ข่าวนี้ที่ 1

| 7 กุมภาพันธ์ 2560 | 16:04

"หมอวิชัย" หงายไพ่ใบสุดท้าย แก้เกม-ปลดหนี้IFEC

 "หมอวิชัย" สู้ไม่ถอยดึง 2 กองทุน  "เพลินจิต แคปปิตอล - แมคควอรี่" เป็นพันธมิตรร่วมแก้ปัญหาหนี้สิน เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่น พร้อมเปิดคุณสมบัติ 7 กรรมการใหม่ที่เตรียมเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น 14 ก.พ. นี้ หวังรายย่อยเทคะแนนโหวตเลือก   เล็งขายหุ้นธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลม-ชีวมวล หลังมีนักลงทุนแสดงความสนใจ หาเงินชำระหนี้พร้อมเดินหน้าธุรกิจพลังงานทดแทน  ส่วน ก.พ.นี้ เสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ตั๋วบี/อี อีก 1.8 พันลบ. เล็งเจรจาเจ้าหนี้หุ้นกู้เป็นรายๆ 

***หมอวิชัย ดึง 2 พันธมิตรใหม่กู้วิกฤต IFEC
    นายวิชัย ถาวรวัฒนายงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC  แถลงเปิดตัวพันธมิตร 2 กลุ่มคือเพลินจิต แคปปิตอล และ แมคควอรี่  พร้อมให้ความมั่นใจ ที่จะกู้วิกฤตของ IFEC  โดยเบื้องต้นคือการเข้ามาซื้อโรงแรมดาราเทวี  โดยคาดว่าการซื้อขายจะมีราคาไม่ต่ำกว่า 4,500-5,000 ล้านบาท ซึ่งจะได้กระแสเงินสดนำไปแก้ปัญหาหนี้ในทันที??โดยปัจจุบัน IFEC มีหนี้ที่ต้องชำระภายในปีนี้รวม 6,500 ล้านบาท แบ่งเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้น (B/E) 3,500 ล้านบาท และหุ้นกู้ 3,000 ล้านบาท
    อย่างไรก็ตามกลุ่มเพลินจิต แคปปิตอล จะเข้ามาช่วยดูแลจัดการระบบการเงิน ปัญหาหนี้สิน และรายได้ของบริษัทให้เป็นระบบมากขึ้น เพราะเชื่อมั่นว่าโครงการในอนาคตของ IFEC มีโอกาสการเติบโตอีกมาก ส่วนจะมีการเข้ามาถือหุ้นด้วยหรือไม่ยังไม่ได้มีการพิจารณาอย่างเป็นทางการ
    ทั้งนี้คาดหวังว่าการเปิดตัวพันธมิตรในครั้งนี้ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นรายย่อย ในการโหวตเลือกคณะกรรมการชุดใหม่วันที่ 14 ก.พ. นี้ โดยหากย้อนไปดูการประชุมครั้งก่อน มีผู้เข้าร่วมประชุม 1,155 ราย จำนวนหุ้นทั้งสิ้น 913.30 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 46.03 % ของจำนวนหุ้นทั้งหมด จากรายชื่อผู้ถือหุ้น IFEC ทั้งหมดทั้งสิ้น 27,861 ราย และผู้ถือหุ้นรายย่อยคิดเป็นสัดส่วนถึง 88.61%

*** เปิดคุณสมบัติ 7 รายชื่อเสนอเป็นบอร์ดใหม่ 
     กรรมการชุดใหม่ 7 ราย ที่นายวิชัย เตรียมเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 14 ก.พ. เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่จะเข้ามาช่วงสะสางปัญหาภายในที่ยือเยื้อของ IFEC พร้อมกับการเดินหน้าแผนธุรกิจเพื่อเป้าหมายในการเป็นพลังงานทดแทนครบวงจร ดังนี้
    1.นายไกรพิชญ์ โกสีย์เจริญ ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาทางด้านการเงิน เคยให้บริการที่ปรึกษาทางการเงิน และแนะนำการลงทุนของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและในต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง จีน และเยอรมัน
    2. นายชาติชาย พุคยาภรณ์ เคยดำรงตำแหน่งสูงสุด คือ รมช.เกษตรฯ และยังเคยดำรงตำแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ปรึกษากรรมาธิการการพลังงาน สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน – คณะกรรมการบริหารการประปาส่วนภูมิภาค และผู้เชี่ยวชาญในด้านงานภาครัฐ
    3. พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ อดีตผู้บังคับการ กองกำกับการตำรวจนครบาล 5
    4. นายฉัตรณรงค์ ฉัตรภูติ อดีต ผู้ช่วยกรรมการผู้การจัดใหญ่บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ที่มีความเชี่ยวชาญในด้าน การบริหารจัดการทรัพย์สินในด้านการตลาด การลงทุน การพัฒนา (AMC;AssetsManagement Corporation) การบริหารจัดการเรื่องปรับโครงสร้างหนี้และการจำหน่ายทรัพย์ (AMC;AssetsManagement Corporation) -การลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท มากกว่า 35 ปี และเคยเป็นผู้บริหารในบริษัทชั้นนำอีกเป็นจำนวนมาก
    5. พลตรีบุญเลิศ แจ้งนพรัตน์ อดีตผอ.กองสนับสนุน กอ.รมน 
    6. พลเอกณรงค์ฤทธิ์ อิศรัตน์ ตุลาการศาลทหารสูงสุด และประธาน กกต.กทม. 
    7. นายสายัณห์ สุพร ที่ปรึกษากลุ่มเพลินจิต แคปปิตอล

*** หวังรายย่อย เทคะแนนโหวต
    นายวิชัย กล่าวว่า ในการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งก่อนพบว่า กลุ่มผู้ถือครองหุ้นน้อยกว่า 1 แสนหุ้น จำนวนทั้งสิ้น 531 ราย หรือเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ร่วมประชุม ลงคะแนนรับรองวาระ 3  กลุ่มผู้บริหารชุดเดิมเสนอรายชื่อกรรมการใหม่  ส่วนที่ไม่รับรองมีจำนวน 212 ราย
    ทั้งนี้ผู้ถือครองหุ้นตั้งแต่ 1 แสน-1 ล้านหุ้น รับรองมติวาระ 3 จำนวน 173 ราย และไม่รับรอง 119 ราย ขณะที่ผู้ถือครองหุ้นตั้งแต่ 1 ล้าน-50 ล้านหุ้น รับรองวาระ 3 จำนวน 36 ราย และไม่รับรอง 46 ราย ส่วนผู้ถือครองหุ้นมากกว่า 50 ล้านหุ้น มี 2 รายที่รับรองวาระ 3 และอีก 2 รายไม่รับรอง
    "จากการประชุมครั้งก่อน จะเห็นได้ว่ากลุ่มผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นต่ำกว่า 1 แสนหุ้น - 1 ล้านหุ้น โหวตให้กับฝั่งผม ขณะที่กลุ่มนายทวิช มีเสียงส่วนใหญ่อยู่ที่กลุ่มผู้ถือครองหุ้นระดับ 1-50 ล้านหุ้น ซึ่งหากดูจากผู้ถือหุ้น IFEC ส่วนใหญ่ที่เป็นรายย่อยกว่า 88% หากเห็นด้วยกับแนวทางของผม ก็ขอเชิญชวนให้มาประชุมในวันที่ 14 ก.พ. นี้ เพื่อชี้ขาดว่ากลุ่มใดจะเป็นผู้บริหาร IFEC ต่อไป"
    นายวิชัย ระบุ โดยส่วนตัวมั่นใจว่าคณะกรรมการชุดใหม่ที่นำเสนอจะได้รับการคัดเลือก 100% เนื่องจากมีนโยบายการชำระหนี้ที่ชัดเจน และมีแหล่งเงินทุนที่สร้างความมั่นใจได้พอสมควร ในอนาคตบริษัทมีโครงการอีกจำนวนมาก ซึ่งต้องการบุคลากรที่มีองค์ความรู้เรื่องพลังงานทดแทนที่เคยทำงานอยู่แล้วเข้ามาช่วยจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
     IFEC กำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2560 ในวันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมกองทัพเรือ  เพื่อพิจารณาเลือกกรรมการใหม่ 7 ราย แทนกรรมการที่ลาออก ขณะที่ล่าสุดหุ้นยังถูกขึ้นเครื่องหมาย SP ห้ามการซื้อขาย

***เดินหน้าขายหุ้น-ลุยธุรกิจโรงไฟฟ้า 
    บริษัทมีแผนต้องบริหารจัดการหนี้มูลค่าราว 6,500 ล้านบาท โดยขณะนี้ บริษัท โกล์ดวิน ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตกังหันลมที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้ารายใหญ่อันดับ 1 ของโลก เข้าซื้อหุ้นในบริษัทลูกของ IFEC ที่ดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมในสัดส่วน 30% มูลค่า 1,000 ล้านบาท  นอกจากนี้ยังมีกลุ่มทุนสนใจเจรจาซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าชีวมวลของบริษัท ในสัดส่วน 49-51%  แต่ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา
    และในปี 60 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 500-600 ล้านบาท โดยจะมีโครงการใหม่ภายใต้ความร่วมมือของพันธมิตร เช่น โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมในบังคลาเทศ และโครงการอื่นๆในประเทศแถบอาเซียน โดย-ปัจจุบันบริษัทมีโครงสร้างรายได้ จากโครงการโซลาร์เซลล์ 360 ล้านบาท/ปี โครงการพลังงานลม 120 ล้านบาท/ปี โครงการกำจัดขยะชุมชนก่อนเป็นโรงไฟฟ้า 24 ล้านบาท/ปี

*** ก.พ.นี้ ผิดนัดบี/อี อีก 1.8 พันลบ.
    ในเดือน ก.พ. นี้ มีตั๋วแลกเงินระยะสั้น (B/E) ครบกำหนดชำระคิดเป็นมูลค่า 1,800 ล้านบาท  โดยนายวิชัย ยอมรับว่าจำเป็นต้องผิดนัดชำระหนี้บางส่วน เพราะยังไม่ได้คัดเลือกคณะกรรมการชุดใหม่ และด้วยบทบาทในปัจจุบันยังไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งหลังจากนี้คงต้องเจรจาชำระหนี้แบบรายกรณี โดยในวันที่ 22 ก.พ. จะเข้าเจรจากับกลุ่มเจ้าหนี้หุ้นกู้ที่มีอยู่ 3,000 ล้านบาท เพื่อชี้แจงแนวทางการชำระเงินและเรียกความมั่นใจให้กับกลุ่มเจ้าหนี้ โดยแนวทางการชำระหนี้จะเร่งดำเนินการขายหุ้นธุรกิจพลังงานลม และโรงแรมดาราเทวี โดยเร็วที่สุด  
    อย่างไรก็ตาม บริษัท ยังไม่มีกำหนดแน่ชัดในการชี้แจงข้อมูล ตลท. เพื่อปลดเครื่องหมาย SP  เพราะต้องการให้เรื่องการแต่งตั้งกรรมการ และการชำระหนี้ทั้งหมดเสร็จสิ้น ที่ผ่านมาได้ปรึกษาตลท. และ ก.ล.ต. อย่างใกล้ชิด รวมถึงเพื่อเป็นการปกป้องผู้ถือหุ้นด้วย และหากปลดเครื่องหมาย SP ยอมรับว่าในส่วนหุ้นของตน ยังมีบางส่วนที่ต้องถูกบังคับขายหุ้นจากบัญชีกู้เงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ แต่เบื้องต้นอยู่ในระดับที่จัดการได้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด