ข่าวนี้ที่ 1

| 5 ตุลาคม 2560 | 17:05

AMATAจับมือ Sabb ผุดเมืองอัจฉริยะ-อากาศยาน

 

    "อมตะ คอร์ปอเรชั่น" เซ็น MOU กับ Sabb AB พันธมิตรจากสวีเดน ศึกษาพัฒนาเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City และเมืองอากาศยาน ก่อนเริ่มลงทุนจริงปี61 โดยร่วมมือตั้งบริษัทร่วมทุนผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน-ศูนย์ฝึกอบรมการบิน นอกจากนี้เตรียมเดินหน้าร่วมทุนกับลูกค้ารายอื่นในนิคมฯ อีกไม่น้อยกว่า 10 แห่งในปี61  ปูทางสร้างรายได้ประจำ

*** ผนึกพันธมิตรสวีเดน พัฒนา "Amata Aerospace City "

    นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชั่น (AMATA)  กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Sabb AB ประเทศสวีเดน ร่วมมือศึกษาพัฒนาเมืองอัจฉริยะและเมืองอากาศยาน หรือ Amata Aerospace City ในนิคมอมตะนคร จ.ชลบุรี ซึ่งความร่วมมือจะครอบคลุมการศึกษาและพัฒนาทั้งทางด้านการจราจรภายในเมืองอัจฉริยะ การวางระบบผังเมืองอัจฉริยะ การฝึกอบรมแบบการบินจำลองที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอากาศยานทั้งระดับเอเชียและในระดับโลก
    “ Saab เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกในด้านอากาศยานและนวัตกรรมอากาศยาน ที่จะเข้ามาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกันพัฒนาเมืองอัจฉริยะและเมืองอากาศยานได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมชั้นนำระดับโลก” นายวิกรม กล่าว
    สำหรับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและเมืองอากาศยาน จะนำไปสู่การพัฒนาและรองรับการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยาน ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่สำคัญของประเทศ (New S-curve) ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน และเป็นนโยบายหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ในระยะเวลา 20 ปีข้างหน้า

*** เดินหน้าแผนปั้น Smart City - ชิ้นส่วนอากาศยาน

     ภายใต้แนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และเมืองอากาศยานครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในแผนงานการพัฒนาเมืองอัจฉริยะสมบูรณ์แบบ หรือ Smart City ครอบคลุมการพัฒนาในด้านสำคัญต่างๆ ใน 8 ด้าน ประกอบด้วย 1. พลังงานอัจฉริยะ(Smart Energy ) 2. การสัญจรอัจฉริยะ (Smart Mobility ) 3. ชุมชนอัจฉริยะ(Smart Community ) 4.สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment ) 5.ระบบการศึกษาอัจฉริยะ (Smart Education ) 6. ระบบอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart Manufacturing ) 7.เมืองอากาศยานอัจฉริยะ(Smart Aerospace City )และ 8. นวัตกรรมอัจฉริยะ (Smart Innovation)

*** เริ่มลงทุนจริงปี 2561 แต่ยังไม่เปิดเผยมูลค่าเงินลงทุน

    Sabb AB จะเริ่มลงทุนได้ในปี 61 แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของพื้นที่ดำเนินโครงการและมูลค่าเงินลงทุน โดย AMATA จะตั้งบริษัทร่วมทุนกับ Sabb AB ในการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน และศูนย์ฝึกอบรมการบิน โดยสัดส่วนถือหุ้นอยู่ระหว่างการพิจารณา
    นาย Hakan Buskhe ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Saab AB กล่าวว่า Saab มีความยินดีที่จะร่วมมือกับ อมตะ ในการพัฒนาโครงการเมืองอัจฉริยะ และเมืองอากาศยาน ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการเดินหน้าโครงการในอนาคตได้ และบริษัท ถือเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ด้วยประสบการณ์  ในฐานะที่ บริษัท Saab AB เป็นสัญชาติสวีเดนที่ผลิตและให้บริการเกี่ยวกับ อากาศยานด้านการป้องกันประเทศ, อากาศยานด้านการทหาร และอากาศยานเพื่อความมั่นคงของพลเรือน ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลก โดย Saab ได้เริ่มเปิดสำนักงานอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ ในปี 2541

*** เน้นสร้างรายได้ประจำ  จากการร่วมทุนกับ บ.ลูกค้าในนิคมฯ 

    นายวิกรม กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จากนี้ไปจะเน้นร่วมลงทุนกับลูกค้าที่เข้ามาซื้อที่ดินในการสร้างโรงงานผลิตมากขึ้น โดยการจัดตั้งบริษัทเข้าร่วมลงทุน ซึ่งจะทำให้บริษัทมีผลตอบแทนด้านเงินปันผล ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ประจำเพิ่มขึ้น เนื่องจากเห็นว่ารายได้การขายที่ดินนั้นมีความผันผวน โดยคาดว่าปี 61 จะจัดตั้งบริษัทย่อยอีก 10 แห่ง ทำให้จะมีบริษัทย่อยเพิ่มเป็น 50 แห่ง จากปัจจุบันที่มี 40 แห่ง จากตั้งบริษัทร่วมทุนกับลูกค้า
    ด้านนายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่การตลาด AMATA กล่าวว่า บริษัทคงเป้ายอดขายที่ดินปีนี้ 1 พันไร่ แม้ปัจจุบันมียอดขายเพียง 170-180 ไร่ เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาลูกค้าหลายราย รายละ 100 ไร่ แต่คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ เพราะลูกค้ารอกฎหมายเรื่องสิทธิประโยชน์ภาษีในการลงทุนโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) คาดว่าจะออกมาในช่วง ต.ค.นี้
    "เราหันมาเน้นการลงทุนร่วมกับลูกค้าที่เข้ามาซื้อที่ดิน ในการก่อสร้างโรงงานผลิตต่างๆ เพื่อที่จะทำให้เรามีรายได้ประจำที่มั่นคง เพราะการขายที่ดินนั้นมีความผันผวนในแต่ละปี จึงหวังให้รายได้ประจำเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ประจำที่ 65% รายได้ขายที่ดิน 35% " นายวิบูลย์ กล่าว

*** เสนอขายหุ้นกู้ จำนวน 5,000 ล้านบาท- จองล้น 5 เท่า 
      
    นายวิกรม กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทได้ทำการเสนอขายหุ้นกู้ จำนวน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.82 % ต่อปี ซึ่งการออกหุ้นกู้ถือเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญในการระดมเงินในช่วงขณะนี้ของบริษัทเพื่อเสริมความคล่องตัวในการลงทุนและขยายธุรกิจของบริษัทในอนาคต โดยเงินที่ได้รับจากการออกหุ้นกู้ครั้งนี้บริษัทจะนำไปชำระคืนเงินกู้ที่มีอยู่เดิมประมาณ 4,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นเงินลงทุนและเงินหมุนเวียนของกิจการ
     ?การออกหุ้นกู้ของบริษัทครั้งนี้ ถือได้ว่า ประสบความสำเร็จ โดยบริษัทได้แต่งตั้งธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากสภาพคล่องทางการเงินในตลาดขณะนี้มีเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การออกหุ้นกู้ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนสหกรณ์เป็นอย่างมาก ซึ่งมาจากความแข็งแกร่งของโครงสร้างรายได้ของบริษัทที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ที่บริษัทได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ A และมีแนวโน้มเครดิต Stable จาก บริษัท ทริส เรทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด
    นายประเสริฐ ดีจงกิจ ผู้จัดการฝ่ายทุนธนกิจ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL กล่าวว่าบริษัทขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ให้ความสนใจและจองซื้อหุ้นกู้ของบริษัทในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ทำให้มีความต้องการจากนักลงทุนจองซื้อเข้ามามากกว่าจำนวนหุ้นกู้ที่บริษัทวางแผนจะออกถึงประมาณ 5 เท่า บริษัทจึงตัดสินใจที่จะใช้หุ้นกู้ที่สำรองไว้เสนอขายเพิ่มเติมอีก 1,000 ล้านบาท เพื่อที่จะจัดสรรหุ้นกู้ให้กับนักลงทุนได้อย่างทั่วถึง ส่งผลให้มูลค่าที่ออกครั้งแรกนี้มีจำนวน 5,000 ล้านบาท
    นายกฤชกร นนทะนาคร ผู้อำนายการฝ่าย ผู้บริหารฝ่าย ทีม Debt Capital Market ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB กล่าวเสริมอีกว่าหุ้นกู้ที่ออกและเสนอขายครั้งนี้มีทั้งหมด 3 ชุดคืออายุ 3 ปีอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.28% อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.69% และอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.04%
 
         
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด