ข่าวนี้ที่ 1

| 6 กันยายน 2560 | 18:06

ICN เคาะราคาไอพีโอ 1.84 บ./หุ้น-"เสี่ยปู่"ดอดถือหุ้น 4.78%

 
 
      บมจ.อินฟอร์เมชั่น แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น เน็ทเวิร์คส (ICN) เคาะราคาขาย IPO หุ้นละ 1.84 บาท  เปิดจองซื้อวันที่ 8-12 ก.ย. คาดเข้าเทรด mai วันที่ 15 ก.ย.นี้ พบวีไอชื่อดัง "เสี่ยปู่" ร่วมถือหุ้นใหญ่อันดับ 5  ด้าน บมจ.ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ เผย ก.ล.ต. ไฟเขียวขายหุ้น IPO 120 ล้านหุ้น คาดเทรด mai ปลายปี60  ส่วน บมจ.ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 270 ล้านหุ้น เข้าเทรด SET
 

*** ICN เคาะราคาไอพีโอ หุ้นละ 1.84 บาท

    นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ?บมจ.อินฟอร์เมชั่น แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น เน็ทเวิร์คส (ICN)  ได้กำหนดราคาขายหุ้น IPO ที่ 1.84 บาทต่อหุ้น โดยมีค่า P/E ที่ 18.37 เท่า โดยเปิดให้จองซื้อหุ้นจำนวน 120 ล้านหุ้น วันที่ 8-12 กันยายน และคาดเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันที่ 15 กันยายนนี้ 
    โดยจำนวนหุ้น 120 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท  แบ่งเป็นเสนอขายแก่นักลงทุนทั่วไป 108 ล้านหุ้น และอีก 12 ล้านหุ้น เสนอขายแก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท
     ทั้งนี้ คาดว่าหุ้น ICN จะได้รับความสนใจจองซื้อหุ้นจำนวนมาก จากการกำหนดราคาขายหุ้น IP0 เป็นราคาที่เหมาะสมกับผลประกอบการและปัจจัยของบริษัทที่มีแนวโน้มเติบโตสูงและหลังได้เงิน IPO จะทำให้บริษัทมีการเติบโตอย่างโดดเด่นและต่อเนื่อง และภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทยดีขึ้นจากที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยยืนเหนือ 1,600 จุดได้ และต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิส่งผลดีต่อหุ้น ICN ในการเข้าเทรดใน mai
     การเสนอขายหุ้นครั้งนี้มีผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายรวม 5 แห่งคือ บล.ฟินันเซียไซรัส บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) บล.อาร์เอชบี( ประเทศไทย) และ บล.เอเซีย พลัส

*** ระดมเงินทุนหมุนเวียน รองรับขยายธุรกิจได้ 3 ปี

     สำหรับเงินที่ได้จากการขายหุ้น IPO ครั้งนี้มูลค่า 220.80 ล้านบาท บริษัทจะนำไปใช้เป็นเงินทุนทุนหมุนเวียนการดำเนินงาน เพื่อรับงานประมูลที่มีขนาดใหญ่ประมาณ 500 ล้านบาทต่อโครงการ จากเดิมรับได้เพียง 150-160 ล้านบาทต่อโครงการ และจะทำให้ D/E ลดลงเหลือ 0.5-0.6 เท่า จากปัจจุบันที่ 1.2 เท่า  ซึ่งคาดว่าเงินที่ได้จาก IPO จะรองรับการขยายธุรกิจได้ 3 ปี
     บริษัทฯ คาดรายได้ปี 60 โต 80-90% จากปีก่อน ที่มีรายได้ 569 ล้านบาท มีกำไรสุทธิที่ 27.11 ล้านบาท เนื่องจากครึ่งปีแรกมีรายได้ 377.49 ล้านบาท และมีงานในมือ (backlog)รวม 431 ล้านบาท จะรับรู้รายได้ปีนี้ 90% ที่เหลือรับรู้รายได้ในปีหน้า และบริษัทอยู่ระหว่างยื่นงานประมูลใหม่เพิ่ม

*** "เสี่ยปู่" ร่วมถือหุ้นใหญ่อันดับ 5 
    ข้อมูลจากไฟลิ่ง พบว่า รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทฯ มีนักลงทุนวีไอชื่อดังอย่าง "เสี่ยปู่" หรือนายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 5 ในสัดส่วน 6.52% และจะไดลูทเหลือ 4.78% หลังขายไอพีโอครั้งนี้   
    นายมนชัย มณีไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  และผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ใน ICN กล่าวว่า  นายสมพงษ์  ได้เข้ามาถือหุ้น ICN ตั้งแต่่ปี 2557 และจะติดระยะเวลาห้ามซื้อขาย (silent period) 1 ปี นับจากวันที่หุ้นเข้าเทรด  ซึ่งจากการหารือกับ นายสมพงษ์ ยืนยันจะถือหุ้นของบริษัทในระยะยาวเพราะบริษัทมีการเติบโตที่สูง
     
*** "ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้" เผย ก.ล.ต.ไฟเขียวขาย IPO 120 ล้านหุ้น คาดเทรด mai ปลายปี 60 
     บมจ.ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้  ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย โดยเน้นการพัฒนาโครงการพักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียมในย่านทำเลที่มีศักยภาพในจังหวัดภูเก็ต
     นายสัมฤทธิ์ชัย  ตั้งหะรัฐ กรรมการผู้จัดการฝ่ายวาณิชธนกิจ5 บล.เออีซี ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน  กล่าวว่า ขณะนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้มีหนังสืออนุญาตให้บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)  หรือ TITLE เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชน เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา โดย TITLE มีแผนที่จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 120.00 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาท/หุ้น ซึ่งแบ่งเป็นเสนอขายให้แก่ประชาชนจำนวนไม่ต่ำกว่า 112.80 ล้านหุ้น และจำนวน 7.20 ล้านหุ้น เสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหารและ/หรือพนักงานบริษัท โดยคาดว่าจะขายหุ้นไอพีโอ และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ได้ในช่วงปลายปี 2560
     ทั้งนี้ มั่นใจว่า “ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้” จะเป็นหุ้นไอพีโอน้องใหม่อีกบริษัท ที่จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดี ด้วยจุดเด่นของโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่บนทำเลศักยภาพในจังหวัดภูเก็ต โดยมีกลุ่มเป้าหมายทั้งลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ ขณะเดียวกันผู้บริหารยังมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล พร้อมที่จะนำองค์กรเดินไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง

*** ระดมทุนพัฒนาโครงการอสังหาฯ  

     นายศศิพงษ์  ปิ่นแก้ว กรรมการบริหาร/กรรมการผู้จัดการสายงานวางแผนและควบคุม  TITLE กล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการระดมทุนครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการพัฒนาโครงการ The Title Residencies Naiyang Phuket  ภายในปี 2560 และเพื่อใช้ในการซื้อที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการในอนาคต ภายในปี 2561
     สำหรับโครงการในอนาคต บริษัทฯ มีแผนที่จะพัฒนาโครงการ ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 1,295 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. โครงการคอนโดมิเนียม The Title Residencies Naiyang Phuket เฟส 2 (The Title หาดในยาง เฟส 2) จำนวน 220 ยูนิต มูลค่าโครงการ 645 ล้านบาท คาดเปิดการขายในไตรมาส 4/60 2. โครงการคอนโดมิเนียม The Title Phuket หาดราไวย์ เฟส 5 Zone 1 (The Title หาดราไวย์ เฟส 5 โซน 1) มูลค่า 300 ล้านบาท คาดเปิดการขายในปี 2561 และ3. โครงการคอนโดมิเนียม The Title Phuket หาดราไวย์ เฟส 5 Zone 2” (The Title หาดราไวย์ เฟส 5 โซน 2) มูลค่า 350 ล้านบาท คาดเปิดการขายในปี 2562
      
 *** "ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์" ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 270 ล้านหุ้น เข้า SET
      บริษัท ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPT ประกอบธุรกิจ จำหน่ายอุปกรณ์และระบบควบคุมไฟฟ้าที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม อาคารตึกสูง รวมถึงให้บริการติดตั้งและก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย
      CPT ได้ยื่นแบบแสดงรายการและหนังสือชี้ชวน (Filing) version แรกต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 
(ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 4 ก.ย.60 เพื่อเตรียมเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 270 ล้านหุ้น แบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 243 ล้านหุ้น เสนอขายต่อประชาชน ส่วนอีก 13.5 ล้านหุ้น เสนอขายต่อผู้บริหาร(ที่ไม่เป็นกรรมการ)และพนักงานของบริษัท และ 13.5 ล้านหุ้น เสนอขายต่อบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท โดยมี บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
      ทั้งนี้ บริษัทจะนำหุ้นสามัญเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และมีวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้รับจากการระดมทุนครั้งนี้ไปใช้เพื่อลงทุนซื้อที่ดินเพื่อสร้างโรงงานใหม่และซื้อเครื่องจักรในการผลิตตู้ไฟชนิดไม่มีโครงสร้างแบบ Metal Clad Switchgear (“MCSG”) ซึ่งผ่านมาตราฐาน Typetest ระดับนานาชาติและ มอก ของไทยโดย
     โดยซื้อที่ดิน 3 ไร่ที่อยู่ตรงข้ามโรงงานเดิม ก่อสร้างโรงงานใหม่ซึ่งมีพื้นที่ในการทำงานประมาณ 7,000 ตารางเมตร และ ซื้อเครื่องจักรต่างๆในการทำตู้ MCSG และประกอบ Ring Main Unit เพื่อใช้ในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
      ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ณ วันที่ 1 ส.ค.2560 ครอบครัวหลิมประเสริฐถือหุ้น 283,498,600 หุ้น คิดเป็น 45% ภายหลังจากขาย IPO ในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 31.50% ครอบครัวปีปทุม ถือหุ้น 252,000,000 หุ้น คิดเป็น 40% ภายหลังจากขาย IPO ในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 28%
  
        

 
 
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด