ข่าวนี้ที่ 1

| 3 เมษายน 2560 | 16:04

BTSทะยาน! เริ่มเดินรถฯแบริ่ง-สำโรง รายได้โต 3 เท่าใน 4 ปี

   "บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์"เฮ! เริ่มเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง–สำโรง ช่วยหนุนรายได้ระยะยาว ผู้บริหารคาดรายได้เดินรถฯโต 3 เท่าภายใน 4 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 8 พันลบ. หลังคาดจำนวนผู้โดยสารแตะ 2 ล้านคนต่อวัน ระยะทางเดินรถเพิ่มเป็น 141 กิโลเมตร เตรียมเซ็นสัญญาโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง พ.ค.นี้ มูลค่าลงทุนรวม 9.37 หมื่นลบ. แบ่งเป็นเงินกู้ 6.6 หมื่นลบ. ที่เหลือมาจากเงินทุนบริษัท ยันไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน ด้านโบรกฯมองธุรกิจฟื้นตัวชัด แนะซื้อ ให้เป้า 9.36 บาท     

*** นายกฯเปิดเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสีเขียว แบริ่ง-สำโรง
    พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดการเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สำโรง โดยนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้ตรวจเยี่ยมพื้นที่บริเวณชั้นจำหน่ายตั๋ว (ชั้น 2) สถานีสำโรง (E15) และชมนิทรรศการแสดงความเป็นมาของโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ รวมถึงผลดำเนินการและความคืบหน้าการก่อสร้างตลอดโครงการฯ การติดตั้งระบบเดินรถไฟฟ้าบีทีเอส และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ จากนั้นขึ้นไปยังชานชาลา (ชั้น 3) เพื่อทำพิธีเปิด อีกทั้งชมวิธีการควบคุมการเดินรถภายในห้องควบคุม พร้อมได้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส จากสถานีสำโรง ไปยังสถานีแบริ่ง 1 สถานี ด้วย
    พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องการให้มีการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบการผลิตรถไฟฟ้าในประเทศ พร้อมทั้งสั่งให้ กทม ขยายเวลาเดินรถฟรีให้กับประชาชน ช่วง1สถานี จากแบริ่งไปยังสมุทรปราการ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสิ้นปี จากเดิมที่ กทม เปิดให้ใช้ฟรีแค่สิ้นเดือน เม.ย.60
    สำหรับเส้นทางเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง–สมุทรปราการ ได้เชื่อมต่อจาก สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสที่สถานีแบริ่ง ไปตามแนวเกาะกลางถนนสุขุมวิท จนถึงจุดสิ้นสุดโครงการฯ บริเวณ หน้าสถานีไฟฟ้าย่อยบางปิ้ง โดยครอบคลุมพื้นที่ 3 เทศบาล ของจังหวัดสมุทรปราการ ได้แก่ เทศบาลสำโรงเหนือ เทศบาลนครสมุทรปราการและเทศบาลบางปู ระยะทางรวม 13 กิโลเมตร 
    โดยมีจำนวน 9 สถานี ได้แก่ 1.สถานีสำโรง (E15) 2.สถานีปู่เจ้า (E16) 3.สถานีช้างเอราวัณ (E17) 4.สถานีโรงเรียนนายเรือ (E18) 5.สถานีปากน้ำ (E19) 6.สถานีศรีนครินทร์ (E20) 7.สถานีแพรกษา (E21) 8.สถานีสายลวด (E22) และ 9.สถานีเคหะฯ (E23) โดยมีอาคารจอดแล้วจร (park & ride) บริเวณสถานีปลายทางสถานีเคหะฯ ริมถนนสุขุมวิท เนื้อที่ประมาณ 18 ไร่ สามารถจอดรถได้ 1,200 คัน และมีศูนย์ซ่อมบำรุงตั้งอยู่บริเวณหลังสถานีไฟฟ้าย่อยบางปิ้ง รวมพื้นที่ประมาณ 123 ไร่ มูลค่าการลงทุนทั้งโครงการฯ รวม 27,673 ล้านบาท แบ่งเป็นงานด้านงานโยธา โครงสร้างและ งานระบบราง 21,085 ล้านบาท และงานด้านติดตั้งระบบเดินรถ 6,588 ล้านบาท
 
*** "บีทีเอสซี" ได้รับว่าจ้างให้เดินรถ-ซ่อมบำรุง มูลค่า 1.61 แสนลบ.
    บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า บริษัทได้เข้าทำสัญญาทางธุรกิจที่สำคัญผ่านบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสซี ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ โดยบีทีเอสซี จะเป็นผู้ให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงรักษาโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือและใต้ ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 60 จนถึงวันที่ 2 พฤษภาคม 85 โดยมีมูลค่าการว่าจ้างทั้งสิ้นอยู่ในวงเงินประมาณ 161,097 ล้านบาท
    ทั้งนี้ ภายใต้สัญญาการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงดังกล่าว คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะเจรจาตกลงกำหนดรูปแบบและแผนการเดินรถ รวมทั้งค่าจ้างในภายหลังภายใต้กรอบที่กำหนดในสัญญา ซึ่งเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 60 คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงในการกำหนดรูปแบบและแผนการเดินรถรวมทั้งค่าจ้างดังกล่าวแล้ว
    "การเข้าทำสัญญาการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าดังกล่าว จะสร้างกระแสรายได้ที่สม่ำเสมอให้แก่บีทีเอสซีเพิ่มเติมจากรายได้จากธุรกิจอื่น ซึ่งค่าจ้างภายใต้สัญญาการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือและใต้ กำหนดขึ้นตามปัจจัยหลักต่างๆ เช่น จำนวนขบวนรถที่จะใช้ในการให้บริการและต้นทุนของขบวนรถดังกล่าวระยะเวลาวิ่งของรถ (Car Kilometer) จำนวนผู้โดยสาร อัตราเงินเฟ้อ ค่าไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรักษา เป็นต้น โดยเป็นสัญญาจ้างเหมา แต่มีการกำหนดวิธีการในการปรับค่าจ้างสำหรับปัจจัยหลักที่มีการผันแปรไว้ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินอันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจให้แก่บีทีเอสซี" BTS ระบุในเอกสาร

*** BTS คาดรายได้เดินรถไฟฟ้า โต 3 เท่าภายใน 4 ปี
    นาย คีรี กาญจนพาสน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร  BTS เปิดเผยในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 60 ว่า ตั้งเป้ามีรายได้จากการเดินรถไฟฟ้าใน 4 ปีข้างหน้าเติบโต 3 เท่าจากงวดปี 59/60 (เม.ย.59 - มี.ค. 60) ที่มีรายได้จากการเดินรถราว 8 พันล้านบาท และมีผู้ใช้งานรถไฟฟ้า BTS จำนวน 2 ล้านคนต่อต่อวัน บนเส้นทางเดินรถที่คาดว่าจะมีราว 141 กิโลเมตร จากปัจจุบันที่มีเส้นทางเดินรถ 36 กิโลเมตร
    ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นอนุมัติการยื่นข้อเสนอเข้าร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู(แคราย-มีนบุรี)ระยะทาง 34.5 กิโลเมตร 30 สถานี เปิดให้บริการปี 63-64 และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง(ลาดพร้าว-สำโรง) รวมถึงข้อเสนอลงทุนส่วนต่อขยายของสายสีชมพูและสายสีเหลืองของบริษัทร่วมค้าบีเอสอาร์ในรูปแบบเอกชนรับความเสี่ยงเองทั้งหมด (PPP Net cost) ซึ่งพร้อมจะลงนามสัญญาร่วมลงทุนโครงการดังกล่าวกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ภายในพ.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีเส้นทางเดินรถทั้งหมด 132.35 กิโลเมตร
    ขณะที่คาดว่าจะได้รับงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีทองระยะทาง 1.72 กิโลเมตร และสายสีเขียวอ่อน(บางหว้า-ตลิ่งชัน) ระยะทาง 7 กิโลเมตร ใน 4 ปีข้างหน้า หรือมีระยะทางการเดินรถทั้งหมด 141 กิโลเมตร
    ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะใช้งบลงทุนราว 4.73 หมื่นล้านบาท สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูรวมส่วนต่อขยาย ซึ่งจะใช้เงินลงทุนจากบริษัท 1-1.3 หมื่นล้านบาท และเงินกู้จากสถาบันการเงิน 3.3 หมื่นล้านบาท
    สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสีเหลืองรวมส่วนต่อขยาย ใช้งบลงทุน 4.64 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะใช้เงินกู้จากสถาบันการเงิน 3.3 หมื่นล้านบาท และเงินลงทุนของบริษัท 1 -1.2 หมื่นล้านบาท โดยมีเวลาในการก่อสร้าง 3 ปี 3 เดือน หลังจากที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)ออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน
    ขณะเดียวกันยืนยันว่าจะไม่มีการเพิ่มทุนเพื่อลงทุนในโครงการดังกล่าว เนื่องจากบริษัทยังมีความสามารถในการกู้เงินอีกมาก และความสามารถในการลงทุนอีกมาก

*** ดีบีเอสวิคเคอร์ส ชี้ช่วยหนุน BTS ระยะยาว
    บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุว่า การเริ่มให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือและใต้ เป็นบวกกับ BTS โดยเห็นว่าควรมองข้ามผลการดำเนินงานสิ้นสุดปี(มี.ค.60) ที่ผลการดำเนินงานจะไม่ดีนัก คือคาดว่าลดลง 30% y-o-y แต่ตลาดฯรับรู้ไปพอควรแล้ว แต่มาถึงปีนี้จะมีข่าวดีเข้ามาต่อเนื่อง คือ ข่าวการเดินรถฯดังกล่าว และข่าวลงนามสำหรับรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง ที่จะเข้าครม.เม.ย.นี้ และลงนามได้ประมาณ พ.ค.60 รวมทั้งคอนโดขนาดใหญ่ จตุจักร-หมอชิต ในนามบริษัทร่วมทุนกับ SIRI จะเริ่มโอนได้ ต.ค.60 จะทำให้คาดการณ์กำไรหลักมี.ค.61 เติบโตได้ 56% y-o-y และปีถัดมาเพิ่มได้อีก 47% y-o-y เมื่อไม่รวมผลการดำเนินงานสายสีชมพู-เหลือง ที่ช่วงปีแรกๆจะขาดทุน
    ทั้งนี้ คงคำแนะนำซื้อ BTS ประเมินราคาพื้นฐานไว้ที่ 9.36 บาท ซึ่งประเมินด้วยวิธี SOTP ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีก 11% คาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลรอบ 2H59-60 เป็น 2% และงวดปี 60-61 เพิ่มเป็น 6.1% ซึ่งถือว่ากลับมาสูง

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด