ข่าวนี้ที่ 1

| 8 มิถุนายน 2560 | 17:05

หุ้นไทยหมดเสน่ห์! กูรูแห่ลดน้ำหนักลงทุน ศก.โตต่ำ-ลงทุนรัฐล่าช้า

     "บล.ภัทร"ปรับลดน้ำหนักลงทุนหุ้นไทย เหลือ "Underweight" หลังประเมินเศรษฐกิจไทยขยายตัวในอัตราต่ำกว่าทั่วโลก ขณะที่ 6 เดือนแรกปีนี้ ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนเพียง 1-2% เทียบกับตลาดหุ้นยุโรป 7-8% ตลาดหุ้นสหรัฐฯ 10% ชี้การลงทุนเอกชนยังน่าห่วง ด้าน CLSA ยอมรับนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจตลาดหุ้นไทยน้อยลง เหตุ P/E สูง ส่วน"เอเซียพลัส" ให้ลดน้ำหนักลงทุนหุ้นไทย เหตุลงทุนภาครัฐล่าช้า ไม่จูงใจฟันด์โฟลว์ไหลเข้า

*** หั่นน้ำหนักลงทุนหุ้นไทยเหลือ Underweight
      นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าทีมวิจัยลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ได้ปรับมุมมองหุ้นไทยเป็นต่ำกว่าตลาด(Underweight)เพราะน่าสนใจลดลง หลังเศรษฐกิจไทยโตไม่สูงเหมือนที่ผ่านมาจาก 7%, 5% มาเหลือ 3% ถือว่าโตแบบชะลอตัวจึงอยากให้ไปลงทุนในตลาดต่างประเทศมากขึ้นเพื่อผลตอบแทนที่ดี โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 1-2% ยุโรป 7-8% ตลาดเกิดใหม่ 10% ซึ่งเฉลี่ยทั่วโลกให้ผลตอบแทนสูงถึง 11%
     สำหรับหุ้นต่างประเทศได้เพิ่มน้ำหนักการลงทุน (Overweight) โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ใน 3 กลุ่ม ประกอบด้วย เอเชีย ยุโรป และลาตินอเมริกา หลังเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวได้ดี โดย IMF ประเมินจีดีพีโลกปีนี้ขยายตัว 3.5% และปีหน้า 3.6% ซึ่งขยายตัวได้ดีกว่าไทย ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม สถานการณ์ตะวันออกกลางที่กลุ่มซาอุดิอาระเบียตัดขาดความสัมพ้นธ์ทางการฑูตกับประเทศกาตาร์ และการเลือกตั้งที่อังกฤษ ประเมินว่าเป็นผลกระทบในวงจำกัด และไม่ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
     ส่วนกระแสเงินทุนต่างชาติพบว่าเริ่มชะลอการลงทุนในหุ้นไทย และหันไปลงทุนในตลาดพันธบัตรทดแทน หลังประเมินตลาดพันธบัตรไทยมีความเสี่ยงต่ำ โดยเงินทุนต่างชาติไหลกลับไปตลาดสหรัฐมากขึ้น จากการที่ตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ ส่งผลให้ตลาดสหรัฐน่าสนใจมากขึ้น ทำให้ปรับมุมมองเป็น น้ำหนักปานกลาง หรือ Neutral จากเดิม Overweight หลังราคาหุ้นสหรัฐปรับตัวร้อนแรง
     บริษัทประเมินดัชนีหุ้นไทยปลายปีนี้ที่ 1,600 จุด โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัว 3.4% จากปีก่อนที่ขยายตัว 3.2% ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากการส่งออกที่ปีนี้พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 3.5% จากปีก่อนติดลบ หรือไม่ขยายตัว การท่องเที่ยวยังขยายตัวได้ดี รวมถึงแรงหนุนจากการลงทุนภาครัฐ ในขณะที่ปัจจัยเสี่ยงยังเป็นปัจจัยในประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชนที่ยังน่าห่วง หลังติดลบมาในไตรมาสแรก และส่งผลถึงการบริโภคภาคเอกชนด้วย
     สำหรับการออกบริการ Global Investment Service (GIS) เพื่อเปิดโอกาสการลงทุน โดยตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นมาประมาณ 10% ตั้งแต่ต้นปีมา แต่ไม่ได้บอกว่าหุ้นไทยแย่กว่าข้างนอก แต่เปิดโอกาสการกระจายความเสี่ยง การเติบโตของเศรษฐกิจไทยค่อยๆ น้อยลง ปีนี้โต 3% ต้นๆ น้อยกว่าค่าเฉลี่ย GDP ของโลกที่คาดไว้เติบโต 3.5% และปีหน้าโต 3.6% โอกาสการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยไม่ดีกว่าข้างนอก
    นอกจากนี้ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนมิ.ย.นี้ เป็นปัจจัยต่อ Fund Flow ซึ่งขณะนี้เม็ดเงินไหลเข้าไทย แต่ไปที่ตลาดพันธบัตรไทยมากขึ้น เพราะต่างชาติมองไทยเป็นแหล่งปลอดภัย เนื่องจากไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัด มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูง อัตราเงินเฟ้อต่ำ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าเร็วกว่าค่าเงินในภูมิภาคเดียวกัน

***CLSA รับต่างชาติสนใจหุ้นไทยน้อยลง หลัง P/E สูง
    นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CLSA ยอมรับว่านักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจตลาดหุ้นอื่นมากกว่าไทย โดยเฉพาะในแถบเอเชียเหนือ ที่การส่งออกเริ่มฟื้นตัวดี ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมากกว่าคาดเมื่อปีก่อน และ PE เริ่มอยู่ในระดับที่สูง ทำให้ความน่าสนใจอาจลดลงพอสมควร
    อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อมั่นว่าตลาดหุ้นไทยปีนี้ยังน่าลงทุนและจะเติบโตดีกว่าปีก่อน โดยคาดดัชนีจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 1,680 จุด และ EPS Growth จะอยู่ที่ 14% ซึ่งกลุ่มพลังงานมีความแข็งแกร่งชี้นำตลาดได้เป็นอย่างดี ตามภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น และไม่มีปัจจัยเชิงลบมากดดันตลาดเหมือนปีก่อน
    ในช่วงไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 คาดว่าตลาดจะทรงตัวไร้ทิศทาง เหมือนหลุมอากาศ เพราะไม่มีประเด็นโดดเด่น ขณะที่นักลงทุนต่างชาติไม่รีบร้อนในการลงทุน แต่ในไตรมาส 4 คาดว่าจะปรับตัวคึกคัก เพราะช่วงปีก่อนไทยอยู่ในช่วงถวายความอาลัยตลอดปลายปี แต่ปีนี้จะมีการถวายความอาลัยเพียง 1 เดือน และหลังจากนั้นเศรษฐกิจจะเดินหน้าต่อ นักลงทุนจะให้ความสำคัญกับทิศทางในอนาคตมากขึ้น รวมถึงการเลือกตั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นตามโรดแมปของรัฐบาลด้วย

***ASP ลดน้ำหนักลงทุนหุ้นไทย หลังลงทุนรัฐล่าช้า
    นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASP ให้ความเห็นว่า บริษัทมีมุมมองต่อตลาดหุ้นไทย โดยให้ลดน้ำหนักการลงทุน (Underweight) เนื่องจากการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐในหลายๆ โครงการยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งทำให้ความน่าสนใจต่อตลาดหุ้นไทยลดลง และมีผลต่อกระแสเงินทุนที่ยังไม่ไหลเข้ามา แม้ว่าผลประกอบการบจ.ในไตรมาสแรกจะออกมาดี โดยยังแนะนำนักลงทุนในช่วงนี้ให้ติดตามปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุน และปรับพอร์ต โดยการถือเงินสดมากขึ้น มองกระแสเงินทุนยังไม่ไหลเข้า หลังประเมินตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจลดลง เหตุโครงการภาครัฐยังไม่เกิด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด