ข่าวนี้ที่ 1

| 8 สิงหาคม 2560 | 20:08

EARTH ดิ้นฟ้อง"ธนชาต"6 หมื่นลบ. KTB ตั้งการ์ดรอเก้อ!

         งงทั้งบาง! "เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ" ฟ้อง "ธนาคารธนชาต" เรียกค่าเสียหาย 6 หมื่นลบ. ฐานนำความลับลูกค้าไปเปิดเผย เป็นเหตุให้ "ธนาคารกรุงไทย" อายัดเงินฝาก-ระงับเงินกู้  เท่ากับตัดแขนขาทำธุรกิจ ยันไม่ได้ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ ส่วนที่ใช้มาร์จิ้นซื้อหุ้นเพราะต้องการครองหุ้นใหญ่จะได้บริหารง่าย ด้านโบรกฯ เซอร์ไพรซ์แทบตกเก้าอี้ นึกว่าฟ้องเจ้าหนี้ใหญ่กรุงไทย ที่ระงับเงินกู้จนธุรกิจเสียหาย แต่หวยมาออกที่"ธนชาต" ชี้อาจเป็นการซื้อเวลา ส่วน TCAP ร่วงกว่า 2% - เตรียมฟ้องกลับ EARTH ด้าน ตลท.-ก.ล.ต. นัดถกสัปดาห์นี้หาแนวทางคุ้มครองนักลงทุน 
 
         บมจ.เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ (EARTH)  เปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชน เวลาประมาณ 15.00 น. วานนี้ ( 8 ส.ค.60) โดยมีสื่อมวลชนให้ความสนใจคับคั่ง  เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ ที่สังคมนักลงทุนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก  ภายหลังจากที่ล่าสุดได้เข้ายื่นแผนฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง เมื่อวันที่ 24 ก.ค.60 ที่ผ่านมา ขณะที่หุ้นของบริษัทยังถูกแขวน SP และ EARTH  มีผู้ถือหุ้นรายย่อยประมาณ 7,000 ราย  
 
*** EARTH ฟ้อง ธ.ธนชาต 6 หมื่นลบ.ฐานเปิดเผยข้อมูลธุรกรรมการเงิน


     นายขจรพงศ์  คำดี ประธานกรรมการบริหาร EARTH  เปิดเผยว่า  บริษัทฯ ได้ตัดสินใจฟ้องร้องดำเนินคดี ข้อหาละเมิดต่อ บมจ.ธนาคารธนชาต เรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 60,000 ล้านบาท โดยศาลแพ่งได้ประทับรับฟ้องเป็นคดีดำ เลขที่ พ.1552/2560 สืบเนื่องมาจาก บมจ.ธนาคารธนชาต ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินของบริษัทฯ ไปเปิดเผยกับ บมจ.ธนาคารกรุงไทย จนเป็นเหตุให้ บมจ.ธนาคารกรุงไทยยื่นรื่องต่อศาลเพื่อขออายัดเงินของ บมจ.เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ ที่อยู่ในบัญชีเงินฝากของ บมจ.ธนาคารธนชาต ซึ่งเป็นเงินที่บริษัทเตรียมที่จะโอนไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อใช้สำหรับดำเนินธุรกิจซื้อขายถ่านหินให้กับคู่ค้าในจีนและขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารแห่งชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้วเช่นกัน การกระทำของ บมจ.ธนาคารธนชาต เข้าข่ายความผิดพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.๒๕๕๑ โดยถูกระบุไว้ในคำฟ้องของธนาคารกรุงไทย ตามคดีดำเลขที กค.129/2560 และ กค.131/2560

    “ความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงินคือเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง การกระทำของบมจ.ธนาคารธนชาตครั้งนี้เรียกได้ว่าไม่มีจรรยาบรรณ เพราะไม่ยอมเก็บรักษาความลับของลูกค้า นั่นคือผู้บริหาร บมจ.ธนาคารธนชาต ได้แจ้งข้อมูลธุรกรรมทางการเงินของ บมจ.เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ ต่อผู้บริหาร บมจ.ธนาคารกรุงไทย จนนำไปสู่การถูกสั่งอายัดเงินฝาก บริษัทฯ รู้สึกผิดหวังและเสียความรู้สึกต่อการกระทำของบมจ.ธนาคารธนชาต อย่างที่สุด เพราะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจในสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นความหวังที่เหลืออยู่ในการที่จะฟื้นกิจการและธุรกิจให้กลับมายืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง ซึ่งทำให้มีสภาพคล่องหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ มีศักยภาพในการทำกำไรและชำระหนี้ในอนาคตได้”นายขจรพงศ์กล่าว

*** เชิญชวน ผถห.-เจ้าหนี้ร่วมฟ้อง - ยันไม่ได้ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ 

    นายขจรพงศ์  กล่าวว่า ขอเรียกร้องผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ EARTH ทุกรายมาร่วมมือกัน หากประสงค์จะฟ้องร่วม บมจ.ธนาคารธนชาต EARTH ยินดีเป็นตัวกลางให้ ระบุผิดหวังกับการกระทำของสถาบันการเงินดังกล่าวเพราะควรเก็บข้อมูลของลูกค้าไว้เป็นความลับ แต่กลับกระทำผิดเสียเอง จนทำให้ EARTH มาถึงทางตัน พร้อมยืนยัน บริษัทฯ ไม่่ได้ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ เพราะเงินที่ได้มาจากสถาบันการเงิน ได้นำไปใช้ดำเนินธุรกิจขายถ่านหินอย่างเดียว 
     ภายหลังจากที่มีคำสั่งอายัดในบัญชีเท่ากับเป็นการตัดเส้นทางทำมาหากินของ บมจ.เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ เพราะทำให้บริษัทฯ ไม่มีเงินมาใช้จ่ายหรือทำธุรกรรมใดได้เลย แม้แต่การจ่ายเงินเดือนของพนักงาน สิ้นสุดเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีการจ่ายเงินให้กับพนักงานเพียงบางส่วนเท่านั้น ขณะที่พนักงานในระดับบริหารขึ้นไปทุกคนยังไม่ได้รับเงินเดือน 
    นอกจากนี้ ผู้บริหารของบริษัทฯ มีสิทธิที่จะถูกดำเนินคดีอาญา เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีการเซ็นเช็คไปแล้ว โดยจ่ายให้กับกรมสรรพากร จ่ายค่าระวางเรือ เป็นต้น ซึ่งเช็คที่จ่ายออกไปเด้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา ดังนั้นจึงถือว่า บมจ.เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ เดินมาถึงทางตันแล้วจริงๆ ไม่สามารถดำเนินธุรกรรมใดได้เลย
     จึงอยากจะเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ให้เห็นแก่พนักงานบริษัทที่มีจำนวนกว่า 100 คน และผู้ถือหุ้นที่มีกว่า 18,000 
ราย เพราะหากธุรกิจไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนและความเสียหายอย่างร้ายแรงกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง 

*** แจงขอมาร์จิ้นซื้อหุ้น EARTH เพื่อครองสถานะผู้ถือหุ้นใหญ่ 


    นายขจรพงศ์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นการขอมาร์จิ้นเพื่อนำมาซื้อหุ้น EARTH นั้น มีเป้าหมายเพื่อจะดำรงสถานะการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ เอาไว้ เพื่อให้การบริหารกิจการเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ โดยที่ผ่านมาสามารถที่จะไปค้นข้อมูลย้อนหลังได้เลยว่าผู้บริหารของ EARTH ไม่มีพฤติกรรมการเล่นหุ้นแบบเทรดดิ้งหรือเก็งกำไรเลย แต่เนื่องจากราคาหุ้นที่รูดลงอย่างรุนแรงในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และปรากฎรายชื่อผู้บริหารโดนฟอร์ซเซล ส่งผลให้ทุกคนที่มีรายชื่อเหล่านั้นต้องตกเป็นลูกหนี้ของโบรกเกอร์คิดเป็นมูลค่ากว่าร้อยล้านบาท และขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อขอผ่อนชำระหนี้ และที่สำคัญผู้บริหาร EARTH ได้เสียสละนำหุ้นส่วนตัวไปเป็นหลักประกันให้แก่บริษัทและค้ำประกันส่วนตัวเต็มวงเงินให้กับสถาบันการเงิน เมื่อหุ้นราคาตก ผู้บริหารมีหน้าที่ต้องจัดหาหุ้นมาเพิ่มเติมให้กับสถาบันการเงิน จึงไม่มีเหตุผลที่จะล้มบนฟูก
    
*** โบรกฯ ตั้งข้อสังเกต EARTH ฟ้องธนาคารธนชาตอาจแค่ซื้อเวลา 


    นายธนวัฒน์  รื่นบันเทิง นักวิเคราะห์ บริษัท เมย์แบงก์ กิมเอ็ง จำกัด เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า  การที่ EARTH ฟ้อง ธนาคารธนชาต  เป็นเรื่องที่ผิดคาดไปจากที่ประเมินไว้  เพราะที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ในช่วงเช้าว่า ได้ฟ้องสถาบันการเงินนั้น วงการนักวิเคราะห์คาดว่าจะเป็นการฟ้อง KTB มากกว่า ทำให้เบื้องต้นยังไม่่ได้ประเมินแนวโน้มของ TBANK-TCAP แบบละเอียดมากนัก ทั้งนี้ ต้องขอดูความชัดเจนเรื่องการฟ้องร้อง และการพิจารณาของชั้นศาลอีกครั้งว่าจะออกมาในรูปแบบใด  
      “ เซอร์ไพร์สมากที่เป็น TCAP เพราะคิดว่าเป็น KTB ต่อจากนี้คงต้องวัดกันในชั้นศาล แต่มองว่า TCAP ไม่น่าจะทำอะไรผิด ต้องดูในมูลเหตุด้วย ว่ามีความผิดจริงหรือไม่ เปิดเผยข้อมูลได้หรือไม่ ส่วนในเรื่องการฟ้อง 60,000 ล้านบาทนั้น เป็นเรื่องค่อนข้างยากที่ทาง TCAP จะยอม เพราะในปัจจุบันหากดูผลการดำเนินงานในแต่ละปี พบว่า TCAP มีกำไร 20,000 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น เท่ากับว่าหากถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย 60,000 ล้านบาท จะต้องใช้เวลาถึง 3 ปีกว่าจะใช้หนี้หมด หรือข้อสังเกตอีกอย่างนึงคือการฟ้องครั้งนี้เป็นเพียงการซื้อเวลาของ EARTH หรือเปล่า ต้องไม่ตัดประเด็นนี้ออกไปด้วย " นายธนวัฒน์ กล่าว  
      สำหรับมุมมองของ TCAP ตอนนี้ยังคงให้ถือ โดยเชื่อว่า ผลการดำเนินงานของธนาคารยังขยายตัวดี ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ปรับตัวดีขึ้น โดยคำแนะนำสำหรับ TCAP ยังให้ถือ โดยมีราคาเป้าหมายที่ 44 บาทในปีนี้ และเพิ่มขึ้นเป็น 47 บาทในปีหน้า

*** ตลท.นัดถก ก.ล.ต.สัปดาห์นี้หาแนวทางคุ้มครอง นลท. 


     นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ เตรียมหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาแนวทางคุ้มครองนักลงทุนและผู้ถือหุ้นรายย่อย ในกรณีที่มีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้น เช่น ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) บริหารงานผิดพลาด ไม่ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาผลประโยชน์ผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นของบริษัทมีความขัดแย้งกัน ทำให้บริษัทไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ เพื่อหามาตรการเพิ่มเติมแก้ปัญหา เพื่อให้นักลงทุนได้รับความเสียหายน้อยที่สุดในอนาคต เพราะปัจจุบัน ตลท.มีอำนาจเพียงให้บริษัทชี้แจงข้อมูลเท่านั้น ไม่สามารถที่สั่งผู้บริหาร หรือ กรรมการได้ เพราะอำนาจดังกล่าวอยู่ที่ทางก.ล.ต. จึงต้องมีการประสานกันเพื่อหาแนวทางร่วมกัน
      นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า สมาคมฯ เตรียมหารือกับ ตลท.ในการออกมาตรการช่วยเหลือและคุ้มครองนักลงทุนรายย่อย กรณีที่ บจ. ประสบปัญหาการดำเนินธุรกิจ หรือบริหารงานผิดพลาด จนถูก ตลท. ประกาศขึ้นเครื่องหมาย SP หรือห้ามซื้อขายหุ้นชั่วคราว เนื่องจากที่ผ่านมามีหลายบริษัทถูกขึ้นเครื่องหมาย SP จนสร้างความเดือดร้อนแก่นักลงทุน เพราะขายหุ้นออกมาได้ทันและไม่สามารถนำเงินออกมาหมุนเวียน
    “ เราจะหารือ ตลท. เรื่องออกมาตรการ หรือ มีช่องว่าง อะไร จะช่วยเหลือนักลงทุนรายย่อยเพื่อให้ได้รับผลเสียหายน้อยที่สุด จากกรณีที่ หุ้นถึง SP จากกรณีไม่ปกติ  ขณะนี้มีข่าวอยู่ 3 บริษัท คือ บริษัท โพลาริส แคปปิตัล จำกัด (มหาชน)หรือ POLAR , บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์
ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)หรือ IFEC และบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) หรือ EARTH แต่ทั้งหมดก็ต้องพิจารณาผลกระทบที่จะตามมาด้วย” นางภัทธีรา กล่าว

*** TCAP ร่วงภาคบ่ายกว่า 2% - เตรียมฟ้องกลับ EARTH  


    ผู้สื่อข่าวรายงานราคาหุ้น บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP ว่า ปรับลงกว่า 2% ในการซื้อขายภาคบ่ายวานนี้ (8 ส.ค.) หลังมีข่าว EARTH ฟ้องเรียกร้องค่าเสียหาย ก่อนจะปิดการซื้อขายที่ 45.75 บาท ลดลง 1.25 บาท หรือ 2.66% มูลค่าการซื้อขาย 654.74 ล้านบาท 
 
     ด้านธนาคารธนชาต ออกเอกสารชี้แจงช่วงค่ำวานนี้ ยืนยันมีมาตรฐานรักษาความลับลูกค้า เตรียมฟ้องกลับ EARTH กล่าวหาแรง  โดยธนาคารระบุว่า ตามที่ บมจ.เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ (EARTH) ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์และต่อมาแถลงข่าวว่า ได้ยื่นต่อศาลฟ้องธนาคารธนชาต พร้อมเรียกค่าเสียหาย เหตุนำข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินไปเปิดเผย ทำให้ EARTH ถูกอายัดเงิน   นั้น
    ธนาคารธนชาตเป็นธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของประเทศ ที่ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก การกล่าวหาของ EARTH ทำให้ธนาคารเกิดความเสียหาย จึงใคร่ขอชี้แจงดังนี้
    1.      ธนาคารธนชาตยังไม่ได้หมายเรียกและสำเนาคำฟ้องจากศาลแต่ประการใด
    2.      คำแถลงข่าวของ EARTH ที่กล่าวหาธนาคารฯ ผ่านการแถลงข่าวนั้น เป็นข้อกล่าวหาที่ปราศจากข้อเท็จจริง จึงขอปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยสิ้นเชิง เพราะธนาคารฯ ไม่ได้มีพฤติกรรมอย่างที่ถูกกล่าวหา ธนาคารฯ ยืนยันมีนโยบาย ขั้นตอน วิธีการที่ชัดเจน และเข้มงวด ด้วยมาตรฐานระดับสูง ในการดูแลรักษาความลับของลูกค้า
    3.      ธนาคารฯ ไม่ได้เป็นคู่กรณีหรือปล่อยกู้ให้กับ EARTH ธนาคารฯ เป็นเพียงผู้รับฝากเงินของ EARTH เท่านั้น ซึ่งมีจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับจำนวนที่ EARTH กล่าวอ้างเรียกร้อง
    4.      ธนาคารฯ อายัดบัญชีเงินฝากของ EARTH เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของศาล
    5.      การที่ EARTH แถลงข่าว/ ทำ Press Release และถ่ายทอดสดทาง Facebook Live พาดพิงธนาคารธนชาตในทางเสียหายนั้น  ธนาคารฯ สงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินการทางกฎหมายต่อ EARTH ทั้งทางแพ่งและอาญาต่อไป
 

 

 

 

 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด