ข่าวนี้ที่ 1

| 7 มิถุนายน 2560 | 17:05

SEAFCO แบ็คล็อกทุบสถิติ รัฐเร่งลงทุนหนุนงานฐานรากชุก

"ซีฟโก้" พุงกาง! งานในมือทะลัก ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 1.6 พันล้านบาท หลังมีงานฐานรากจากภาครัฐ-เอกชน ทยอยออกมาต่อเนื่อง มั่นใจรายได้ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านบาท พร้อมดันอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 10% จากปีก่อนทำได้ 8.31% ลุ้นผลประมูงานมูลค่า 2-3 พันล้านบาท พร้อมเดินหน้าประมูลงานทั้งใน-ต่างประเทศ ด้านโบรกฯมองการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทำอุตสาหกรรมฐานรากสดใส ช่วยหนุนผลดำเนินนงานเติบโตโดดเด่น

*** รายได้-Backlog สูงสุดเป็นประวัติการณ์
    นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAFCO เปิดเผยว่า รายได้ในปีนี้จะเติบโตทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (นิวไฮ) ไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านบาท จากการลงทุนของภาคเอกชน ทำให้งานก่อสร้างทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม ศูนย์การค้า โรงพยาบาล โรงแรม และศูนย์สุขภาพที่กำลังได้รับความนิยม  คาดสามารถผลักดันอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ในปีนี้อยู่ที่ราว 10% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ 8.31% จากการลดต้นทุนในการดำเนินงาน และจากการรับงานเป็นจำนวนมากทำให้เกิดการประหยัดต่อขนาด(Economy of Scale)
    ส่วนผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2/60 ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรก จากการทยอยรับรู้รายได้เข้ามาจากงานที่อยู่ในมือ (แบ็คล็อก) ที่มีอยู่ทั้งหมดราว 1.6 พันล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยส่วนใหญ่จะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้

***เดินหน้ารับงานต่อเนื่อง
    บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมเซ็นสัญญารับงานเสาเข็มเพิ่มอีก 3 โครงการ มูลค่าราว 300 ล้านบาท ภายในเร็วๆนี้ ประกอบกับขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลการประมูลโครงการทั้งหมดมูลค่า 2 - 3 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้ผลการประมูลภายในปีนี้         นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรเพื่อรับงานในประเทศกัมพูชามูลค่า 200 ล้านบาท และในเมียนมามูลค่า 100 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในไตรมาส 3/60
 
***ทุ่มงบซื้อเครื่องจักรขุดเจาะเสาเข็มรองรับงานอนาคต
    บริษัททุ่มงบลงทุนราว 100 ล้านบาท เพื่อสั่งซื้อเครื่องจักรที่ใช้ในการขุดเจาะเสาเข็มอีก 4 เครื่อง คาดว่าจะได้รับเครื่องใหม่ในไตรมาส 3/60 เป็นต้นไป โดยการสั่งซื้อเครื่องจักรเพื่อรองรับโครงการใหม่ๆ ที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าจาก บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK และ บริษัท ซิโน-ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ STEC ที่จะเข้ามาอีกมาก

*** อุตสาหกรรมฐานรากสดใส
    บล.เออีซี ระบุ ปัจจุบัน SEAFCO มีงานในมือ  จำนวน 1,671 ล้านบาท (ซึ่งเป็นงานเฉพาะค่าแรง 54.4%) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งคาดรับรู้ในปีนี้ราว 90% ของ จำนวนแบ็คล็อก ขณะที่มีงานในตลาดที่อยู่ระหว่างประมูลอยู่อีกราว 86 โครงการ (ไม่รวมเมกะโปรเจค) มูลค่ารวมกันกว่า 4.3 พันล้านบาท  ซึ่งผู้บริหารมีมุมมองเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมงานฐานรากจากการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ชมพู เหลืองซึ่งคาดเสร็จสิ้นการประมูลและเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงปลายปี 2560 อีกทั้งยังมีโครงการภาคเอกชน คือ One Bangkok ที่อยู่ในระหว่างขั้นตอนการประมูลและเซ็นสัญญารับงาน 

***คาดปี 60-61 กำไรโตโดดเด่น 
      บทวิเคราะห์ บล.เออีซี มองว่า แม้ช่วงไตรมาส 2/60 คาดจะมีกำไรสุทธิลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า จากวันทำงานที่น้อยลงเ แต่เราคาดกำไรยังโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน  จากการรับรู้งานในมือ ซึ่งเป็นงานตึกสูงในกรุงเทพอย่างต่อเนื่อง หนุนให้ทั้งปี 2560 เราคงคาด SEAFCO จะมีกำไรสุทธิ 227 ล้านบาท โตเด่นถึง 45.5%YoY ด้วยแรงหนุนจาก งานในมือที่มีอยู่ 1,671 ล้านบาท นับได้ว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยปริมาณงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ราว 970 ล้านบาท และคาดจะ Secured revenue ราว 91% ของประมาณการรายได้ในช่วง 9 เดือนที่เหลือของปีนี้ อีกทั้ง คาด SEAFCO จะได้รับงานใหม่เพิ่มในช่วง ครึ่งปีหลัง  จากทั้งงานจากภาคเอกชน อาทิ ตึกสูงในกรุงเทพฯ และงาน One Bangkok รวมถึงงานภาครัฐจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ชมพู เหลือง (เราคาดมีมูลค่างานฐานราก เฉพาะค่าแรงรวมกว่า 5 พันล้านบาท)
     ด้วยแนวโน้มการรับงานฐานรากใหม่ที่ยังสดใสทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐ ซึ่งคาดหนุนกำไรโตเด่นเฉลี่ยปีละ 32.9% ในช่วงปี 2560-2561 อีกทั้งราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside 11.0% จากราคาเป้าหมายปี 2560 ที่ 14.10 บาท (อิง PER ที่ระดับ 19.0x ซึ่ง +1SD  จากค่าเฉลี่ยย้อนหลังในอดีต) พร้อมคาด Div. Yield ปีนี้ราว 3% จึงคงแนะนำ "ซื้อ  
             บล.ธนชาต   แนะนำ “ซื้อ” SEAFCO ด้วยเป้าหมายพื้นฐาน 14 บาท จาก 1) งานในมือ 1.5 พันล้านบาท เป็นฐานในการรับรู้รายได้ในอนาคต และคาดว่าจะมีงานใหม่จากภาครัฐฯ อย่างรถไฟฟ้าสายสีส้ม-เหลือง-ชมพู เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปีนี้ 2) คาดการเปิดประมูลรถไฟรางคู่ 5 เส้นทางใน 3Q17 จะเป็น catalyst ระยะสั้นต่อราคาหุ้นในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า ขณะที่ฐานกำไรที่ต่ำในช่วง 2Q16-3Q16 จะทำให้กำไร SEAFCO ขยายตัวเด่นกว่ารับเหมาฯ อื่นๆ ในช่วง 2Q17 3) นอกจากงานภาครัฐฯ งาน One Bangkok ของภาคเอกชน มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างปลายปีนี้ และ 4)คาดการณ์กำไรปี 2017-18 ขยายตัวเด่น 47-41% ส่งผลให้ PE ลดลงต่ำเพียง 11x ปีหน้า ขณะทางเทคนิคราคาหุ้นทำ breakout แนวต้านไปแล้ว เป้าหมายระยะสั้นตามกรอบ uptrend ที่ 13/13.8 บาท 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด