ข่าวนี้ที่ 1

| 3 มีนาคม 2560 | 17:05

SC เล็งเข็นออฟฟิศมูลค่า 6 พันลบ.ตั้งกอง REIT

"เอสซี แอสเสทฯ" ศึกษาตั้งกอง REIT เล็งนำอาคารสำนักงานให้เช่า 4 แห่ง ขายเข้ากองทุน REIT มูลค่ารวม 6 พันลบ. ตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้ 1.48 หมื่นลบ.เปิด 17 โครงการใหม่มูลค่า 2.7 หมื่นลบ. พร้อมกันงบลงทุน  1.6 หมื่นลบ.ซื้อที่ดิน-พัฒนาโครงการ ด้าน "ORI" ตั้งเป้ารายได้ 6 พันลบ.งบซื้อที่ดิน 3 พันลบ. ส่วน JSP ตั้งเป้ารายได้ 5 พันลบ.เปิด 10 โครงการใหม่ 
     
*** ศึกษาตั้งกอง REIT 
    นายอรรถพล สฤษฎิพันธาวาทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) เปิดเผยว่า บริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) โดยนำอาคารสำนักงานให้เช่าขายเข้ากองทุน ซึ่งปัจจุบันที่มีอาคารสำนักงานให้เช่าจำนวน 4 แห่ง (อาคารชินวัตร 1,2,3 และ SC Tower) มูลค่ารวม 6 พันล้านบาท โดยอัตรากการเช่าเฉลี่ยกว่า 80% 
    ส่วนกำหนดการจัดตั้งกอง REIT และการเลือกอาคารสำนักงานให้เช่าขายเข้ากองทุนยังไม่มี เพราะต้องพิจารณาเปรียบเทียบในเรื่องต้นทุนจัดตั้ง REIT กับที่บริษัทบริหารเอง รวมถึงแผนการลงทุนของบริษัทในอนาคต
    
*** เป้ารายได้ 1.48 หมื่นลบ.-เปิด 17 โครงการ 
     นายอรรถพล  กล่าวต่อว่า ในปี 60 บริษัทฯ มั่นใจทำรายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.48 หมื่นล้านบาทจากการตั้งเป้ายอดขายที่ 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมียอดโครงการรอการรับรู้ (backlog)อยู่ราว 7 พันล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ปีนี้ 15-20% โดยปีนี้มีแผนที่จะเปิดโครงการใหม่ 17 โครงการมูลค่ารวม 2.7 หมื่นล้านบาท โดยทยอยเปิดในครึ่งปีแรกรวม 6 โครงการ และครึ่งปีหลัง อีก 11 โครงการ ทำให้ปีนี้จะมีโครงการพร้อมขาย 49 โครงการ มูลค่า รวม 5.4 หมื่นล้านบาท
     นอกจากนี้ ในปี 61 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีแผนเปิดโครงการใหม่เพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 10 โครงการ มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยเน้นทาวเฮ้าส์ ราคาที่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท มากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่ใหญ่ มีโอกาสเติบโตที่สูง โดยในปี 60 ได้เริ่มโครงการแล้ว 1 โครงการ ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้ารายได้ปี 62 อยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท
    บริษัท คาดยอดปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ในปี 60 จะไม่สูงกว่า ปี 59 ที่อยู่เฉลี่ย 6-7 % แม้ปีนี้บริษัทเริ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จับตลาดต่ำกว่า 3 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทร่วมกับสถาบันการเงินในการคัดกรองลูกค้ามากขึ้น

*** งบลงทุน  1.6 หมื่นล้านบาท 
     SC ได้ตั้งงบลงทุนปีนี้ ราว 1.6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นซื้อที่ดิน 8 พันล้านบาท และอีก 8 พันล้านบาทใช้พัฒนาโครงการ โดยแหล่งเงินทุนมาจากกระแสเงินสด กู้สถาบันการเงิน และออกหุ้นกู้ ซึ่งปีนี้มีแผนออกหุ้นกู้ วงเงิน 4-4.5 พันล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนด 1.6 พันล้านบาท และที่เหลือเพื่อใช้ในการขยายธุรกิจ
     
 ***  ORI ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 6 พันลบ.  - งบซื้อที่ดิน 3 พันลบ. 
     นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ( ORI ) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้ 6,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 88% และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงใกล้เคียงปีก่อนที่ประมาณ 45.3% โดยปัจุจบันมียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) 12,885 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ภายใน 3 ปี โดยจะรับรู้ในปีนี้ 4,000 ล้านบาท รวมถึงมีสต๊อกเหลือขาย 700 ยูนิต มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท
    ส่วนยอดขายในปีนี้ตั้งเป้า 13,000 ล้านบาท โดยในไตรมาสแรกคาดว่าจะได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท จากการเปิดโครงการใหม่คอนโดมีเนียม Notting Hill สุขุมวิท 105
    สำหรับในปีนี้มีแผนเปิดโครงการใหม่ 9 แห่ง มูลค่า 15,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 8 โครงการ และโครงการแนวราบ 1 โครงการ ซึ่งบริษัทจะมีสินค้าราคาปานกลางถึงสูงมากขึ้น ที่เฉลี่ย 110,000-200,000 บาทต่อตารางเมตร  ด้านงบซื้อที่ดินตั้งไว้ที่ 3,000 ล้านบาท ยังเน้นสนใจทำเลที่ติดกับรถไฟฟ้าใจกลางเมือง
     ในอนาคตบริษัทจะเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำให้มากขึ้นเพื่อเสถียรภาพของผลประกอบการ โดยตั้งเป้าจะมีสัดส่วนรายได้ประจำแตะ 10% จากปัจจุบันภายในปี 64 ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงแรม 1 แห่ง คือ ฮอลิเดย์ อินน์ แหลมฉบัง-บ่อวิน ซึ่งจะแล้วเสร็จปี 62 และมีแผนจะเปิดอีก 2 โรงแรม ที่ทองหล่อ และศรีราชา ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างได้ช่วงไตรมาส 2 นี้
    ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดคอนโดมีเนียมประเมินว่าช่วงครึ่งปีหลังจะมีกำลังซื้อที่ดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก ยอมรับว่ากังวลเรื่องความต้องการของตลาดคอนโดมีเนียมระดับบนที่มีไม่มาก แต่ผู้ประกอบการหันมาเน้นเปิดโครงการประเภทดังกล่าวค่อนข้างมาก ส่วนยอดปฏิเสธสินเชื่อของบริษัทในปี 59 อยู่ที่ 8% อยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบอุตสาหกรรมที่ 20% ซึ่งไม่มีผลเด่นชัดต่อธุรกิจ และปีนี้คาดว่าจะลดลง
 
*** JSP ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 5 พันลบ. -เปิด 10 โครงการใหม่ 
     นายสิทธิพร รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.เจ. เอส. พี. พร็อพเพอร์ตี้ ( JSP )  ปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ 5 พันล้านบาท ยอดขาย 5.9 พันล้านบาท ซึ่ง 2 เดือนแรก (ม.ค.ก-พ.60) บริษัทฯ มียอดขายแล้ว ประมาณ 1 พันล้านบาท นอกจากนี้ จะรับรู้รายได้จาก Backlog ที่สิ้นปี 59 อยู่ที่ 4.18 พันล้านบาท โดยจะรับรู้รายได้ปีนี้ประมาณ 3 พันล้านบาท
    บริษัทฯ คาดอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin)ปี 60 แตะ 10% จากปีก่อนอยู่ที่ 3.72 % ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่ 30% จากปีก่อนอยู่ที่ 27.99% เนื่องจาก รับรู้รายได้จากโครงการแนวราบมากขึ้น เพราะปีที่ผ่านมามีการโอนคอนโดหลายโครงการ ซึ่งโครงการแนวราบจะมี Net Profit Margin สูงกว่าคอนโดมิเนียม
    ปีนี้มีแผนเปิดโครงการใหม่ 10 โครงการ มูลค่ารวม 7.86 พันล้านบาท และเตรียมขยายเฟสใหม่ของโครงการเดิมอีก 4 โครงการ มูลค่า 3.08 พันล้านบาท
    ส่วนงบลงทุนรวม 4 พันล้านบาท แบ่งเป็นซื้อที่ดิน 1 พันล้านบาท รองรับการเปิดโครงการใหม่ในปี 61 และงบลงทุนอีก 3 พันล้านบาท เป็นค่าก่อสร้างโครงการที่จะเปิดปีนี้ โดยแหล่งเงินทุนมาจากกระแสเงินสด กู้เงินสถาบันการเงิน และการออกหุ้นกู้ โดยเดือน พ.ค.นี้ จะออกหุ้นกู้ วงเงินประมาณ 500-800 ล้านบาท หลังจากคณะกรรมการบริษัท อนุมัติวงเงินออกหุ้นกู้รวม 3 พันล้านบาท

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด