สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 6 กรกฎาคม 2561 | 17:26

BEAUTY สุดทน!หุ้นต่ำพื้นฐาน ชงบอร์ดซื้อหุ้นคืน 9 ก.ค.นี้

BEAUTY สุดทน!หุ้นต่ำพื้นฐาน ชงบอร์ดซื้อหุ้นคืน 9 ก.ค.นี้

    "บิวตี้ คอมมูนิตี้" ทนเห็นราคาหุ้นดิ่งไม่ไหว เตรียมชงบอร์ดพิจารณาซื้อหุ้นคืน 9 ก.ค.นี้ ระบุมีกระแสเงินสดให้ใช้กว่า 1 พันลบ. ด้านผู้บริหารเชื่อธุรกิจยังเติบโตต่อเนื่อง แม้ผลงาน Q2/61 แผ่ว แต่ยังมั่นใจรายได้ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 4.29 พันลบ. พร้อมรักษาอัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่าปีก่อนที่ 32.91% ขณะที่โบรกฯแม้ออกมาหั่นราคาเป้าหมาย แต่มองกำไรเริ่มฟื้นใน Q3-Q4/61 หลังความกังวลเรื่อง อย.คลี่คลาย และเร่งขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ

*** จ่อชงบอร์ดซื้อหุ้นคืน 9 ก.ค.นี้ หลังราคาหุ้นดิ่งต่ำพื้นฐาน

    บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ในวันที่ 6 ก.ค. 61 ระบุว่า บริษัทจะเรียกจัดประชุมคณะกรรมการบริษัทขึ้นภายในวันที่ 9 ก.ค. 61 เพื่อพิจารณาขออนุมัติซื้อหุ้นคืน อย่างไรก็ดีในส่วนของจำนวนหุ้น ราคาหุ้น และวงเงินในการซื้อหุ้นคืนยังไม่ได้ข้อสรุปในขณะนี้ และจะดำเนินการแจ้งผ่าน ตลท. เมื่อมีความชัดเจน
    โดยเหตุผลในการซื้อหุ้นคืนเพื่อเป็นการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัท หลังจากประเมินว่าราคาหุ้นในปัจจุบันลดลงมาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานแล้ว โดยบริษัทมีกระแสเงินสดในมือทั้งหมด 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่เพียงพอต่อการซื้อหุ้นคืน รวมถึงใช้ลงทุนอื่นๆ

*** รับผลงานQ2พลาดเป้า แต่ทั้งปียังโตตามนัด

    นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BEAUTY เปิดเผยว่า บริษัทยอมรับว่าแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 2/61 จะปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเป้าหมายที่เคยประมาณการไว้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากประเด็นภาครัฐบุกจับสินค้าที่ไม่มี อย. ของบริษัทอื่น ซึ่งส่งต่อความเชื่อมั่นทั้งผู้บริโภคไทย และชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศ แต่อย่างไรก็ตามผลประกอบการครึ่งปีแรกจะยังเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน  นอกจากนี้ผลประกอบการทั้งปีจะยังเติบโตตามเป้าหมายอยู่ โดยมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 4,290 ล้านบาท และรักษาอัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่าปีก่อนที่ 32.91%

*** ราคาหุ้นฟื้นแรงหลังแจ้งข่าว

    ราคาหุ้น BEAUTY ฟื้นแรงทันทีหลังจากเผยแพร่ข่าวซื้อหุ้นคืน โดยราคาหุ้นฟื้นขึ้นไปแตะ 8.20 บาท ในช่วงเช้า จากจุดต่ำสุดที่ 6.90 บาท ก่อนที่จะถูกตลท. แขวนเครื่องหมายหยุดซื้อขาย(HALT:H) เมื่อเวลา 11.42 น. เนื่องจากยังไม่ได้เผยแพร่ข่าวซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์ ก่อนที่จะตัดสินใจปลดเครื่องหมาย H ก่อนการซื้อขายช่วงบ่ายเนื่องจากบริษัทชี้แจงข้อมูลเข้ามา ทำให้ราคาหุ้นพุ่งแรงต่อเนื่องไปทำจุดสูงสุดของวันนี้ที่ 8.95 บาท และปิดตลาดที่ 8 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท หรือ 11.11% มูลค่าการซื้อขาย 10,983.27 ล้านบาท

*** โบรกฯให้เป้าหมาย 7-15.50 บาท
    
    จากการสำรวจบทวิเคราะห์พบนักวิเคราะห์ หลายรายหันมาปรับลดราคาเป้าหมายเหลือ ที่ 7 - 15.5 บาท จากก่อนหน้าที่เคยให้ราคาเป้าหมายไว้ถึง 20.50 - 25 บาท จากแนวโน้มการเติบโตที่ชะลอลงอย่างชัดเจน และอนาคตจะถูกกดดันจากการแข่งขันที่สูง แต่มองว่ากำไรสุทธิจะเริ่มฟื้นตั้งแต่ Q3-4/61 

    บล.บัวหลวงระบุในบทวิเคราะห์ ว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/61 มีแนวโน้มอ่อนแอกว่าที่คาดมาก โดยจะมียอดขายอยู่ที่ 858 ล้านบาท ลดลง 3% YoY และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 264 ล้านบาท ลดลง 3% YoY เช่นกัน จากจำนวนยอดขายส่งออกไปประเทศจีน และยอดขายจากนักท่องเที่ยวจีนในประเทศหดตัว โดยเฉพาะในเดือนพ.ค. แม้ยอดขายจะเริ่มฟื้นในมิ.ย. แต่ไม่น่าจะหนุนทั้งไตรมาสกลับมาได้
    ขณะที่ไตรมาส 3/61 คาดฟื้นตัวเล็กน้อยจากไตรมาส 2/61 เนื่องจากระยะยาวแบรนด์ที่มีมาตรฐานและน่าเชื่อถือ น่าจะกลับมาได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอีกครั้ง จากความระมัดระวังในการซื้อสินค้า 
    แนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมายสินปี 61 ที่ 15.5 บาท จากเดิม 25.5 บาท ระยะยาวยังเป็นหุ้นติบโตดี ทั้งจากการกระจายสินค้าไปทั่วอาเซียน และมีลุ้นจากการจำหน่ายสินค้ารูปแบบซองใน 7-Eleven ช่วยหนุนการเติบโต
    บล.ทิสโก้ ระบุว่า  BEAUTY จะมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2/61 อยู่ที่ 266 ล้านบาท หดตัว 2.6% YoY และ 5.7% QoQ ต่ำกว่าประมาณการเดิมเป็นผลจากยอดขายที่ลดลงในแบรนด์ Beauty Cottage และผลกระทบจาก อย. กระทบการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค และการส่งออกล่าช้า
    อย่างไรก็ดีคาดผลประกอบการจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 4/61 เป็นต้นไป จากการรุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเริ่มขายสินค้าผ่านช่องทาง Cross Border E-Commerce อย่างเป็นทางการผ่าน JD และ TMALL และสร้างตลาดด้วยการทดลองขายสินค้าแบบซองผ่าน 7-Eleven และเพิ่มสาขาใน King Power ซึ่งจะเห็นผลต่อผลประกอบการชัดเจน หนุนกำไรสุทธิปีนี้โตราว 8% จากปีก่อน มาที่ 1,323 ล้านบาท
    แนะนำ "ซื้อลงทุนระยะยาว" ที่ราคาเป้าหมาย 13 บาท อิงวิธี DCF คิดเป็น PER 29 เท่าของปี 61 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีก แต่ขณะนี้ราคาสะท้อนประเด็นลบต่างๆไปแล้วปัจจุบันซื้อขายที่ราคาต่ำมากเมื่อเทียบกับ PE ในอดีตที่เฉลี่ย 27 เท่า ประกอบกับเป็นบริษัทที่ไม่มีภาระหนี้สิน และมีอัตราปันผล 4% 
    
    บล.เอเซีย พลัส ระบุ BEAUTY น่าจะถูกผลกระทบจากประเด็นอย.กดดันผลกําไร Q2/61 เป็นต้นไป ทําให้กําไรสุทธิทั้งปีตํ่ากว่าคาด จึงปรับลดประมาณการลงเฉลี่ย 25% ในช่วง 61-62 พร้อมกับปรับ Long-term growth ลงจาก 3% เหลือ 2%  และเชื่อว่าสงครามทางการค้า น่าจะทําให้กําลังซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยลดลง ทั้งจากคนในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน 
    ยังแนะนํา "ซื้อ" มูลค่าเหมาะสมหลังปรับประมาณการที่ 11 บาท

โดยนักวิเคราะห์ได้ปรับราคาเป้าหมายใหม่ดังนี้

                                              คำแนะนำ       ราคาเป้าหมายใหม่         ราคาเป้าหมายเดิม
บล.ฟินันเซีย ไซรัส                   ขาย                          7                                 20.50
บล.กรุงศรี                                 ขาย                          8                                 21
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส                 ถือ                           9                                 26
บล.กสิกรไทย                           ซื้อ                           12                                26
บล.เคทีบี                              ซื้อสะสม                      12.3                             25
บล.เอเซีย พลัส                        ซื้อ                           11                                21
บล.บัวหลวง                             ซื้อ                           15.5                             25.50
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด