ข่าวนี้ที่ 1

| 1 กุมภาพันธ์ 2561 | 17:05

BCP ลุยลงทุน 5 ปีกว่าแสนลบ. เล็งตั้งนิคมฯไบโอคอมเพล็กซ์

     "บางจาก คอร์ปอเรชั่น" ตั้งงบลงทุนรวม 5 ปี (61-65) ราว 1.13 แสนล้านบาท ขยายธุรกิจหลักและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ทั้งในและต่างประเทศ มีแผนตั้งนิคมอุตสาหกรรมไบโอคอมเพล็กซ์ ในจ.ฉะเชิงเทรา คาดชัดเจนปีนี้ ส่วนแผนขยายกำลังการกลั่นเป็น 1.33-1.4 แสนบาร์เรล/วัน แล้วเสร็จในปี 63 จากปัจจุบัน 1.2 แสนบาร์เรล/วัน เตรียมส่ง'บีบีจีไอ'เข้าตลาดหุ้นครึ่งหลังปี 61 ปักธงขยายลงทุนธุรกิจชีวภาพใน EEC ภายใน 5 ปี

*** ประกาศลงทุน 5 ปี 1.13 แสนลบ.ขยายธุรกิจในและตปท.
    
    นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP กางแผนการดำเนินธุรกิจปี 61 และแผนงาน 5 ปี ต่อเนื่องถึงปี 2565 บางจากฯและบริษัทในกลุ่มจะใช้งบลงทุนรวม 1.13 แสนล้านบาท ในการขยายธุรกิจหลักและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้เทคโนโลยี ดิจิตัล
    "ภายใน 5 ปี (61-65) เตรียมงบลงทน 1.13 แสนล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุนใน Green Power Plant 33%,RFBG 20%,Bio-Based Produxt 18%,MKBG 11%,Resource 9% และ Strategic Inv. 9%"นายชัยวัฒน์ กล่าว

***เล็งตั้งนิคมฯ ในจ.ฉะเชิงเทรา คาดชัดเจนปีนี้

    นอกจากนี้ บางจากยังอยู่ระหว่างศึกษาแผนลงทุนนิคมอุตสาหกรรมไบโอคอมเพล็กซ์ ที่ จ.ฉะเชิงเทรา บนพื้นที่ประมาณ 500-600 ไร่ คาดงบลงทุนคิดเป็น 1 ใน 3 ของงบลงทุน 5 ปี 1.13 แสนล้านบาท (ดังนั้นคิดเป็นงบลงทุนประมาณ 37,600 ล้านบาท) คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้ ตามนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ระเบียบเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
    ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทมองว่าพื้นที่ดังกล่าวมีจุดเด่นใกล้แหล่งวัตถุดิบทางการเกษตร ทั้งปาล์ม มันสำปะหลัง อ้อย รวมทั้งใกล้รถไฟทางคู่ ใกล้ท่าเรือ และใกล้ประเทศเพื่อนบ้าน สามารถรองรับธุรกิจ Bio Based Product
    สำหรับการลงทุนโครงการเหมืองลิเทียมที่ประเทศอาร์เจนตินา มีกำหนดการแล้วเสร็จในปี 63 ซึ่งบางจากได้โควต้านำเข้าลิเทียม 2,500 ตัน สามารถผลิตรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดได้ 1.5 แสนคัน/ปี หรือผลิตโทรศัพท์สมาร์ทโฟน 800 ล้านเครื่อง/ปี หากบริษัทมีการขยายกำลังการผลิต บางจากก็พร้อมลงทุนเพิ่มเติม
 

*** ปี 63 จะเพิ่มกำลังกลั่นเป็น 1.33-1.4 แสนบาร์เรล/วัน    
    
    ในด้านธุรกิจโรงกลั่น ในปีนี้มีแผนจะหยุดซ่อมบำรุง 45 วัน ในเดือนเม.ย.-มิ.ย.61 ภาพรวมธุรกิจในปีนี้ยังคงดำเนินธุรกิจโรงกลั่นเต็มความสามารถ แม้จะมีแผนปิดซ่อมโรงกลั่น 45 วัน (30 เม.ย.-15 มิ.ย.2561) ทำให้กำลังการกลั่นลดลง 1.02 แสนบาร์เรล/วัน จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 110 แสนบาร์เรล/วัน ส่วนค่าการกลั่นปีนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์ราคาต่อเนื่อง ถ้าค่าการกลั่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 6 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล บริษัทก็พร้อมที่จะเพิ่มกำลังการผลิต
    “บริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มกำลังการกลั่นน้ำมันภายในปี 63 โดยจะติดตั้งเทคโนโลยีใหม่แบบ Continuous Catalyst egeneration (CCR) ซึ่งใช้ความดันต่ำกว่าเทคโนโลยีเดิม กว่า 10 เท่า ลดโอกาสการรั่วไหลของอุปกรณ์ ทำให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น จะส่งผลให้สามารถเพิ่มกำลังการกลั่นน้ำมันได้เป็น 133,000-140,000 บาร์เรล/วัน โดยผลิตน้ำมันเบนซินที่มีมูลค่าสูงเพิ่มขึ้น และลดต้นทุนการใช้พลังงาน”นายชัยวัฒน์ กล่าว

*** เตรียมส่ง'บีบีจีไอ'เข้าตลาดหุ้น-รุกธุรกิจชีวภาพใน EEC

    ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2561 พร้อมปักธงจะขยายการลงทุนด้านธุรกิจชีวภาพในเขต EEC ภายใน 5 ปี
    นายพงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีบีจีไอ จำกัด กล่าวว่า BBGI ดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ปลายปี 2561 นี้ โดยในส่วนของ BBGI ตั้งเป้าภายใน 2 ปี จะพัฒนาต่อยอดเพิ่มกำลังการผลิตให้เติบโตต่อเนื่อง โดยในส่วนของไบโอดีเซลเพิ่มเป็น 1 ล้านลิตร/วัน จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 8.1 แสนลิตร/วัน ซึ่งขายบางจากเป็นหลัก เอทานอลเพิ่มเป็น 1 ล้านลิตร/วัน จากดีมานด์ 8-9 แสนลิตร/วัน เงินลงทุน 1,500 ล้านบาท รวมทั้งจะพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ชีวภาพให้มากขึ้น

*** ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 2 แสนลบ.มองราคาน้ำมันสูง

    นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ปีนี้ตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 1.8-2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ที่แปรผันตามราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปีนี้คาดการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกอยู่ที่ 60-70 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีรายได้ 1.8 แสนล้านบาท เช่นกัน
    ในส่วนของธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่เข้าไปซื้อหุ้นในบริษัท นิโด้ ปิโตรเลียม จำกัด ที่ประเทศฟิลิปปินส์นั้น ขณะนี้ได้ชะลอออกไปก่อน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่ต่ำกว่า 70 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ไม่จูงใจให้ลงทุน หากลงทุนอาจไม่คุ้มค่า โดยมองว่าราคาน้ำมันที่เหมาะสมในการลงทุนควรอยู่ที่ระดับสูงกว่า 70 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล จึงทำให้บริษัทยังไม่มีความสนใจเข้าร่วมประมูลแหล่งผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทยทั้งแหล่งบงกชและเอราวัณด้วย

*** BCPG ทุ่ม 3 หมื่นลบ.ลงทุน 3 ปี ขยายพลังงานทดแทน
    
    นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG กล่าวว่า สำหรับแผนการลงทุนของบีซีพีจีใน 3 ปีข้างหน้า ยังคงให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนราว 3 หมื่นล้านบาท เน้นลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15 เพื่อรักษาอัตราการเติบโตของรายได้และ EBITDA ไม่ต่ำกว่าปีละร้อยละ 15-20

***ปีนี้มีแผนเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าอีก 200 MW

    ซึ่งในปี 2561 บริษัทฯมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าให้ได้อีก 200 เมกะวัตต์ จากสิ้นปี 2560 โดยวางแผนไว้ว่าจะมาจากกำลังการผลิตไฟฟ้าในส่วนที่เป็น Retail ผ่านธุรกิจโซลาร์รูฟท็อปในประเทศในรูปแบบต่างๆ จำนวน 30 เมกะวัตต์ จะมาจากธุรกิจรูปแบบปัจจุบันทั้งในและต่างประเทศในส่วนของธุรกิจผลิตไฟฟ้า

*** บล.ทรีนีตี้ ให้เป้า 61 บาท ราคายัง Laggard ที่สุดในกลุ่มโรงกลั่น

    นายเอกรินทร์ วงษ์ศิริ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจของ BCP ปีนี้คาดรายได้จะเติบโตกว่าปีก่อน แต่ธุรกิจโรงกลั่นจะไม่ใช่ธุรกิจชูโรงในปีนี้ เนื่องจากค่าการกลั่นยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ และมีการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นบางแห่ง แต่คาดว่าส่วนแบ่งรายได้จาก BCPG จะเข้ามาช่วยสนับสนุนรายได้เป็นบทบาทหลัก
    ส่วนแผนการลงทุนระยะยาวประเมินว่าการลงทุนธุรกิจใหม่ เช่น การลงทุนโครงการเหมืองลิเทียม เชื่อว่าในอนาคตจะมีความต้องการใช้มากขึ้นในการทำแบตเตอรี่ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาลงทุนพอสมควร โดย BCP พยายามเปลี่ยนแปลงธุรกิจมาเป็นระยะ EBITDA  มีการเติบโตต่อเนื่อง
    ความเสี่ยงในเชิงธุรกิจ คือเรื่องการปิดซ่อมโรงกลั่น ซึ่งหากล่าช้ากว่ากำหนดอาจทำให้สูญเสียรายได้ไปพอสมควร ส่วนฐานะทางการเงินยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง ไม่มีความกังวล มีกระแสเงินสดเพียงพอ ซึ่งส่วนใหญ่มาจาก BCPG
    กลยุทธ์การลงทุน BCP แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 61 บาท ราคายังคง Laggard ที่สุดในกลุ่มโรงกลั่น โดยคาดการณ์ยอดขายปีนี้อยู่ที่  159,496 ล้านบาท  EBITDA 15,060 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 6,897 ล้านบาท

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด