สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 28 มิถุนายน 2561 | 17:30

"คลัง-กสิกรไทย"เพิ่มเป้าจีดีพี สวนทางหุ้นหลุด 1,600 จุด

    "คลัง" เตรียมปรับเป้าจีดีพีปีนี้ใหม่ในเดือนก.ค. จากเดิมคาดโต 4.5% หลังตัวชี้วัดเดือน พ.ค.ส่งสัญญาณดีกว่าปกติ โดยเฉพาะรายได้เกษตรกรที่แท้จริงปรับเพิ่มขึ้น 9% สูงสุดในรอบ 13 เดือน ขณะที่ส่งออก-ท่องเที่ยว ยังขยายตัวได้ดี ลงทุนเอกชนมีสัญญาณฟื้น สอดคล้องศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับเพิ่มเป้าจีดีพีปีนี้เป็นโต 4.5%. จากเดิม 4% แรงหนุนส่งออกที่คาดโตถึง 8.8% ส่วนหุ้นไทยวิ่งสวนทาง ดัชนีหลุด 1,600 จุด ต่างชาติขายไม่หยุด 

*** คลังเล็งปรับเป้าจีดีพีใหม่ในเดือนก.ค.นี้

    นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ในเดือนกรกฎาคมนี้ สศค.จะทบทวนประมาณการอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจใหม่ โดยในเบื้องต้นได้ประกาศตัวเลขจีดีพีอย่างไม่เป็นทางการไว้แล้วที่ 4.5% หลังเดือนพฤษภาคม พบว่า รายได้ภาคเกษตรยังปรับตัวดีขึ้น จากราคาพืชผลปรับตัวดี เช่น ราคาปาล์มน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นจาก 2.81 บาทต่อกิโลกรัม มาอยู่ที่ 3.1 บาท ส่วนเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 คาดว่าจะขยายตัวต่ำกว่าไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้ 4.8% แม้ว่ามีเครื่องชี้วัดหลายตัวที่ส่งสัญญาณเศรษฐกิจจะฟื้นตัวดี แต่ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา เศรษฐกิจขยายตัวในระดับสูง
    
*** สศค.เผยเศรษฐกิจเดือน พ.ค. สดใส 

    ด้านภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาขยายตัวดีต่อเนื่อง โดยมีแรงสนับสนุนจากการส่งออกที่มีมูลค่า 22.3 พันล้านดอลลาร์ หรือโต 11.4% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 โดยขยายตัวในตลาดสำคัญเกือบทุกตลาด โดยเฉพาะอินเดีย และกลุ่ม CLMV ที่ขยายตัวต่อเนื่อง
    ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 21.1 พันล้านดอลลาร์ ขยายตัวต่อเนื่องที่ 11.7% ต่อปี โดยสินค้านำเข้าที่ขยายตัวดี คือ เชื้อเพลิง วัตถุดิบ และสินค้าทุน ทั้งนี้ ผลของมูลค่าการส่งออกสินค้าที่สูงกว่าการนำเข้าสินค้า ส่งผลให้ดุลการค้าในเดือนพฤษภาคมกลับมาเกินดุล 1.2 พันล้านดอลลาร์
    ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ ยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่อยู่ที่ 1.5% เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 ติดต่อกัน เป็นอัตราสูงสุดในรอบ 16 เดือน โดยสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในอัตราสูงที่สุดในรอบ 13 เดือน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.8% ต่อปี ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 66.9%
    ขณะที่การบริโภคภาคเอกชน ยังขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งที่ขยายตัวสูงถึง 26.8% โดยขยายตัวต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 17 นับตั้งแต่ต้นปี 2560 ด้านการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวดี จากเครื่องชี้การลงทุนในหมวดเครื่องจักร ที่วัดจากปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ ที่ขยายตัวในระดับสูงที่ 28.6% ขณะที่ปริมาณนำเข้าสินค้าทุน ขยายตัวต่อเนื่องที่ 7.3% สำหรับการลงทุนในหมวดก่อสร้าง ปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์ภายในประเทศขยายตัว 8.1% นับเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 59 เดือน นับจากเดือนมิถุนายน 2556 ที่ขยายตัว 9.9%
 
*** ศูนย์วิจัยกสิกรฯ เพิ่มเป้าจีดีพีเป็นโต 4.5% จาก 4%

    ดร.เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยฯ ได้ปรับประมาณขยายตัวเศรษฐกิจไทยปี 61 เติบโต 4.5% จากเดิม 4% หลังได้รับแรงหนุนภาคต่างประเทศ รวมถึงการใช้จ่ายในประเทศมีแรงส่งต่อเศรษฐกิจมากขึ้น โดยส่งออกและการท่องเที่ยวขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่อง
    "ไตรมาสแรกจีดีพีก็ขยายตัวสูงสุดในรอบปีที่ 4.8% เพราะได้รับอานิสงส์จากส่งออกและท่องเที่ยว ผลผลิตเกษตรขยายตัวสูง การลงทุนเอกชนปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้ไตรมาส 2/61 คาดว่าจะยังรักษาระดับการขยายตัวได้มากกว่า 4% แต่ผ่อนแรงลงจากไตรมาสแรก เพราะยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆมาหนุน อย่างไรก็ตาม ในครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยจะได้รับแรงหนุนจากการเบิกจ่ายงบกลางปี 1 แสนล้านบาทในช่วงไตรมาส 3/61 การลงทุนโครงการภาครัฐเร่งตัวขึ้น ผลผลิตการเกษตรจะออกมาสูงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ตลอดจนรายได้เกษตรปรับตัวดีขึ้น"ดร.เชาว์ กล่าว

*** อัพเป้าส่งออกโต 8.8% จาก 4.5% หลังการค้าโลกขยายตัว

    พร้อมกันนี้ ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการส่งออกเป็นเติบโต 8.8% จากเดิม 4.5% เนื่องจากปริมาณการค้าโลกที่ขยายตัวสูงกว่าที่ประเมิน จาก 5 เดือนแรก เติบโตเฉลี่ย 11.6% ครึ่งหนึ่งมาจากการส่งออกยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ และยังมีแนวโน้มเติบโตที่ดี ในขณะที่นำเข้าปรับเพิ่มเป้าเป็นเติบโต 12.5% จากเดิม 8%
    "สงครามการค้าจะถูกกำหนดโดยปัจจัยการเมืองมากกว่าเศรษฐกิจ ซึ่งท้ายที่สุดจะบั่นทอนการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้า โดยนโยบายกีดกันทางการค้ามีความเป็นไปได้ที่จะลากยาวไปอีก 2-4 ปี หลังการเลือกตั้งกลางเทอมในช่วงปลายปีนี้ อย่างไรก็ดี การเก็บภาษีสินค้านำเข้าทั้งของจีนและสหรัฐจะมีผลสุทธิที่เป็นลบต่อการส่งออกไทยในภาพรวมปีนี้ 280-420 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าไทยที่ถูกกระทบโดยตรงยังเป็นแผงเซลล์แสงอาทิตย์ เครื่องซักผ้า"ดร.เชาว์ กล่าว

*** เพิ่มเป้าลงทุน-บริโภคเอกชนปีนี้เป็นโต 3.5% จากเดิม 3%
    
    ในขณะที่การบริโภคภาคเอกชนปีนี้ คาดว่าปีนี้จะเติบโตอยู่ที่ 3.5% จากเดิม 3% ส่วนการบริโภคภาครัฐปรับเพิ่มเป็นเติบโต 2.2% จากเดิม 1.0% และการลงทุนภาคเอกชนได้ปรับเพิ่มการเติบโตเป็น 3.5% จากเดิม 3% การลงทุนภาครัฐยังคงประมาณการเดิมเติบโต 8%
    ศูนย์วิจัยฯ อยู่ระหว่างการปรับประมาณการค่าเงินบาทสิ้นปีนี้ จากเดิมประเมินไว้ที่ 32.50-33.50 บาท/ดอลลา มองว่ามีโอกาสอ่อนค่ากว่าที่ประเมินไว้ แต่ยังถือว่าอ่อนค่าน้อยกว่าเงินสกุลอื่นๆในเอเชียประมาณ 1.3% จากสิ้นปีก่อน
    "นักลงทุนยังกังวลสงครามการค้าส่งผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ เพราะนักลงทุนไม่อยากเสี่ยง อย่างไรก็ตาม เงินทุนสำรองระหว่างประเทศยังสูงถึง 2 แสนล้านดอลลาร์ และ หากหักภาระนำเข้าในช่วง 3 เดือนข้างหน้า เงินทุนสำรองเราก็ยังเกิน 2 เท่า ซึ่งเงินบาทเราก็ถือว่าอ่อนค่า และ มีเสถียรภาพอยู่"ดร.เชาว์ กล่าว
    ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในช่วงปลายปีนี้ คาดว่าอาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.5% เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) มีการขึ้นดอกเบี้ยไปก่อนหน้านี้แล้ว

*** บล.เมย์แบงก์ ชี้สัญญาณ ศก.ในประเทศเป็นบวก    
    
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุ สัญญาณการฟื้นตัวเศรษฐกิจในประเทศเป็นบวก เช่น อัตราการใช้กำลังการผลิตสูงกว่า 69.9% , รายได้เกษตรที่แท้จริง +9% (สูงสุดในรอบ 13 เดือน) 
    ด้านการลงทุน ปริมาณจำหน่ายรถยนต์โตสูงกว่า 28.6% , ยอดขายปูนซีเมนต์(ก่อสร้าง) สูงสุดในรอบ 59เดือนที่ 8.1%,  เงินเฟ้อทั่วไป +1.5% สูงสุดในรอบ 16 เดือน
    ที่น่าจับตา เริ่มเห็นสัดส่วนการส่งออกสินค้าไปสหรัฐ, จีนที่ลดลง
    อย่างไรก็ตาม ล่าสุด (28 มิ.ย.61) ดัชนีตลาดหุ้นไทย ปิดที่ 1,599.54 จุด ลดลง 19.12 จุด (-1.18%) มูลค่าการซื้อขาย 56,974.68 ล้านบาท โดยต่างชาติขายสุทธิ 2,123.28 ล้านบาท

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด