ข่าวนี้ที่ 1

| 8 มีนาคม 2560 | 17:05

BCPG จ่อฮุบโรงไฟฟ้าอาเซียน 250 MW ทุ่มงบลงทุนปีนี้หมื่นลบ.

     "บีซีพีจี"เดินหน้าซื้อธุรกิจโรงไฟฟ้าต่อเนื่อง ล่าสุดเตรียมปิดดีลโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศฟิลิปปินส์ ขนาด 50 เมกะวัตต์(MW) คาดแล้วเสร็จ มี.ค.นี้ แถมอยู่ระหว่างศึกษาซื้อหุ้นในโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในอาเซียน กำลังผลิตร่วมทุน 200 เมกะวัตต์ ได้ข้อสรุปกลางปีนี้ ส่วนโรงไฟฟ้าในประเทศ อยู่ระหว่างเตรียมเข้าประมูลโรงไฟฟ้าภาครัฐต่อเนื่อง คาดได้งานไม่ต่ำกว่า 50-100 เมกะวัตต์  โดยตั้งงบลงทุนปีนี้ 1 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าปีนี้มีโรงไฟฟ้า COD รวม 500 เมกะวัตต์

***ลุยซื้อโรงไฟฟ้าในอาเซียน
    นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG เปิดเผยในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day)  คาดว่าการซื้อขายหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศฟิลิปปินส์ ขนาดกำลังการผลิตทั้งหมด 50 เมกะวัตต์ จะแล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค.นี้ ซึ่งบริษัทจะมีสัดส่วนในการถือหุ้นอยู่ที่ 40% และจะสามารถรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าในส่วนที่ได้เปิดดำเนินการไปแล้ว 36 เมกะวัตต์ได้ทันทีในปีนี้ และส่วนที่เหลือ 14 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถก่อสร้างแล้วเสร็จและจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายใน 3 - 4 ปีข้างหน้า
    นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาเข้าซื้อหุ้นบางส่วนในโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม ในกลุ่มประเทศอาเซียน กำลังการผลิตตามสัดส่วนร่วมทุนราว 200 เมกะวัตต์ และคาดว่าจะสามารถสรุปการซื้อขายหุ้นดังกล่าวได้ภายในช่วงกลางปีนี้

*** เตรียมเข้าประมูลงานโรงไฟฟ้าภาครัฐ 
    บริษัทอยู่ระหว่างการเข้าประมูลงานโรงไฟฟ้าภาครัฐทั้งหมดในปีนี้ 520 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โครงการโซลาร์ฟาร์มสหกรณ์ 120 เมกะวัตต์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนแบบผสมผสาน (Hybrid) 300 เมกะวัตต์และโซลาร์ราชการขององค์การทหารผ่านศึก 100 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในช่วงเดือนเม.ย.นี้ทั้งหมด คาดว่าจะได้ไม่ต่ำ กว่า 50 - 100 เมกะวัตต์

***คาดปีนี้กำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มอีก 500 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้าใน-ตปท.
    ปีนี้ บริษัทจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีกราว 500 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าจากในประเทศไทย 182 เมกะวัตต์ ญี่ปุ่น 40 เมกะวัตต์ ฟิลิปปินส์ 36 เมกะวัตต์ งานภาครัฐ 50 - 100 เมกะวัตต์ และจากการเข้าซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในกลุ่มอาเซียนอีกราว 200 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตรวมทั้งหมด 418 เมกะวัตต์ และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว 144.5 เมกะวัตต์
    ทั้งนี้งบลงทุนปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะใช้ในการพัฒนาโรงไฟฟ้าตามแผนงาน และใช้ในการเข้าซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าเพิ่มเติม

***ตั้งเป้า EBITD โตไม่ต่ำกว่า 20% จากโรงไฟฟ้าที่ COD-ซื้อโรงไฟฟ้า 
    บริษัทยังตั้งเป้ามีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย,ภาษี,ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีก่อนที่ทำได้ 2,473.11 ล้านบาท โดยจะเติบโตมาจากโครงการที่มีอยู่ในมือที่จะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปีนี้ราว 50 เมกะวัตต์ และจากการเข้าซื้อหุ้นในโรงไฟฟ้าอื่นๆในอาเซียน

***โบรกฯมองเลื่อนเปิดโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่นกระทบกำไร-ลุยซื้อโรงไฟฟ้าหนุนธุรกิจระยะกลาง-ยาว
    บทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ   ระบุ โครงการโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่น 7 โครงการ กำลังผลิตรวม 111 เมกะวัตต์ ที่เลื่อนเปิดดำเนินโครงการ จากครึ่งปีหลังปี 60 เป็น ไตรมาส 2-3/61    เนื่องจากมีการเปลี่ยนโครงสร้าง EPC และปรับช่วงเวลาก่อสร้าง ทำกระทบกำไรได้ ทำให้ได้ปรับประมาณการ โดยใส่ประเด็นดังกล่าว และปรับลดสมมติฐาน GPM ของโครงการในญี่ปุ่น โดยเพิ่มค่าใช้จ่าย amortization จาก Price purchase allocation (PPA) ทั้งนี้ เนื่องจากมีการประเมินมูลค่าเหมาะสมของธุรกิจ solar ในญี่ปุ่นที่ซื้อมาจาก SunEdisonในเดือนกุมภาพันธ์  59 และมูลค่าเหมาะสมได้สะท้อนอยู่ในรูปของสินทรัพย์ประเภท intangible assets ในปี  59 ส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่าย amortization เพิ่มขึ้น ซึ่งจะบันทึกอยู่ในรูปของ cost of goods sold ดังนั้น เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี  60 ลง 10% และปี 2 61 ลง 16%
    อย่างไรก็ตาม บริษัทสนใจจะร่วมประมูลโครงการพลังงานหมุนเวียนภายใต้โครงการ hybrid และโครงการ solar สำหรับสหกรณ์เฟสใหม่ (สำหรับธุรกิจในประเทศ) ในขณะที่บริษัทก็มองเห็นโอกาสในการเข้าไปรุกตลาดไฟฟ้าในฟิลิปปินส์ เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายที่จะเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในระยะยาว ซึ่งจากประสบการณ์ในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน บวกกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งและสายสัมพันธ์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้เรามองว่า BCPG มีโอกาสที่จะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ๆ ได้ 
    เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2560 ที่ 13.10 บาท โดยได้รวมผลจากการเลื่อนเปิดดำเนินการ 7 โครงการในญี่ปุ่นแล้ว และเชื่อว่าโครงการต่างๆ ของบริษัทสะท้อนอยู่ในราคาหุ้นไปแล้ว แต่เรายังเห็น upside ในอนาคตจากการเข้าซื้อกิจการ CapAsia ASEAN (อยู่ระหว่างรอสัญญาซื้อขาย ซึ่งคาดว่าจะเรียบร้อยภายในครึ่งแรกปี 60)  จึงยังคงแนะนำให้ถือ
    ด้าน บล.ทิสโก้ ระบุว่า การซื้อโรงไฟฟ้าในฟิลิปปินส์ ยังไม่รู้ราคาที่ใช้ซื้อโครงการ แต่มองว่าเป็นการปูทางไปสู่ธุรกิจโรงไฟฟ้าในฟิลิปปินส์ และสร้างการเติบโตในระยะกลาง – ยาว (หุ้นอีก 60% ถือโดยบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศ) และการประกาศครั้งนี้ยืนยันมุมมองของเราว่า BCPG จะมีการซื้อโครงการเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายไปสู่ธุรกิจพลังงานทดแทนในประเทศเพื่อนบ้าน
    เราแนะนำให้ “ถือ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 14.2 บาท (SOTP) เนื่องจากส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อประมาณการของเรา และเป็นปัจจัยบวกในระยะสั้นเท่านั้น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด