สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 21 กุมภาพันธ์ 2561 | 17:15

PTT ทุ่ม 1.38 หมื่นลบ. เหมา IRPC จากแบงก์ออมสิน

PTT ทุ่ม 1.38 หมื่นลบ. เหมา IRPC จากแบงก์ออมสิน

"ปตท." ประกาศซื้อหุ้น IRPC จากธนาคารออมสิน จำนวน 1,950 ล้านหุ้น คิดเป็น 9.54% ในราคาหุ้นละ 7.10 บาท รวมมูลค่ากว่า 1.38 หมื่นลบ. ดันสัดส่วนถือหุ้นเพิ่มเป็น 48.05% หลังมองเห็นโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่ม จากธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ที่มีศักยภาพเติบโตในอนาคต เล็งยื่นไฟลิ่ง PTTOR ปลายปีนี้ กระจายหุ้นต้นปี 62 ส่วนการแตกพาร์เหลือ 1 บ./หุ้น คาดมีผลต้น พ.ค.นี้ หลังผู้ถือหุ้นอนุมัติ หวังดันสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยเพิ่มขึ้น

*** ประกาศซื้อหุ้น IRPC จำนวน 9.54% จากออมสิน     

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัท อนุมัติให้บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ไออาร์พีซี จากัด (มหาชน) หรือ IRPC จากธนาคารออมสิน จำนวน 1,950 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็นสัดส่วน 9.54% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ IRPC ในราคาหุ้นละ 7.10 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 13,845 ล้านบาท ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  
    ก่อนการเข้าทำธุรกรรมการซื้อหุ้น บริษัทฯ ถือหุ้นสามัญของ IRPC อยู่จำนวน 7,869.69 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 38.51% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ IRPC ภายหลังการเข้าทำธุรกรรมการซื้อหุ้น บริษัทฯ ถือหุ้นสามัญของ IRPC จำนวน 9,819.69 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 48.05% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ IRPC
      สำหรับแหล่งเงินที่ใช้ทำธุรกรรมนี้มาจากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ และภายหลังจากการเข้าซื้อหุ้น บริษัทฯ ยังคงมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการอื่น ๆ ของบริษัทฯ ต่อไป
    คณะกรรมการของบริษัทฯ มีความเห็นว่าการเข้าซื้อหุ้นดังกล่าว มีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์เชิงกลยุทธ์ต่อบริษัทฯ โดยเป็นการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นที่มีศักยภาพการเติบโตในอนาคต ทั้งในด้านการลงทุนในโครงการปิโตรเคมีที่มีมูลค่ามากขึ้น และ ความพร้อมของโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน (Infrastructure) ที่สามารถรองรับการดำเนินธุรกิจ ปิโตรเคมีและการกลั่นซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ ได้อย่างครบวงจร

*** ไตรมาส 1/61 เตรียมรับรู้รายได้-กำไร IRPC  
    นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTT กล่าวว่า การซื้อหุ้น  IRPC จากธนาคารออมสิน จำนวน 1,950 ล้าน หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็นสัดส่วน 9.54% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ IRPC คาดจะโอนหุ้นได้ภายใน 1-2 วันนี้ ทำให้บริษัทรับรู้รายได้และกำไรของ IRPC ตั้งแต่ไตรมาส 1/61
    หลังจากชำระเงินซื้อหุ้น IRPC แล้ว บริษัทจะเหลือกระแสเงินสด 1 แสนล้านบาท และจะต้องจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นอีก 3 หมื่นล้านบาท ทำให้เหลือกระแสเงินสด 7 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเพียงพอในการลงทุน ซึ่งปี 61ใช้เงินลงทุนก่อสร้างต่างๆ 6-7 หมื่นล้านบาท (ไม่รวมการเพิ่มทุนให้PTTOR ซื้อสินทรัพย์จากปตท.)
     ส่วนงบลงทุน 5 ปี ( 61- 65) วงเงิน 3.4 แสนล้านบาท ครอบคลุมการขยายโครงสร้างพื้นฐานในการวางระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 5 คลังรับก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) การปรับโครงสร้างธุรกิจค้าปลีก ขยายธุรกิจไปต่างประเทศ รวมทั้งศึกษาธุรกิจใหม่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งบริษัทได้เตรียมงบสำรองเฉพาะในส่วนนี้ไว้เพิ่มอีกประมาณ 2.4 แสนล้านบาท และยังอยู่ระหว่างศึกษาการใช้ประโยชน์ความเย็นจากคลังรับแอลเอ็นจีเพื่อทำห้องเย็นสำหรับผลไม้ที่จังหวัดระยองด้วย

 ***แตกพาร์เป็น 1 บาทคาดมีผล พ.ค.นี้
    นายเทวินทร์ กล่าวว่า  การแตกพาร์จาก 10 บาท เหลือ 1 บาทต่อหุ้น คาดแล้วเสร็จต้น พ.ค.นี้หลังผู้ถือหุ้นอนุมัติใน เม.ย.นี้ ซึ่งจะทำให้สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อยของบริษัทเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่ถืออยู่ 4%

***เล็งยื่นไฟลิ่ง PTTOR ปลายปีนี้
     นายเทวินทร์ กล่าวด้วยว่า ส่วนการโอนสินทรัพย์ของ บริษัท ปตท.น้ำมัน และการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) คาดแล้วเสร็จ ก.ค.นี้ และยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ขาย IPO ได้ในปลายปี 61และคาดเข้าจดทะเบียนในตลาดแห่งประเทศไทย (SET) ได้ภายในครึ่งแรกปี 62

*** PTTGC เล็งเพิ่มเป้ายอดขาย-กำไรปีนี้
    นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนางสาวดวงกมล เศรษฐนัง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่  เปิดเผยว่า ในช่วงกลางปีนี้บริษัทเตรียมปรับเพิ่มเป้ายอดขายปีนี้ จากเดิมคาดอยู่ที่ 4.8 แสนล้านบาท เนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้คาดเฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ 60-65 เหรียญฯต่อบาร์เรล จากเดิมที่คาดเฉลี่ย 52 เหรียญฯต่อบาร์เรล ทำให้ราคาขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโพลีแอทธิลีน ที่มีความหนาแน่นสูง ปัจจุบันอยู่ที่ 1,350 เหรียญฯต่อตัน จากปีก่อนที่ 1,168 เหรียญฯต่อตัน รวมถึงปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นในส่วนของอะโรเมติกส์ เพิ่มเป็น 91% จากปีก่อนที่ 80% และกำลังผลิตโอเลฟินส์เพิ่มเป็น 99% จากปีก่อนที่ 96% แม้จะมีการหยุดซ่อมโรงาน 1 หน่วยการผลิต
    ยอดขายที่เพิ่มขึ้น คาดว่าจะช่วยหนุนกำไรปีนี้มีทิศทางที่ดี จากปริมาณการขาย และราคาขายผลิตภัณฑ์ ที่ดีขึ้น รวมถึงจะรับรู้กำไรเต็มปีของ 6 บริษัทปิโตรเคมีที่ซื้อจาก PTT และโครงการ MAX  จะรับรู้กำไรปีนี้อีก 3 พันล้านบาท
    ส่วนค่าการกลั่น (GRM) ปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 6.6 เหรียญฯต่อบาร์เรล ลดลงจากปีก่อนอยู่ที่ 6.7 เหรียญฯต่อบาร์เรล เนื่องจากต้นทุนน้ำมันดิบที่สูงขึ้นเล็กน้อย

*** ตั้งงบลงทุนปีนี้ 3 หมื่นลบ.
    นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ปี 61 บริษัทจะใช้งบลงทุนประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เพื่อก่อสร้างโครงการ PO/Polyol เป็นการลงทุนโพลียูรีเทนครบวงจร , โครงการ Olefins Reconfiguration Project (ORP) เป็นโครงการที่นำแนฟทามาเป็นวัตถุดิบ และโครงการ mLLDPE โครงการเพื่อสร้างโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกชนิด LLDPE โดยแหล่ง เงินทุนมาจากกระแสเงินสดของบริษัท ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ที่ 6.4 หมื่นล้านบาท
    "บอร์ดอนุมัติงบลงทุนใน EEC รวม 1 แสนล้านบาท ใน 5 ปี ซึ่งปีนี้ใช้เงินลงทุน 3 หมื่นล้านบาท " นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว
    ส่วนโครงการปิโตรคอมเพล็กซ์ในสหรัฐฯ คาดว่าจะสรุปงบลงทุนได้ภายในสิ้นปีนี้ หลังจากต้องทบทวนงบลงทุน จากการเพิ่มกำลังผลิตเป็น 1.5 ล้านตันต่อปี จากเดิมกำลังผลิต 1 ล้านตันต่อปี
    ปัจจุบันบริษัทภาระหนี้รวม 9.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งปีนี้บริษัทจะมีเงินกู้ครบกำหนดชำระคืน 1 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นจะออกหุ้นกู้ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อชำระคืนหนี้ดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ต้นทุนทางการเงินปรับตัวลดลงเหลือ 3.6 %จากเดิม 3.9 %

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด