ข่าวนี้ที่ 1

| 6 กรกฎาคม 2560 | 17:05

BANPU รับอานิสงส์น้ำท่วมจีน ดันราคาถ่านหินพุ่ง

     "บ้านปู"ยันน้ำท่วมใหญ่ในจีนตอนใต้ ส่งผลดีบริษัท ทำตลาดถ่านหินตึงตัวและราคาปรับสูงขึ้น ส่วนแนวโน้มราคาถ่านหินตลาดส่งออกอยู่ในระดับแข็งแกร่ง สะท้อนการใช้ถ่านหินที่สูงต่อเนื่องในจีน ย้ำไม่กระทบการขายถ่านหินของบริษัท เหตุไม่ได้พึ่งพาระบบการขนส่งทางรถไฟ แต่ยังคงเป้าหมายปริมาณขายถ่ายหินในปี 60 ที่ 45 ล้านตัน ด้านโบรกฯมองน้ำท่วมในจีนไม่กระทบ เพราะราคาถ่านหินในจีนยังอยู่ระดับสูงที่ 73-83 เหรียญสหรัฐฯ 
 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น BANPU นับตั้งแต่กลางเดือน เม.ย.60 ที่ขึ้นไปทำจุดสูงสุด 21.40 บาท จากนั้นราคาปรับลงต่อเนื่อง จนมาถึงล่าสุด (6 ก.ค.) ลดลงมาปิดที่ 15.50 บาท ทำจุดต่ำสุดในรอบ 9 เดือน คิดเป็นราคาปรับลงถึง 27.57% ในระยะเวลาเพียง 2 เดือนกว่าเท่านั้น หลังนักลงทุนกังวลหลายปัจจัยที่อาจฉุดราคาถ่านหินให้ลดลง

*** ยันน้ำท่วมใหญ่ในจีนส่งผลบวกต่อราคาถ่านหิน
   
     นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยว่า ธุรกิจถ่านหินของ  BANPU ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีนในขณะนี้ เนื่องจากการขายถ่านหินในจีนไม่ได้พึ่งพาระบบราง ในทางตรงข้ามผลจากน้ำท่วมครั้งนี้ทำให้ราคาถ่านหินปรับเพิ่มขึ้น ทั้งในตลาดภายในของจีนและในตลาดโลก เนื่องจากจีนต้องการใช้ถ่านหินเพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำจากเขื่อนขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ เขื่อน Three Gorges Dam และเขื่อนเก้อโจวป้า (Gezhouba) ที่ลดลงค่อนข้างมาก ซึ่งล่าสุดเขื่อนทั้ง 2 แห่งนี้ ต้องลดระดับการระบายน้ำ เพื่อบรรเทาสถานการณ์น้ำท่วม ด้วยเหตุดังกล่าวส่งผลให้มีการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานถ่านหินมากขึ้นในระยะนี้ โดยล่าสุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาถ่านคุณภาพมาตราฐานขยับสูงขึ้น 20 หยวนต่อตัน เป็น 592 หยวนต่อตัน
    สำหรับประเด็นการจำกัดการนำเข้าถ่านหิน บริษัทฯ คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการนำเข้าถ่านหินที่ประเทศจีนของบริษัทฯ เกือบทั้งหมดนำเข้าผ่านท่าเรือขนาดใหญ่  
    “ภาพรวมการบริโภคถ่านหินของจีนยังอยู่ในระดับที่สูงต่อเนื่อง จึงทำให้ตลาดถ่านหินในประเทศค่อนข้างตึงตัว ราคาจึงขยับขึ้น ดังนั้นราคาถ่านหินในตลาดส่งออก ยังอยู่ในระดับเกิน 80 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งถือว่าเป็นราคาในระดับสูง และมีแนวโน้มที่จะทรงตัวต่อเนื่อง"นางสมฤดี กล่าว 

*** คงเป้าปริมาณขายถ่านหินปีนี้ 45 ล้านตัน
  
     ทั้งนี้ BANPU ยังสามารถดำเนินการผลิตถ่านหินได้อยางต่อเนื่อง และผลประกอบการยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง โดยได้รับการสนับสนุนจากราคาถ่านหินที่ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าไว้แล้วในระดับที่ดี ซึ่งบริษัทฯวางเป้าหมายปริมาณการขายถ่ายหินในปี 60 รวมประมาณ 45 ล้านตัน โดยเหมืองส่วนใหญ่โดยเฉพาะเหมืองในประเทศอินโดนีเซียได้มีการกำหนดราคาขายล่วงหน้าไว้แล้ว ทั้งที่มีราคาคงที่และราคาอ้างอิงตามดัชนีคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า ร้อยละ 50 ของปริมาณขายรวมทั้งปี สำหรับราคาอ้างอิง Newcastle จากประเทศออสเตรเลียล่าสุดอยู่ที่ 83 เหรียญสหรัฐต่อตัน
    ราคาถ่านหินที่ขยับขึ้น ทำให้ตัดสินใจปรับการทำเหมืองถ่านหินในระดับที่ลึกลงมากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เหมืองในระยะยาว โดยต้นทุนการผลิตนี้จะปรับสูงขึ้นอยู่ที่ 7-8 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งพิจารณาแล้วว่าเหมาะสมเมื่อเทียบกับราคาขายที่จะปรับสูงขึ้นได้มากกว่า นอกจากนี้ การปรับระดับการทำเหมืองที่ลึกลง ยังส่งผลดีต่อปริมาณสำรองถ่านหินที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นได้ โดยมองว่าเป็นการลงทุนให้ได้มาซึ่งปริมาณสำรองถ่านหินที่คุ้มค่าที่สุด ท่ามกลางโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับอยู่แล้ว วิธีการนี้จึงเป็นการใช้เงินลงทุนอย่างคุ้มค่า และเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นในระยะยาว
    ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินแผนธุรกิจตามแผนกลยุทธ์ฉบับใหม่ที่ประกอบด้วย ธุรกิจต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ โดยธุรกิจต้นน้ำ คือ ธุรกิจถ่านหิน และธุรกิจก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน ธุรกิจกลางน้ำ เน้นเรื่องการจัดการซัพพลายเชนของถ่านหินให้สั้นลง เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลกำไร รวมทั้งการผสมถ่านหินให้มีคุณภาพดีขึ้นและนำมาจำหน่ายในรูปแบบธุรกิจ coal trading
    ส่วนปลายน้ำ คือ ธุรกิจไฟฟ้ารวมถึงการลงทุนในธุรกิจโซลาร์ฟาร์มในประเทศจีน และญี่ปุ่น อีกทั้งการมองหาโอกาสลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV ทั้งหมด นอกจากนี้ในประเทศอินโดนีเซียยังมีโอกาสที่ดี เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศแผนเพิ่มโรงไฟฟ้า เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตทั้งระบบรวมอีก 30,000 เมกะวัตต์ และบริษัทฯ ยังมองหาโอกาสเพิ่มรายได้ในอนาคตด้วยการเน้นการจำหน่ายไฟฟ้าไปยังผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยมากขึ้น จากปัจจุบันที่จำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้ารายใหญ่ไม่กี่ราย ซึ่งตามกลยุทธ์การลงทุนฉบับนี้ บริษัทฯ มั่นใจว่า จะสามารถสร้างการเติบโตของธุรกิจได้อย่างมั่นคงและสมดุลในระยะยาว

*** โบรกฯมองน้ำท่วมในจีนไม่กระทบ ราคาถ่านหินยังสูง เชื่อปีนี้ผลงานดี
    
    นายสุทธิชัย คุ้มวรชัย นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจของ BANPU ในปีนี้ถือว่าเติบโตดีจากปีก่อนแน่นอนทั้งในแง่ของรายได้และกำไรสุทธิ เพราะเนื่องจากฐานที่ต่ำในปีก่อน
    ส่วนประเด็นน้ำท่วมในจีนจะกระทบราคาถ่านหินหรือไม่ ยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ เพราะปัจจุบันราคาถ่านหินไม่ได้ปรับลดลง โดยปัจจุบันราคาถ่านหินยังอยู่สูงในระดับกรอบบน ตามนโยบายราคาถ่านหินในจีน ที่ 73-83 เหรียญสหรัฐฯ
    แต่แนวโน้มไตรมาส 3/60 คาดว่าธุรกิจถ่านหินคงซบเซา เนื่องจากเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ ความต้องการใช้ถ่านหินค่อนข้างน้อย
    ขณะที่ บทวิเคราะห์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุว่า ราคาถ่านหินดีดตัวขึ้นแรงล่าสุดอยู่ที่ 83 เหรียญต่อตัน เป็นผลจากความกังวลต่ออุปทานจากการหยุดเหมืองในประเทศอินโดนีเซียและแอฟริกาใต้ รวมถึงผลต่อเนื่องจากการ strike ของเหมืองในออสเตรเลียในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา นอกจากนั้น ความกังวลต่อปริมาณฝนที่ตกหนักในประเทศจีนทำให้เกิดอุทกภัย จึงต้องมีการลดการผลิตไฟฟ้าจากน้ำลง เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว ทำให้มีการคาดการว่าจะมีการใช้ถ่านหินในประเทศจีนเพิ่มขึ้น การเก็งกำไรที่ระดับราคาถ่านหินอยู่ที่กรอบด้านบน ตามมุมมองของเราในช่วง 73-83 เหรียญต่อตัน จึงยังมีความเสี่ยงเนื่องจากประเด็นหนุนราคาดังกล่าวข้างต้นมองเป็นปัจจัยระยะสั้น
    ด้านบทวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย ระบุ ราคาหุ้น BANPU ที่ปรับตัวลงแรง มองว่าตลาดมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมายที่อยู่ระหว่างการฟ้องร้อง 3 คดี  ได้แก่ 1. โครงการโรงไฟฟ้าหงสา (มูลค่า 6.35 หมื่นล้านบาท) 2. คดีภาษีในอินโดนีเซีย (บริษัทจ่ายภาษีขาดไปรวม 73.5 ล้านเหรียญสหรัฐ) และ 3) คดีค่าชดเชยที่ดินในอินโดนีเซีย (คิดเป็นค่าเสียหายรวม 258.1 ล้านเหรียญสหรัฐ) ทั้งนี้ มองโซน 15-15.5 บาท ถือเป็นโซนที่น่าเข้าเก็บเพื่อเก็งกำไร เนื่องจากมี Upside จากระดับเป้าหมาย 12-16%
    คาดว่าผลประกอบไตรมาส 2/60 จะยังคงปรับตัวดีขึ้นทั้ง QoQ และ YoY มาอยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากปริมาณถ่านหินและราคาขายถ่านหินเฉลี่ยที่สูงขึ้น ประกอบกับอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นของโรงไฟฟ้าหงสา และการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด