ข่าวนี้ที่ 1

| 1 มีนาคม 2560 | 17:05

CPN จับมือ DTC ปลุกชีพโรงแรมดุสิตธานี มูลค่ากว่า 3.67 หมื่นลบ.

       CPN - DTC ลุยบิ๊กโปรเจกต์ พัฒนาอสังหาฯ แบบมิกซ์ยูส พื้นที่โรงแรมดุสิตธานีหัวมุมถนนสีลม - พระราม 4 กว่า 23 ไร่ มูลค่าโครงการ 3.67 หมื่นลบ. แยกเป็นเงินลงทุนของ CPN 1.73 หมื่นลบ.  เล็งปั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ  ด้าน CPN กางแผน 5 ปี ลุยงานใน - ตปท. หนุนรายได้โตในอัตราเฉลี่ย 14-15% ต่อปี ส่วนปีนี้ตั้งงบลงทุนกว่า 3.1 หมื่นลบ. ฟากโบรกฯ ประเมินปีนี้กำไรอาจชะลอ หลังปิดปรับปรุงห้างหลายสาขา แต่มองปี 61 กำไรพุ่งรับเซ็นทรัลเวิลด์โฉมใหม่ ให้เป้าหมาย 62-67 บ. 

     บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เดินหน้าลุยงานใหญ่ต่อเนื่อง ล่าสุดจับมือกับ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DTC พัฒนาโครงการอสังหาฯ แบบมิกซ์ยูส บริเวณหัวมุมถนนสีลม - พระราม 4 ขนาดกว่า 23 ไร่  มูลค่าโครงการ 3.67 หมื่นลบ.  โดยเป็นวงเงินลงทุนของ CPN 1.73 หมื่นลบ. ด้วยการร่วมทุน 3 บริษัท และตั้ง 1 บริษัทย่อย  

*** ใช้เงินลงทุนช่วงปี 2560-61 ที่ 2.4 พันลบ. ก่อนทยอยลงทุนจนครบในปี 67
         บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ถึง ความร่วมมือกับบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DTC เพื่อตั้งบริษัทร่วมทุน 3 บริษัท สำหรับพัฒนาโครงการอสังหาฯ แบบมิกซ์ยูสประกอบด้วย โรงแรม ที่อยู่อาศัย ศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน บริเวณหัวมุมถนนสีลมและถนนพระราม 4 ขนาดพื้นที่ 23 ไร่ 2 งาน 2.72 ตารางวา ซึ่งมีระยะเวลาการเช่า 30 ปี และสิทธิในการต่ออายุสัญญาเช่าอีก 30 ปี รวมระยะเวลา 60 ปี โดยมีระยะเวลาปลอดค่าเช่าระหว่างก่อสร้าง 7 ปี มูลค่าโครงการทั้งหมด 36,700 ล้านบาท โดยใช้วงเงินลงทุนของฝั่ง CPN ไม่เกิน 17,393 ล้านบาท โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนช่วงปี 2560 ถึง 2561 นี้เป็นเงินประมาณ 2,408 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะมีการทยอยลงทุนต่อไปจนถึงปี 2567
          
*** ร่วมทุน 3 บริษัท - ตั้ง 1 บริษัทย่อย  
     โดยจะมีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่าง CPN และ DTC เพื่อให้การดำเนินการโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดย CPN จะเข้าลงทุนร่วมกับ DTC ในบริษัทร่วมทุน 3 บริษัท และจัดตั้ง 1 บริษัทย่อยซึ่งถือหุ้นทั้งหมดโดย CPN ได้แก่
              1. บริษัท วิมานสุริยา จำกัด (HRRJV) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนโครงการโรงแรม เรสซิเดนซ์ และโครงสร้างอาคารศูนย์การค้า มีวัตถุประสงค์เพื่อเช่าช่วงที่ดินจาก DTC เพื่อพัฒนาและประกอบธุรกิจโรงแรมและเรสซิเดนซ์ รวมทั้งก่อสร้างโครงสร้างอาคาร (Bare Shell)
ของศูนย์การค้า (DTC เป็นผู้เช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (CPB) ซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินของโครงการ) โดย CPN และ DTC จะถือหุ้นในสัดส่วน 40:60
              2. บริษัท สวนลุม พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (REJV) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนโครงการศูนย์การค้า มีวัตถุประสงค์เพื่อเช่าโครงสร้างอาคารศูนย์การค้าจากบริษัท วิมานสุริยา จำกัด ดำเนินการตกแต่ง และประกอบธุรกิจศูนย์การค้า โดย CPN และ DTC จะถือหุ้นในสัดส่วน 85:15
              3. บริษัท พระราม 4 เดเวลลอปเม้นท์ จำกัด (OJV) มีวัตถุประสงค์สำหรับเช่าที่ดินตามสัญญาเช่าหลักกับ CPB ซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินของโครงการ โดย CPN และ DTC จะถือหุ้นในสัดส่วน 90:10
              4.บริษัท ศาลาแดง พร๊อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด (Office Co.) มีวัตถุประสงค์เพื่อเช่าช่วงที่ดินจาก บริษัท พระราม 4 เดเวลลอปเม้นท์ จำกัด ดำเนินการพัฒนาก่อสร้างและประกอบธุรกิจสำนักงาน โดย CPN จะถือหุ้นทั้งหมด

*** DTC แจงส่วนร่วมทุนของ 2 บริษัท กว่า 1.55 หมื่นลบ. จำหน่ายสิทธิเช่าที่/ขายหุ้น OJV ไม่เกิน 2.7 พันลบ.   
     ด้าน DTC แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ว่า สิทธิการเช่าที่ดินและโครงการ HRR มีมูลค่าโครงการทั้งหมดไม่เกิน 21,900 ล้านบาท คิดเป็นส่วนของบริษัทไม่เกิน 14,200 ล้านบาท  โดยการเข้าร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาอาคารศูนย์การค้า (โครงการ Retail) ผ่าน REJV ซึ่งโครงการ Retail มีมูลค่าโครงการไม่เกิน 8,900 ล้านบาท คิดเป็นส่วนของบริษัทไม่เกิน 1,340 ล้านบาท  ส่วนการเข้าร่วมลงทุนในโครงการอาคารสำนักงาน (โครงการ Office) ผ่านบริษัท OJV ซึ่งบริษัทจะจำหน่ายสิทธิการเช่าที่ดินให้กับ OJV และจำหน่ายหุ้น 90% ของ OJV ให้แก่ CPN คิดเป็นมูลค่าจำหน่ายไปรวมไม่เกิน 2,700.9 ล้านบาท
    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท DTC กล่าวว่า โครงการใหม่นี้จะมีจุดเด่นที่การดำรงรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของดุสิตมาช้านาน ผสานเข้ากับมาตรฐานสากลและให้เป็นการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ ปักหมุดเป็นสัญลักษณ์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ เหมือนที่โรงแรมดุสิตธานีได้สร้างประวัติศาสตร์เอาไว้เมื่อ 47 ปีที่ผ่านมา
    “เรามุ่งให้โครงการใหม่นี้ เป็นโครงการที่สามารถเอื้อประโยชน์แก่นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป เนื่องจากพื้นที่ตรงนี้เป็นจุดศูนย์กลางของเมืองอย่างแท้จริง  เราตั้งใจจะสร้างสัญลักษณ์ที่เชิดชูความเป็นไทยบนมาตรฐานสากลตรงพื้นที่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯได้อย่างแท้จริง โดยเราหวังว่า โครงการนี้ จะเป็นตัวอย่างของการให้นำเสนอศักยภาพของคนไทย ความแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงธุรกิจค้าปลีกของไทย เพื่อส่งเสริมให้กรุงเทพเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวพักผ่อนระดับบน แหล่งช้อปปิ้งที่มีคุณภาพ และสร้างชื่อเสียงอันดีงามของประเทศไทยออกไปสู่สายตาชาวโลก” นางศุภจี กล่าว  
    
*** CPN กางแผน 5 ปี ลุยงานใน - ตปท. หนุนรายได้โตเฉลี่ย 14-15% ต่อปี 
      บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เปิดเผยว่าในปี59 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 9,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 7,880 ล้านบาท โต 17.29% YoY นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังปันผลจากงวดดำเนินงานวันที่ 01 ม.ค. 2559 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2559 ในอัตราหุ้นละ 0.83 บาท วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 10 มี.ค. 2560  
    บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายทางธุรกิจในระยะ 5 ปี (ปี 2560-2564) ที่จะมีรายได้เติบโตในอัตราเฉลี่ย (CAGR) 14 - 15% ต่อปี จากการพัฒนาโครงการใหม่ประมาณ 2-3 ศูนย์การค้าต่อปี การปรับปรุงสินทรัพย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อเพิ่มมูลค่า การปรับขึ้นค่าเช่าตามปกติ และการปรับปรุงดำเนินงาน  
    โดยในประเทศ บริษัทฯ มีโครงการที่อยู่ระหว่างการดาเนินการก่อสร้าง 3 โครงการใหม่ ซึ่งจะเปิดให้บริการในปี 2560 ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา เซ็นทรัลพลาซา มหาชัย และเซ็นทรัลภูเก็ต และโครงการเดิมที่อยู่ระหว่างการปรับปรุง ได้แก่ เซ็นทรัลเวิล์ด เซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต เซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 และเซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 จะเริ่มปรับปรุงในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2560 โดยโครงการใหม่ในปี 2560 จะทำให้บริษัทฯ มีพื้นที่ขายเพิ่มขึ้นประมาณ 1.6 แสน ตร.ม. ทาให้บริษัทฯ มีพื้นที่ให้เช่ารวมเป็น 1.76 ล้าน ตร.ม. ในปี 2560
    ส่วนต่างประเทศ  บริษัทฯ ได้ร่วมพัฒนาศูนย์การค้า Central i-City ในประเทศมาเลเซีย  เป็นการร่วมทุนระหว่าง CPN (60%) และ I-R&D Sdn. Bhd (“IRD”) (40%) บริษัทลูกของ I-Berhad โครงการนี้มีมูลค่ารวมกว่า 830 ล้านริงกิต หรือ ประมาณ 8,300 ล้านบาท ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้างและมีแผนกาหนดเปิดให้บริการในปี 2561 
    ส่วนโครงการที่อยู่อาศัย บริษัทฯ เล็งเห็นศักยภาพในการพัฒนาโครงการศูนย์การค้าในลักษณะพื้นที่แบบผสม (Mixed-use project)  โดยเมื่อต้นปี 2559 บริษัทฯ ได้เปิดจองซื้อคอนโดมิเนียมจำนวน 3 โครงการบนที่ดินบริเวณศูนย์การค้า ในโครงการเชียงใหม่ ขอนแก่น และระยอง โดยมียอดจองซื้อทั้ง 3 โครงการเต็ม 100% แล้ว ตั้งแต่สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2559 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะพร้อมโอนได้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 บริษัทฯ วางแผนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประมาณ 3 โครงการต่อปี คาดว่ารายได้จากโครงการที่พักอาศัยจะคิดเป็นประมาณ 5-7% ของรายได้รวมในปี 2561 เป็นต้นไป

*** กลุ่มเซ็นทรัลตั้งงบลงทุน 4.55 หมื่นลบ. เป็นของ CPN 60-70%  
    นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล เปิดเผยว่า ในปี 60 ได้ตั้งงบลงทุนจำนวน 45,534 ล้านบาท ไม่รวมงบซื้อกิจการ จากปีก่อนที่ใช้เงินลงทุน 39,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ 60-70%  (3.1 หมื่นลบ.) เป็นการลงทุนโครงการใหม่ผ่าน บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ส่วนอีก 30% เป็นงบปรับปรุงห้างเดิม และงบด้านไอที 
    นอกจากแผนเปิดห้างสรรพสินค้าในประเทศแล้ว  มีแผนเปิดห้างใหม่ในต่างประเทศ 5 แห่ง ได้แก่  ห้างสรรพสินค้าลารินาเซนเต กรุงโรม ประเทศอิตาลี จะเป็นเรือธง (Flagship) ของลา รีนาเซนเต จะเปิดในเดือน ก.ย.60  นอกจากนี้ CPN จะเปิดโครงการคอนโดมิเนียมแห่งใหม่ 3 โครงการ ที่เชียงราย 312 ยูนิต , เชียงใหม่ 470 ยูนิต และ โคราช 380 ยูนิต      

*** ปรับปรุงห้างทำกำไรปีนี้ชะลอ แต่ปี 61 สดใสรับเซ็นทรัลเวิลด์โฉมใหม่  
         บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง เปิดเผยว่า  คาดกำไร 1Q60 ยังอยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจากมีการจัดกิจกรรมการตลาดมากขึ้นและ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลมารีนา (เปลี่ยนชื่อจาก เซ็นทรัล เซ็นเตอร์ พัทยา) กลับมาเปิดหลังจากปิดปรับปรุงใหญ่ตั้งแต่ 2Q59 เราประเมินว่ากำไรปี 2560 ยังเติบโตแต่ในอัตราที่ชะลอลง เนื่องจากอัตราเข้าเช่าลดลงจากการปรับปรุงศูนย์การค้า 5 แห่ง คือ เซ็นทรัลเวิลด์ พระราม 3 พระราม 2 เชียงใหม่แอร์พอร์ต และ ภูเก็ต 1 อีกทั้งในปีที่ผ่านมามีการเปิดศูนย์การค้าใหม่เพียงแห่งเดียว ส่วนในปีนี้จะเปิดศูนย์การค้าใหม่ 3 แห่งใน 4Q60 เราจึงคาดว่ากำไรจะกลับมาเติบโตโดดเด่นในปี 2561 เนื่องจากเซ็นทรัลเวิลด์ปรับปรุงเสร็จ รวมทั้งรับรู้รายได้เต็มปีจากศูนย์การค้าใหม่ 3 แห่งและโครงการคอนโดฯ 3 แห่ง
    ยังคงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเป้าหมาย (DCF) ที่ 67 บาท โดยเชื่อว่า CPN มีการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพจากการเป็นผู้นำในธุรกิจพัฒนาศูนย์การค้าซึ่งมีการเปิดโครงการใหม่ 3 แห่งต่อปี อีกทั้งมีการพัฒนาธุรกิจแบบ Mixed use ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ในระยะยาว  

*** บล.ทิสโก้ ให้ราคาเหมาะสม 62 บาท (SOTP)
      บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า  ผลประกอบการ CPN ที่ 9.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.3% YoY เป็นไปตามเราและตลาดคาด รายได้ 2.52 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% YoY เพิ่มขึ้นจากห้าง Central Plaza หาดใหญ่ และรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงสาขาปิ่นเกล้า และ Central Marina ส่วนผลประกอบการ 4Q16 อยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท ลดลง 5.4% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 16% YoY โดยอัตรากำไรลดลงจาก 49.2% เป็น 48.7% ผลประกอบการลดลงจาก SG&A ที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล และค่าใช้จ่ายในการเปิดสาขาใหม่ รวมถึงการจัดโปรโมชั่นช่วงสิ้นปี และด้านบุคลากร  
    การเปิดตัวสาขาใหม่ 3 แห่ง และอีก 1 สาขาในมาเลเซียในปี 2018 ในระยะยาว CPN มีแผนที่จะเปิดตัวห้างปีละ 2-3 แห่ง และโครงการที่พักอาศัย 3 แห่ง รวมถึงการตกแต่งห้างเดิม 3-4 ห้าง
    แนะนำให้ “ซื้อ” เนื่องจาก 1) การเปิดสาขาใหม่ในปี 2017 - การบริโภคที่ฟื้นตัวจากการกระตุ้นของภาครัฐ แลรายได้ที่เพิ่มขึ้นในปี 2017 เราแนะนำให้ “ซื้อ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 62 บาท (SOTP)

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด