ ทำให้สามารถรับรู้รายได้ได้ทันที และเพิ่มทุนจดทะเบียนแบบจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งจะช่วยให้อัตราหนี้สินต่อทุนของบริษัทฯ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเหลือเพียงประมาณ 1.5 เท่า ซึ่งแผนการดำเนินธุรกิจนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับสถานะการเงินของบริษัท 
    โดยแผนการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการรับรู้รายได้นั้น  ได้เข้าทำบันทึกความเข้าใจ กับ  SIRI ในการจำหน่ายโครงการนิมิต หลังสวน ทั้งโครงการ และ ห้องชุดที่ยังเหลือประมาณ  25% ของโครงการเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก ทั้งนี้ โดยปัจจุบันแสนสิริอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบสถานะของทรัพย์สิน (Due Diligence) ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่าหากทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลง และเงื่อนไขข้อกำหนดต่างๆของธุรกรรมเสร็จสิ้นแล้ว บริษัทฯอาจสามารถรับรู้รายได้จากการขายโครงการดังกล่าวได้ในปี  61 โดยจะนำเงินสดที่ได้จากการจำหน่ายทั้งสองโครงการนี้ไปลดภาระหนี้ต่อไป

***เพิ่มทุนใช้หนี้-ปรับโครงสร้างทุน
    นาย สรพจน์ กล่าวว่า คณะกรรมการบริษัทอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนราว 13,024 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จากทุนเดิม 3,758 ล้านหุ้น เป็นทุนใหม่ 16,782 ล้านหุ้น จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิม ในอัตรา 1 : 2  ในราคาจองซื้อ 0.50 บาท  โดยจะขึ้น XR วันที่ 19 ธ.ค.  60 ชำระค่าหุ้น 9 -15 ม.ค.  61 และพวกแจกวอร์แรนต์ 2 ชุด ได้แก่ PACE-W1 ให้ผู้ถือหุ้นเดิมที่จองซื้อหุ้นเพิ่มทุน 5 : 1 ฟรี อายุ 6 เดือน ใช้สิทธิ 1 : 1 ราคา 0.80 บาท และ PACE-W2 ให้ผู้ถือหุ้นเดิมที่จองซื้อหุ้นเพิ่มทุน 3 : 1 ฟรี อายุ 5 ปี ใช้สิทธิ 1 : 1 ราคา 2 บาท นอกจากนี้จะขายหุ้นเพิ่มทุนให้ นักลงทุนเฉพาะเจาะจง (PP) 1,500 ล้านหุ้น อาจเสนอขายในราคาต่ำกว่าพาร์ เนื่องจากยังมีผลขาดทุน
    วัตถุประสงค์การใช้เงินเพิ่มทุน เพื่อปรับโครงสร้างเงินทุนของบริษัท โดยการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงิน  โดยเงินที่จะชำระคืนให้แก่ผู้ให้กู้ประมาณ 2,000 ล้านบาท (จำนวนนี้ไม่รวมดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง) และเป็นการชำระคืนให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้เป็นจำนวน 1,500 ล้านบาท 
     ในกรณีที่หุ้นเพิ่มทุน RO มีผู้จองซื้อเต็มจำนวน บริษัทจะสามารถระดมทุนได้เป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า 3,758 ล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนระยะสั้นในการปรับโครงสร้างหนี้ในวงเงินประมาณ 3,500 ล้านบาท
    ส่วนเงินเพิ่มทุน PP ใช้รองรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ของบริษัท ซึ่งได้แก่ โครงการมหาสมุทร หัวหิน โครงการวินด์เชลล์ บนถนนนราธิวาส ราชนครินทร์ หรือโครงการในอนาคต และเพื่อการขยายและต่อยอดทางธุรกิจในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ ดีน แอนด์ เดลูก้า รวมทั้งใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทในอนาคต และการชำระคืนเงินกู้ (หากจำเป็น)
    ทั้งนี้บริษัท ตั้งเป้าลด D/E เหลือ 1.5 เท่า หลังเพิ่มทุน RO 3,758 ล้านบาท และลดภาระดอกเบี้ยกว่า 500 ล้านบาทต่อปี หลังเพิ่มทุนและขายสองโครงการ พร้อม ชูแผนขยาย ดีน แอนด์ เดลูก้า โดยใช้พันธมิตรทางธุรกิจและเพิ่มไลน์ธุรกิจใหม่ คาเฟ่ขนาดเล็กและผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และเตรียมเปิดจุดชมวิวมหานคร ครึ่งแรกปี 61 พร้อมรับรู้รายได้ทันทีหลังเปิดและต่อเนื่องในระยะยาว
 
*** SCB พร้อมสนับสนุน PACE ต่อไป
     ด้าน นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์  หรือ SCB ในฐานะหนึ่งในธนาคารผู้ให้การสนับสนุนทางการเงินของเพซ กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์เห็นด้วยกับแผนการปรับสถานะทางการเงินของเพซในครั้งนี้ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระหนี้ระยะสั้นแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างฐานการเติบโตทางการเงินอย่างยั่งยืน และธนาคารมีความยินดีที่จะให้การสนับสนุนพร้อมกับทำงานร่วมกับเพซต่อไปในอนาคต 

*** โบรกฯ ชี้ดีลเป็นบวกทั้ง SIRI-PACE-SCB
    บทวิเคราะห์ บล.เอเชีย เวลท์ มีมุมมอง SIRI เป็นบวกจากการเข้าซื้อสินทรัพย์บางส่วนของ PACE คือโครงการมหานครจำนวน 53 ห้อง และโครงการนิมิต หลังสวน ซึ่งทั้งสองโครงการเป็นสินทรัพย์ที่ดีของ PACE นอกจากนี้ SIRI-W2 ที่มีอยู่ 3.4 พันล้านหน่วย หากถูกแปลงสภาพทั้งหมดจะทำให้ SIRI ได้เงินมา 8.5 พันล้านบาท ถือเป็นความพร้อมเรื่องเงินที่ SIRI มีเหนือคู่แข่งที่เข้าประมูลสู้อย่าง S เราคาดว่า SIRI อาจจะต้องใช้เงินซื้อสินทรัพย์ของ PACE รวมประมาณ 11-15 พันล้านบาท ราคาเป้าหมาย 2.64 บาท คาดว่าเมื่อรวมสินทรัพย์ของ PACE เข้ามาแล้วจะต้องปรับ Fair VaIue ของ SIRI เพิ่ม แต่ต้อง Offset ด้วย FuIIy DiIution Effect ที่เกิดจากการแปลงวอร์แรนท์ออกไป ประเมินในเบื้องต้นว่าหลัง DiIution ควรมีราคาเป้าหมายใหม่อยู่ที่ 2.74 บาทต่อหุ้น แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นกับต้นทุนในการได้สินทรัพย์ PACE มาที่ราคาใด
    บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุ  การทำ MOU กับ PACE คาดเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้น หนุนจาก Upside ฐานกำไรส่วนเพิ่มของการเข้าซื้อในช่วงถัดไป  ให้แนวรับ  2.34/2.26 บาท แนวต้าน 2.48/2.60 บาท
    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ มีความเห็นเชิงกลยุทธ์  ถ้าการซื้อขายสำเร็จจะเป็นบวกกับทั้ง SIRI, PACE และ SCB โดยในส่วนของ SIRI ก็จะได้โครงการที่ดีอย่างนิมิตหลังสวน ซึ่งมียอดขายไปแล้วราว 90% รวมทั้งได้ห้องโครงการมหานครอีก 53 ห้องมาขาย ซึ่งทั้งสองโครงการจะบันทึกรายได้ & กำไรได้เร็วกว่าลงทุนเอง โดยคาดว่ามูลค่าโครงการที่ซื้อจะเข้ามาประมาณ 1 หมื่นกว่าล้านบาท ถือว่ามีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ Backlog ที่ SIRI มีอยู่ในสิ้นต.ค.60 ที่ราว 4 หมื่นล้านบาท ด้าน PACE ก็จะมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น ขณะที่ SCB ซึ่งเป็นธนาคารหลักของ PACE ก็มีความเสี่ยงเรื่องการด้อยค่าของลูกหนี้ลดลงไปด้วย
    บล.เคจีไอ  ประเมินว่าประเด็นนี้เป็นบวกต่อทั้ง SIRI และ PACE เพราะทั้ง 2 โครงการ จะทำให้ SIRI มี backlog ในมือเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยบรรเทาปัญหาสภาพคล่องทางการเงินให้กับ PACE โดยโครงการนิมิตหลังสวน มีมูลค่า 7.6 พันล้านบาท ขายได้แล้ว 90% และคาดว่าจะสามารถโอนได้ในปี 61 ส่วนโครงการเดอะริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก มีมูลค่า 1.45 หมื่นล้านบาท ขายได้แล้ว 70% - 75% และมีการโอนได้แล้วบางส่วน ทั้งนี้จะใช้เวลาในการตรวจสอบทรัพย์สินที่จะซื้อขาย (Due Diligence)ไม่เกิน 60 วัน จึงคาดว่ากระบวนการซื้อขายจะเสร็จสิ้นได้ในช่วง 1H61  ดังนั้นเราเชื่อว่าโครงการทั้ง 2 จะช่วยเร่งให้ SIRI มีรายได้จากการโอนโครงการและกำไรโตขึ้นอย่างชัดเจนในปีหน้า จากเดิมที่มี backlog ในมือที่พร้อมจะรับรู้เป็นรายได้ในปีหน้าไม่มากนัก 
    อย่างไรก็ตามการซื้อขายจะขึ้นกับอยู่ความพึงพอใจของทั้ง SIRI และ PACE หลังการตรวจสอบทรัพย์สิน และต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทของทั้ง 2 บริษัท นอกจากนี้การเข้าซื้อโครงการเดอะริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก จะเกิดขึ้นเมื่อการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์และเปิดโครงการ 

***  มอง SCB ได้ประโยชน์มากสุด 
    นางสาวอุษณีย์ ลิ่วรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส ประเมินหุ้น ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ที่พุ่งขึ้นแรง ด้วยวอลุ่มหนาแน่นเป็นพิเศษ เป็นผลจากการคลายความกังวล เรื่องหนี้ของ PACE ขณะที่พื้นฐานของ SCB เองยังถือดี เป็นหุ้นที่ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐานปี 61 ที่ 174 บาท
    โดย PACE แจ้ง SET ว่า จะนำเงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์ดังกล่าว ไปชำระคืนหนี้แก่สถาบันการเงิน  ซึ่งก็คือ SCB  ที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ และที่ผ่านมา ความกังวลเรื่องหนี้ก้อนนี้ มีส่วนกดดันราคาหุ้น SCB มาตลอด
    บล.หยวนต้า มอง SCB ให้ราคาเหมาะสม 160.00 บาท  โดยคาดว่าราคาหุ้นจะตอบรับเชิงบวก เนื่องจากเป็นเจ้าหนี้หลักที่ปล่อยกู้ให้กับ PACE ดังนั้น การประกาศเพิ่มทุนและขายสินทรัพย์ ได้แก่ โครงการนิมิต หลังสวน และห้องชุดโครงการมหานครที่เหลืออยู่จำนวน 53 ห้อง จะส่งผลให้ฐานะการเงินของ PACE ดีขึ้น และส่งผลให้ความเสี่ยงของ SCB ลดลงด้วยเช่นกัน  นอกจกานี้ราคาหุ้น Laggard มาก จึงมี Downside Risk ที่จำกัด โดย YTD หุ้น SCB ลดลง -3.9% เทียบกับ SET BANK +9.8% และ SET INDEX +11.1% ขณะที่คาดกำไรสุทธิปี  61 เติบโต +5% YoY เป็น 46,421 ล้านบาท แม้การเติบโตของกำไรจะไม่เด่นมากนัก แต่ Valuation ถูก ที่ระดับ PBV2561 เพียง 1.3 เท่า และให้ Dividend Yield ปีละ 4%
    บล.โนมูระพัฒนสิน มอง SCB ปลดล็อคความกังวลด้านคุณภาพสินทรัพย์ จากฐานะการเงินของ PACE มีแนวโน้มดีขึ้น หลังประกาศเพิ่มทุนพร้อมขายโครงการนิมิตหลังสวนทั้งโครงการ +ห้องชุดโครงการมหานคร 53 ห้อง คาดเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้น SCB  ให้แนวรับ 145.0/143.5 บาท แนวต้าน 148.5/150.0 บาท 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด