ข่าวนี้ที่ 1

| 4 ธันวาคม 2560 | 17:05

GULF พร้อมลงสนามเทรด 6 ธ.ค. นี้ - ลุ้นยืนเหนือจอง 45 บ.

    GULF ประกาศความพร้อมเข้าซื้อขาย SET วันที่ 6 ธ.ค. นี้ ตั้งเป้าปี 67 ขึ้นแท่นกำลังผลิตอันดับ 1 งานนี้ลุ้นยืนเหนือจอง 45 บาท หลังกางไฟลิ่งพบราคาขาย IPO คิดเป็น P/E สูงถึง 41 เท่าจากค่าเฉลี่ยกลุ่มเพียง 23 เท่า ขณะที่ต้องระวังผู้ถือหุ้นเดิมได้หุ้น RO ก่อนเข้าตลาดต้นทุนแค่ 5 บาท และมีบางส่วนไม่ติดไซเรนท์ พีเรียด ด้าน THG-HUMAN จ่อคิวเข้าเทรดสัปดาห์นี้เช่นกัน

** ตลท.รับ GULF เข้าเทรด 6 ธ.ค.
    ดร. สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยินดีต้อนรับ บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าภาคเอกชนรายใหญ่ของไทย เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “GULF” ในวันที่ 6 ธันวาคม 2560 นี้
    GULF เป็น holding company ที่ลงทุนในกลุ่มบริษัทที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ และน้ำเย็น ปัจจุบันมีโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วรวม 17 โครงการ แยกเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 13 โครงการ และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 4 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการลงทุนรวม 1,963.5 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ บริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนา ซึ่งเมื่อโครงการทั้งหมดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2567 ทั้ง 28 โครงการแล้ว GULF จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการลงทุนรวมทั้งสิ้น 6,329.2 เมกะวัตต์
    GULF มีทุนชำระแล้ว 10,666.50 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5.00 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 1,600 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 533.3 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งจำนวนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) แก่ผู้ลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศ ผู้มีอุปการคุณ และบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท เมื่อวันที่ 17 และ 20-21 พฤศจิกายน 2560 และผู้ลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศ เมื่อวันที่ 23-24 และ 27 พฤศจิกายน 2560 ในราคาหุ้นละ 45.00 บาท มูลค่าระดมทุนรวม 23,998.50 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 95,998.50 ล้านบาท โดยมี บมจ. หลักทรัพย์ กสิกรไทย  บมจ. ธนาคารไทยพาณิชย์ บมจ. หลักทรัพย์บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และมี บมจ. หลักทรัพย์ กสิกรไทย  บล. ไทยพาณิชย์ และ บมจ. หลักทรัพย์ บัวหลวง เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

** มั่นใจการตอบรับดี
    นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 6 ธันวาคม 2560 นี้ โดยใช้ชื่อย่อ ‘GULF’ ในการซื้อขาย หลังจากที่เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 533.30 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 5.0 บาท ในราคาเสนอขายสุดท้ายที่ 45 บาทต่อหุ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งหุ้น GULF ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงนักลงทุนทั่วไป

** พัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพิ่มอีก 6,353.6 MW 
    หลังจากที่เข้าซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการบริหารงานเพื่อผลักดันแผนการดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จ โดยจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ ไปลงทุนพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลให้แล้วเสร็จตามแผนงานที่กำหนดไว้ ซึ่งตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2567 จะขยายกำลังการผลิตติดตั้งอีก 6,353.6 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มีโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ที่จำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วจำนวน 4,772.1 เมกะวัตต์ รวมทั้งบริษัทฯ จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปชำระคืนเงินกู้ยืม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
      “เราจะนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ เพื่อร่วมกับพันธมิตรพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าให้ได้ตามแผนที่ประกาศไว้ เพื่อให้ GULF ก้าวเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติภาคเอกชนรายใหญ่ของภูมิภาคนี้” นายสารัชถ์ กล่าว 
    ณ วันที่ 1 พ.ย.60 กลุ่มบริษัทฯ มีโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ขายไฟฟ้าแล้ว 13 โครงการมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 4,771.5 เมกะวัตต์ คิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดส่วนความเป็นเจ้าของ 1,963.1 เมกะวัตต์    
    ด้านผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น IPO ของ GULF ซึ่งประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า GULF ถือเป็นหนึ่งในบริษัท เอกชนรายใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีจุดแข็งด้านทีมผู้บริหารและทีมงานที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมพลังงานมานานกว่า 20 ปี มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและประสบการณ์พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าตั้งแต่การเข้าประมูลโครงการโรงไฟฟ้า การก่อสร้างโรงไฟฟ้า ตลอดจนมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการธุรกิจไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สามารถสร้างความมั่นคงของรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบตามสัญญาให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมได้ตามแผนงานที่วางไว้ รวมถึงแผนพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติม ที่เชื่อมั่นว่าจะแล้วเสร็จทันกำหนดและทยอยจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้ตามแผนงาน ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานในอนาคต

** ปี 67 ขึ้นแท่นกำลังผลิตอันดับ 1
    GULF ระบุในแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ว่า ปี 2567 กลุ่มบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 11,125.6 เมกะวัตต์ คิดตามสัดส่วนความเป็นเจ้าของอยู่ที่ 6,329.2 เมกะวัตต์ ซึ่งจะขึ้นอันดับ 1 ในไทยและใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากปัจจุบันที่เป็นอันดับ 5 
    กำลังการผลิตไฟฟ้าในไทยรวม 21,294 MW ณ สิ้นปี 59 
    1). RATCH  กำลังการผลิตไฟฟ้า 4,674.6 เมกะวัตต์ 
    2). J-Power กำลังการผลิตไฟฟ้า 3,146.7 เมกะวัตต์
    3). EGCO   กำลังการผลิตไฟฟ้า 2,645.2 เมกะวัตต์
    4). GLOW   กำลังการผลิตไฟฟ้า 1,950.4 เมกะวัตต์
    5). GULF    กำลังการผลิตไฟฟ้า 1,523.0 เมกะวัตต์

**ราคาไอพีโอ 45 บ. อิง P/E สูงลิ่ว 41 เท่า
    GULF ระบุในไฟลิ่งว่า ราคาไอพีโอหุ้นละ 45 บาท  คิดจากกำไร 4 ไตรมาสล่าสุด (Q4/59 - Q3/60) เท่ากับ 2,329.48 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมด 2,133.30 ล้านหุ้น (Fully Diluted) จะได้กำไรต่อหุ้น 1.09 บาท 
    ได้ P/E Ratio ประมาณ 41.21 เท่า เปรียบเทียบ P/E กลุ่มมีค่าเฉลี่ย 23.79 เท่า (GLOW /EGCO /RATCH /GPSC /BPP /WHAUP /BGRIM)
    GULF  มีมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 5 บาท และ มูลค่าทางบัญชี (Book Value) 8.63 บาท  

** เพิ่งเริ่มมีกำไรปี 59
    ผลการดำเนินงาน GULF ปี 2557-2558 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ  431.06 ล้านบาท และ 811.39 ล้านบาท ตามลำดับ สาเหตุหลักมาจากบริษัทฯ มีต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น จากเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นระหว่างปี 2557 เพื่อนำไปลงทุนใน SPCG และ EDL-GEN (ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในประเทศลาว)และส่วนหนึ่งมาจากการบันทึกค่าธรรมเนียมการกู้ยืมของโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 12 โครงการ
    ปี 2559 บริษัทฯ พลิกมีกำไรอยู่ที่ 417.56 ล้านบาท และงวด 9เดือนปี60 มีกำไรสุทธิ 2,469 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากส่วนแบ่งกำไรในบริษัทร่วม "กัลฟ์ เจพี" (GJP) ซึ่งบริษัทฯ เพิ่งจะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 40% เมื่อวันที่ 15 ส.ค.59 และคาดว่าใน 2-3 ปีข้างหน้า กำไรส่วนใหญ่ก็จะยังคงมาจาก GJP เพราะโรงไฟฟ้าโครงการอื่นๆ ของกลุ่มซึ่งดำเนินการโดยบริษัทย่อยเพิ่งเริ่มทยอย COD 
    ทั้งนี้ GULF มีนโยบายปันผลไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิ  
    เข้าเทรด SET หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค ด้วยเกณฑ์การเข้าจดทะเบียน "บริษัทที่ประกอบธุรกิจสาธารณูปโภคพื้นฐาน" ซึ่งได้รับยกเว้นคุณสมบัติในเรื่องของกำไรสุทธิตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์

 ** ระวังผถห.เดิมได้ RO ต้นทุนแค่ 5 บ.
    GULF ระบุในไฟลิ่งว่า เมื่อเดือน ส.ค. 60 GULF เคยจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิม (RO) จำนวน 980 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 5 บาท ต่ำกว่าราคาไอพีโอ 88.9%
    ดังนั้น นักลงทุนที่จองซื้อหุ้นไอพีโอ จึงอาจมีความเสี่ยงจากการลดลงของราคาหุ้น อันเนื่องมาจากการขายทำกำไรของผู้ถือหุ้นเดิม ในส่วนที่ไม่ติด Silent Period
    ทั้งนี้ GULF ระบุในไฟลลิ่งว่ามีหุ้นที่ไม่ติด Silent Period จำนวน 426.68 ล้านหุ้น หรือ 20% ของหุ้นทั้งหมด

** THG - HUMAN จ่อคิวเทรดสัปดาห์นี้
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในสัปดาห์นี้มีหุ้นไอพีโอที่เตรียมเข้าเทรดอีก 2 บริษัทได้แก่
    1. บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) หรือ THG เจ้าของโรงพยาบาลธนบุรี มีนายแพทย์บุญ วนาสิน เป็นประธานกรรมการ และบล.ธนชาต เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย กำหนดราคาขายหุ้น IPO หุ้นละ 38 บาท เปิดจองซื้อจำนวน 85 ล้านหุ้น วันที่ 27-29 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยจะเข้าเทรดใน SET วันที่ 7ธ.ค.นี้
    2. บริษัท ฮิวแมนิก้า จำกัด (มหาชน) หรือ HUMAN มีบล. ฟินันเซีย ไซรัส เป็นแกนนำอันเดอร์ไรท์ กำหนดราคาขาย IPO หุ้นละ 4 บาท เปิดจองซื้อจำนวน 180 ล้านหุ้น วันที่ 30 พ.ย. และวันที่ 1, 4 ธ.ค. โดยจะเข้าเทรด SET วันที่ 8 ธ.ค. 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด