สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 5 มกราคม 2561 | 17:06

กูรูชู 10 หุ้นปันผลเด่น แนะสะสมก่อนขึ้น XD ลุ้นผลตอบแทน 5%

กูรูชู 10 หุ้นปันผลเด่น แนะสะสมก่อนขึ้น XD ลุ้นผลตอบแทน 5%

 

    โบรกฯ แนะกลยุทธ์ลงทุนช่วง SET ร้อนแรง  สะสมหุ้นปันผลเด่น ยก TOP10 มาให้ช้อปปิ้ง นำโดย KKP -TKS-TISCO-AIT-JWD-MCS -AP-IRC-LH และ BANPU แต่ต้องซื้อช่วง 2 เดือนก่อนขึ้น XD และรอขายก่อนขึ้น XD 1 วัน สถิติชี้ชัดมีโอกาสได้ผลตอบแทน 5% ด้าน SET ฉุดไม่อยู่ แรลลี่สู่ระดับ 1,800 จุด 
 
*** Theme Strategy "หุ้นปันผล"

    บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า  แม้ SET INDEX  จะยังคงทำระดับสูงสุดใหม่ ต่อเนื่อง  แต่ บล.หยวนต้า ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อ SET INDEX เป็นแนวโน้มขาขึ้นใน Q1/60 และประเมินเป้าหมายดัชนีในปี61 ไว้ที่ 1,870 จุด สำหรับกรณีฐาน (Base Case) อิงอัตราการเติบโตของกำไรตลาดที่ 10% YoY อย่างไรก็ดี ในระยะสั้น SET INDEX อาจมีความผันผวนบ้าง เพราะในเชิงจิตวิทยา เมื่อเข้าใกล้แนวต้านใหญ่ อาจมีแรงขายทำกำไรเร่งขึ้น ดังนั้น นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย การลงทุนในหุ้นปันผลเด่น (High Dividend Yield) คือ ทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเงินปันผล เปรียบเสมือน เบาะรองรับ เมื่อราคาหุ้นเกิดการพักฐานหรือปรับฐานรอบสั้น
  
*** สถิติชี้ชัดควรสะสมหุ้นปันผล ก่อนขึ้น XD ราว 1-2 เดือน
    บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะทยอยประกาศจ่ายเงินปันผลตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.พ.เป็นต้นไป จากการวิเคราะห์เชิงสถิติ เราพบว่า การลงทุนหุ้นปันผล ให้ได้ผลตอบแทนเต็มที่ ควรซื้อสะสมในช่วง 1-2 เดือน ก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD กล่าวคือ หากซื้อหุ้นตั้งแต่ 2 เดือนก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD และขาย 1 วันก่อนขึ้น XD ผลตอบแทนเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5.1% แต่หากซื้อก่อนขึ้น XD 1 เดือน และขาย 1 วันก่อนขึ้น XD จะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 2.5% ดังนั้น คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ของเรา คือ ซื้อสะสมหุ้นปันผลช่วงนี้ แล้วรอขาย 1 วันก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD คาดหวังผลตอบแทนราว 2.5%-5.1% อย่างไรก็ตาม เราไม่แนะนำ ให้ซื้อเก็งกำไรหุ้นปันผล ในช่วงเวลาแค่ 2-3 วันก่อนหน้า XD เพราะผลตอบแทนที่จำกัดหรือพลิกเป็นขาดทุนได้ ในบางกรณี เพราะราคาหุ้นมักปรับตัวขึ้นมารอก่อนหน้าแล้ว

*** Top Picks ได้แก่   KKP-TISCO-AIT-JWD-AP
             บล.หยวนต้า  เลือก Top Picks สำหรับกลยุทธ์หุ้นปันผล (Dividend Plays) สำหรับงวด 2H60 ได้แก่ KKP (Dividend Yield 4.97%), TISCO (4.65%), AIT (4.29%), JWD (4.1%) และ AP (3.75%) โดยเกณฑ์คัดเลือก คือ เน้นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของ SET INDEX ที่ 2.8% ต่อปี หรือราว 1.4% ต่อครึ่งปี พร้อมปัจจัยพื้นฐานเชิงบวกสนับสนุน คือ อัตราการเติบโตของกำไร และ Valuation ที่อยู่ในระดับที่น่าสนใจ

*** Top 10 High Dividend Yield Stocks
              1. KKP (ราคาเหมาะสม 80 บาท) เป็นหุ้นที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) สูงสุดใน Yuanta Universe ราว 4.97% แม้ว่า ในเชิงปัจจัยพื้นฐานเราแนะนำเพียงเก็งกำไร จากราคาเหมาะสมที่มี Upside จำกัดจากราคาปัจจุบัน
              2. TKS (ราคาเหมาะสม 14.70 บาท) แม้มีปัจจัยกดดัน (Overhang) จากการประกาศเพิ่มทุน (ขึ้นเครื่องหมาย XR วันที่ 23 ก.พ.61) แต่การที่ราคาหุ้นปรับฐานลงมามากถึง 33% ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย.60 ทำให้ Dividend Yield สูงเป็นอันดับ 2 ที่ 4.66% และราคาหุ้นเริ่มทรงตัวได้ดีขึ้น
             3. TISCO (ราคาเหมาะสม 95 บาท) นอกจาก Dividend Yield ที่โดดเด่นถึง 4.6% แล้ว ยังเป็นหุ้น Earnings Plays ด้วย เราคาดกำไร 4Q60 เติบโตโดดเด่น 3.9% QoQ, 26.3% YoY
              4. AIT (ราคาเหมาะสม 33.50 บาท) ภาพรวมอุตสาหกรรมดีขึ้น จากการประมูลงานรัฐสภา และงานระบบ ERP ของการรถไฟที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ ทำให้เราคาดว่า Backlog ของ AIT จะแตะระดับ 3 พันล้าน ณ สิ้นปี 2560 ดีที่สุดในรอบ 4 ปี และอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) มีโอกาสฟื้นตัว เนื่องจากงานอินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน ซึ่งมีอัตรากำไรในระดับต่ำ ได้ทำไปหมดแล้วในปี 2560
              5. JWD (ราคาเหมาะสม 14.10 บาท) คาด 4Q60 จะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน AIMIRT ราว 400 ล้านบาทหลังหักภาษี ทำให้เงินปันผลใน 2H60 จะสูงราว 0.50 บาท/หุ้น  
              6. MCS (ราคาเหมาะสม 22.10 บาท) Dividend Yield งวด 2H60 ที่สูงราว 3.9% บวกกับผลการดำเนินงาน Q4/60 ที่คาดเติบโตทั้ง QoQ และ YoY
              7. AP (ราคาเหมาะสม 9.50 บาท) Dividend Yield รอบนี้ สูงสุดในกลุ่มอสังหาฯ เนื่องจาก AP จ่ายปันผลปีละ 1 ครั้ง
              8. IRC (ราคาเหมาะสม 26.60 บาท) ประกาศจ่ายปันผลแล้ว 0.8476 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 3.6% (จ่ายปีละ 1 ครั้ง) ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 6 ก.พ.นี้
              9. LH (ราคาเหมาะสม 11.80 บาท) เป็นอีกหุ้นปันผลเด่นในกลุ่มอสังหาฯ คาด Dividend Yield รอบนี้ สูงราว 3.4% (จ่ายปีละ 2 ครั้ง) ขณะที่ราคาหุ้นของ LH ยัง Laggard จากกลุ่มฯ โดยในปี 2560 กลุ่มอสังหาฯ (SETPROP) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 22.6% แต่ LH บวกเพียงแค่ 7.1%
             10. BANPU (ราคาเหมาะสม 22 บาท) ได้รับ Sentiment เชิงบวกจากราคาถ่านหินโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 4Q60 ตามปัจจัยฤดูกาล อีกทั้ง เราคาดว่า BANPU มีโอกาสจ่ายปันผลในงวด 2H60 มากกว่า 1H60 ทำให้ Dividend Yield ในงวดนี้ของ BANPU เด่นกว่า LANNA ที่คาดว่า จะจ่ายปันผลเท่ากันทั้งในงวด 1H60 และ 2H60

*** ถึงเวลาสะสมหุ้นปันผลแล้ว
             บล.หยวนต้า ได้ทำการศึกษาการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในช่วง 1-2 เดือนก่อนและหลังขึ้นเครื่องหมาย XD จึงได้ข้อสรุปว่า การลงทุนหุ้นปันผลให้ได้ผลตอบแทนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ควรซื้อสะสมตั้งแต่ 1-2 เดือนก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD กล่าวคือ หากซื้อหุ้นปันผล 2 เดือนก่อนขึ้น XD แล้วขายก่อนวันขึ้น XD 1 วัน จะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 5.1%
    แต่หากซื้อก่อน XD ราว 1 เดือน แล้วขายก่อนวันขึ้น XD 1 วัน จะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 2.5%  
              ดังนั้น เชิงกลยุทธ์ เราแนะนำสะสมหุ้นปันผล แล้วรอขายในช่วง 1 วันก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD คาดหวังผลตอบแทนราว 2.5%-5.1% ทั้งนี้ หากเป็นหุ้นที่พื้นฐานดีและมีปัจจัยบวกพื้นฐานสนับสนุน นักลงทุนอาจพิจารณากลับเข้ามาลงทุนอีกครั้ง หลังจากหุ้นขึ้นเครื่องหมาย XD ไปแล้ว 1-2 สัปดาห์ เพราะในเชิงสถิติ ราคาหุ้นมักจะขาดเสน่ห์ในระยะสั้นและซึมตัวลงอย่างน้อย 1 สัปดาห์ หลังขึ้นเครื่องหมาย XD
 
*** ดัชนี SET แรลลี่แตะ 1,800 จุด 
    บรรยากาศการเคลื่อนไหวของดัชนี SET วานนี้คึกคักมาก และนับว่าดัชนีฯ พุ่งขึ้นมาเร็วกว่าที่ตลาดคาด วานนี้เป็นวันทำการที่ 3 ของปี 2561 แต่ SET ยังคงแรลลี่ทำนิวไฮต่อเนื่อง โดยในช่วงการซื้อขายภาคบ่าย สามารถทะลุ 1,800 จุดขึ้นมาได้ในที่สุด นับว่าทำสถิติสูงสุดใหม่นับแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์ จากสถิติสูงสุดวันก่อนหน้า ซึ่งทำไว้ที่  1,791.39 จุด
    โดย SET ปิดการซื้อขายวานนี้ที่  1,795.45 จุด เพิ่มขึ้น 4.43 จุด หรือ 0.25% มูลค่าการซื้อขาย 87.412.59 ล้านบาท 
     หุ้น 5 อันดับแรกที่มีผลดันดัชนีมากสุด ได้แก่ BAY -AOT -IVL -MAKRO -GPSC มีผลดันดัชนี 4.76 จุด , 2.13 จุด ,0.65 จุด , 0.47 จุด และ 0.41 จุด ตามลำดับ  
 
*** ตลท.สรุปภาพรวมภาวะตลาดหุ้นเดือน ธ.ค.60 

      ดร. ภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 2560 ตลาดหลักทรัพย์ไทยมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญได้แก่
      ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดที่ระดับสูงสุดของปีและใกล้เคียงกับระดับสูงสุดเดิม ณ สิ้นวันที่ 4 ม.ค. 2537 (1,753.73 จุด)
      Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2560 อยู่ที่ระดับ 17.46 ขณะที่ Historical P/E อยู่ที่ระ
ดับ 19.06 ซึ่งทั้ง Forward P/E และ Historical P/E สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 16.10 เท่า และ 16.24 เท่า ตามลำดับ
     มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของ SET และ mai ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2560 อยู่ที่ 17.9 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.6% จากสิ้นปี 2559 
     มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของ SET และ mai ในเดือนธันวาคม 2560 รวมอยู่ที่ 51,514 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในปี 2560 อยู่ที่ 50,114 ล้านบาท ลดลง 4.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
     มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของ SET และ mai ณ สิ้นปี 2560 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 17.9 ล้านล้านบาท
     ผู้ลงทุนต่างประเทศมีบทบาทในการเพิ่มสภาพคล่องในตลาดหลักทรัพย์ไทยมากขึ้นโดยสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของผู้ลงทุนต่างประเทศมีสัดส่วน 30.2% ของมูลค่าการซื้อขายต่อวัน เพิ่มขึ้นจาก 25.6% ในปี 2559

            
     
  
    
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด