ข่าวนี้ที่ 1

| 7 เมษายน 2560 | 17:05

WHAUPลั่นเทรดวันแรกทะลุจอง ธุรกิจน้ำ-ไฟฟ้าโตสูง WHA ยันไม่ทิ้งหุ้น

        
     "ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์(WHAUP)" ประเดิมลงสนามเทรดวันแรก 10 เม.ย.นี้ ผู้บริหารมั่นใจราคายืนเหนือจอง เหตุพื้นฐานแกร่ง ธุรกิจน้ำอุตสาหกรรม-ไฟฟ้า เติบโตสูง เผยกำไรปีนี้กลับสู่ฐานปกติ หลังไม่มีปิดซ่อมโรงไฟฟ้านอกแผนเหมือนปีก่อน เล็งนำเงินระดมทุนต่อยอดโรงไฟฟ้า - ชำระหนี้ ด้านผู้บริหาร WHA ลั่นไม่มีนโยบายขายหุ้นทิ้ง แม้มีส่วนที่ไม่ติดไซเลนต์ พีเรียด 15% แย้มเตรียม COD โรงไฟฟ้า 4 แห่งในปีนี้  

     
*** ตลท.รับ WHAUP เข้าเทรดวันแรก   
    ดร. สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์  (WHAUP) จะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “WHAUP” ในวันที่ 10 เมษายน 2560 นี้ 
    โดย WHAUP เป็นผู้ได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวเป็นระยะเวลากว่า 50 ปี นับจากวันที่ 30 มีนาคม 2559 ในการให้บริการสาธารณูปโภคแบบครบวงจรแก่ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามที่กำหนดของกลุ่ม บมจ. เหมราชพัฒนาที่ดิน (กลุ่มเหมราชฯ) ในการจัดจำหน่ายน้ำดิบ ผลิตและจำหน่ายน้ำเพื่ออุตสาหกรรม และบริหารจัดการน้ำเสีย และลงทุนโดยการถือหุ้นในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว คิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดส่วนการลงทุนประมาณ 350 เมกะวัตต์ และจะเพิ่มเป็น 540 เมกะวัตต์ ภายในต้นปี 2562 ซึ่งเป็นผลจากการปรับโครงสร้างทางธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานทั้งหมดของกลุ่ม บมจ. ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) และกลุ่มเหมราชฯ ให้มาอยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทฯ
    WHAUP มีทุนจดทะเบียน 3,825 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 640 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 125 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญทั้งสิ้น 229.50 ล้านหุ้น ต่อผู้ถือหุ้นเดิมของ WHA เฉพาะกลุ่มที่มีสิทธิได้รับจัดสรรหุ้น 57.29 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 22-24 มีนาคม 2560 ผู้มีอุปการคุณของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์และบริษัทฯ 57.46 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 22-28 มีนาคม 2560 และนักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศ 114.75 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 30-31 มีนาคม และวันที่ 3 เมษายน 2560  ในราคาหุ้นละ 26.25 บาท มูลค่าระดมทุนรวม 3,281.25 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 20,081.25  ล้านบาท โดยมีธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และมีบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

*** HEMRAJ ถือหุ้นใหญ่ 70%
    WHAUP มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ กลุ่ม บมจ. เหมราชพัฒนาที่ดิน ถือหุ้น 70.00% กลุ่มนายสมยศ อนันตประยูร และนางสาวจรีพร จารุกรสกุล ถือหุ้น 3.54% และ CLSA Limited ถือหุ้นรวม 3.40% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO มาจากการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ของนักลงทุนสถาบัน (book building)  โดยคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 20.75 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิ (อ้างอิงงบการเงินเสมือน) ในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2559-31 ธันวาคม 2559) หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 1.265 บาท ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมของบริษัทฯ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และหลังหักสำรองตามกฎหมายในแต่ละปี  

*** โชว์กำไรปี 59 ที่ 967.91 ลบ.   
    WHAUP รายงานผลประกอบการ มีกำไรสุทธิ (อ้างอิงงบการเงินเสมือน) สุทธิของบริษัทฯ สำหรับปี 2558 และ 2559 เท่ากับ 1,220.69 ล้านบาท และ 967.91 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 42.60 และร้อยละ 35.95 ของรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้ารวมของบริษัทฯ ตามลำดับ หลังรายได้จากการขายและการให้บริการเท่ากับ 1,600.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.09 

*** มั่นใจเหนือจอง - ยันไม่ขายหุ้น    
    นางสาวจรีพร จารุกรสกุล รองประธานกรรมการ บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยกับ"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า มั่นใจการนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET)วันแรก 10 เม.ย.นี้ ราคาหุ้นจะสามารถเปิดตลาดเหนือราคาจองซื้อที่ 26.25 บาท/หุ้นได้ เนื่องจากการเดินสายให้ข้อมูล(โรดโชว์)ในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจหุ้นของบริษัทฯเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีโอกาสในการเติบโตสูง ทั้งจากธุรกิจโรงไฟฟ้า และน้ำประปาตามการขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC) โดยนักลงทุนให้ความสนใจจองซื้อหุ้นเข้ามามากกว่า 5 เท่าของหุ้นที่เสนอขายทั้งหมด 229,500,000 หุ้น
    โดยยืนยันว่า WHA ซึ่งเป็นบริษัทแม่และผู้บริหารไม่มีนโยบายในการขายหุ้นของ WHAUP แม้บริษัทจะมีสัดส่วนที่ติดมาตรการห้ามซื้อขาย(Silent Period)อยู่ที่ 55% หรือมีสัดส่วนหุ้นที่สามารถซื้อขายได้ในวันแรกของการซื้อขายที่ 15% จากสัดส่วนการถือหุ้นหลัง IPO ทั้งหมด 70% หรือราว 535.5 ล้านหุ้น
    สำหรับราคาจองซื้อที่ 26.25 บาท/หุ้น คิดเป็นพี/อี อยู่ที่ราว 20 เท่า เมื่อคิดจากกำไรสุทธิในปี 59 ที่ทำได้ 967 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปี 58 ที่ทำได้ 1,220 ล้านบาท เนื่องบริษัทมีการหยุดซ่อมนอกแผน (unplanned outage)ในส่วนของโรงไฟฟ้าบริษัท เก็คโค่-วัน จำกัด และโรงไฟฟ้าของบริษัท กัลฟ์ เจพี เอ็นแอลแอล จำกัด เนื่องจากเหตุภัยธรรมชาติและเหตุขัดข้องของอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้า ซึ่งในปีนี้จะสามารถเปิดดำเนินการได้ตามปกติและส่งผลให้กำไรสุทธิกลับมาอยู่ในระดับปกติด้วย

***  เตรียม COD โรงไฟฟ้า 4 แห่งในปีนี้  
    ในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเชิงพาณิชย์(COD)เพิ่มอีก 4 แห่ง กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นทั้งหมด 128.5 เมกะวัตต์(MW) โรงไฟฟ้าทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ 1.โรงไฟฟ้า กัลฟ์ วีทีพี กำลังการผลิตทั้งหมด 130 MW COD ในวันที่ 20 พ.ค. 60 2.โรงไฟฟ้ากัลฟ์ TS1 ขนาด 130 MW COD ก.ค. 60 3.กัลฟ์ TS2 ขนาด 130 MW COD ก.ย.60 และ 4.TS3 ขนาด 125 MW พ.ย.60 นี้ จากปัจจุบันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเชิงพาณิชย์แล้ว 349.55 MW และมีสัญญาจำหน่ายไฟฟ้า(PPA)แล้วทั้งหมด 540 MW
    สำหรับสัดส่วนรายได้ในปี 60 คาดว่าจะมาจากไฟฟ้าราว 50% และระบบสาธารณูปโภค(น้ำ) 50% จากปีก่อนที่มาจากโรงไฟฟ้า 45% และสาธารณูปโภค 55%

*** ระดมทุนต่อยอดโรงไฟฟ้า - ชำระหนี้ หวังกด D/E ต่ำกว่า 1.5 เท่า 
    สำหรับเม็ดเงินจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรกนี้ บริษัทฯ จะนำไปลงทุนในโครงการด้านสาธารณูปโภค และโครงการโรงไฟฟ้า เพื่อขยายธุรกิจต่อไป อีกส่วนหนึ่งจะใช้ในการชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะทำให้อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 1.5 เท่าลดลง ส่วนที่เหลือจะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของกิจการ
    ส่วนแผนการลงทุน บริษัทฯ จะต่อยอดจากการลงทุนในธุรกิจพลังงาน เช่น โรงไฟฟ้า IPP SPP และ VSPP ที่เปิดดำเนินการไปแล้วจำนวนประมาณ 350 เมกะวัตต์ (ตามสัดส่วนการลงทุน) และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 190 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ครบ 540 เมกะวัตต์ (ตามสัดส่วนการลงทุน) ในราวต้นปี 2562
    บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ได้แก่ โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นที่หลังคาของคลังสินค้า หรือโรงงานให้เช่าภายใต้การบริหารจัดการของกลุ่ม WHA ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 2 ล้านตารางเมตร และอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรมเพื่อพลังงาน ในนาม บริษัท ชลบุรี คลีนเอ็นเนอร์ยี จำกัด หรือ CCE ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง WHAUP กับบริษัทในเครือ บมจ. โกลว์ พลังงาน และ บริษัท SUEZ (ในสัดส่วนร้อยละ 33.33) โดยเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 บริษัท ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟภ. ในโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมที่มีกำลังการผลิตติดตั้งขนาด 8.63 เมกะวัตต์ และคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2562

*** MM คิวต่อไป - โชว์ยอดจอง IPO ล้น เตรียมเทรด mai 11 เม.ย.นี้
     นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน เปิดเผยว่า หลังจากเปิดจองซื้อหุ้น IPO ของบริษัท มัดแมน จำกัด (มหาชน) หรือ MM ในราคาเสนอขายสุดท้ายที่หุ้นละ 5.25 บาท ปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดีกว่าคาดไว้ โดยเฉพาะนักลงทุนสถาบันที่มียอดจองซื้อสูงกว่าจำนวนที่จัดสรรเกือบ 4 เท่า เนื่องจากมีความเชื่อมั่นในพื้นฐานธุรกิจที่ดีและโอกาสเทิร์นอราวนด์ได้อย่างมีศักยภาพ ประกอบกับภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในอนาคต โดยหลังจากนี้คาดว่าหุ้น MM จะเข้าเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ MAI วันที่ 11 เมษายนนี้เป็นวันแรก
    MM เป็นผู้นำในธุรกิจอาหารและไลฟ์สไตล์แบรนด์ระดับโลก โดยมีธุรกิจหลัก 2 กลุ่มคือ 1.ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่ดำเนินกิจการภายใต้สัญญามาสเตอร์แฟรนไชส์กับต่างประเทศ ได้แก่ ดังกิ้น โดนัท โอ บองแปง และบาสกิ้น ร็อบบิ้นส์ และที่ดำเนินกิจการภายใต้แบรนด์ของตนเอง ได้แก่ เกรฮาวด์ คาเฟ่ และครัวเอ็ม และ 2.ธุรกิจไลฟ์สไตล์ ภายใต้แบรนด์ ‘เกรฮาวด์’ ซึ่ง ณ สิ้นปี 2559 มีสาขารวมทั้งสิ้น 456 สาขา และมีแผนขยายสาขาร้านอาหารและเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจที่จะเติบโตอย่างมีศักยภาพ
    นายนาดิม ซาเวียร์ ซาลฮานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MM กล่าวว่า  บริษัทฯ มีแผนนำเงินส่วนหนึ่งที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ขยายธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม โดยจะขยายสาขาร้านเกรฮาวด์ คาเฟ่ ในประเทศไทยเพิ่มอีก 6-9 สาขา รวมเป็น 19-22 สาขาภายในปี 2563 และเร่งขยายสาขาในต่างประเทศผ่านการให้สัญญาแฟรนไชส์ในประเทศใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นทุกปี รวมถึงจะลงทุนเปิดร้านเกรฮาวด์ คาเฟ่ ในประเทศอังกฤษ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในไตรมาสที่ 4 ปีนี้ นอกจากนี้ มีแผนขยายสาขาร้านดังกิ้น โดนัท โอ บอง แปง และบาสกิ้น รอบบิ้นส์ เพิ่มขึ้นแบรนด์ละ 12-15 สาขาต่อปี 5-6 สาขาต่อปี และ 3-5 สาขาต่อปีตามลำดับ ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2563 คาดว่าร้านดังกิ้น โดนัท โอ บอง แปง และบาสกิ้น รอบบิ้นส์ จะมีสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 355 สาขา 96 สาขา และ 54 สาขาตามลำดับ      
     ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับแบบ รายงานการได้มา หุ้นของบริษัท สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ SMM โดย นาย อภินันทน์ ฮ้อแสงชัย ซึ่งเป็นการได้มา เมื่อวันที่ 03/04/2560 จำนวนหลักทรัพย์ที่ได้มาคิดเป็น 1.35% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มาคิดเป็น 21.18% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด