สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 19 เมษายน 2561 | 16:58

"ไทย"ผนึก"อาลีบาบา"ผุดดิจิทัลฮับ ปั้นอีคอมเมิร์ซ 1.86 แสนลบ.

ไทย จับมือ "อาลีบาบา กรุ๊ป"  ร่วมจัดตั้งศูนย์ดิจิทัลฮับ ใน EEC คาดเปิดดำเนินการปี 62 พร้อมร่วมพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ หนุนใช้ วิทยาลัยธุรกิจอาลีบาบา เป็นสถาบันพัฒนาบุคลากร  และร่วมทำ Thailand Tourism Platform บนออนไลน์เชื่อมโยงข้อมูลทางการท่องเที่ยว หวังรายได้อีคอมเมิร์ซโตแตะ 1.86 แสนล้านบาทในปี 65 "สมคิด"มั่นใจ ดันเศรษฐกิจไทยปีนี้โตเกิน 4% หลังยกระดับเอสเอ็มอีไทยสู่ดิจิทัล ด้านโบรกเกอร์ มองกลุ่มนิคมฯ-โลจิสติกส์ ได้ประโยชน์

*** ไทย ผนึก "Alibaba Group" สร้างดิจิทัลฮับ
    นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า  หน่วยงานภาครัฐได้ลงนามร่วมกับ Alibaba Group ในความร่วมมือด้าน Smart Digital Hub and Digital Transformation Strategic Partnership   โดยอาลีบาบาได้ศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบในระดับภูมิภาคและตัดสินใจลงทุนสร้างดิจิทัลฮับ ในพื้นที่พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เนื่องจากเชื่อมั่นในนโยบายประเทศไทย 4.0 และเศรษฐกิจของไทยที่เติบโตดี ซึ่งคาดว่าจะสามารถวางศิลาฤกษ์ในการก่อสร้างดิจิทัลฮับได้ในปีนี้ และเปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป 
    สำหรับศูนย์ดิจิทัลฮับ ในพื้นที่ EEC คาดว่าจะช่วยส่งเสริมการค้ากับจีนและกลุ่ม CLMV ซึ่งประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม โดยศูนย์ดังกล่าวจะใช้เทคโนโลยีของอาลีบาบาในการประมวลข้อมูลโลจิสติกส์ ผ่าน ไช่เหนี่ยว ซึ่งเป็นธุรกิจด้านโลจิสติกส์ของอาลีบาบา เพื่อให้การขนส่งสินค้าระหว่างไทย-จีน การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนสู่ประเทศเพื่อนบ้านและไปยังที่อื่นทั่วโลก และยังได้ประสานกับกรมศุลกากรในการดำเนินกิจกรรมวิจัยพัฒนาดิจิท ซึ่งสำนักงานอีอีซี จะเชื่อมโยงกับสมาร์ท ดิจิทัลฮับ กับเขตนวัตกรรมดิจิท (ดิจิทัลพาร์ค) และเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECI) 
 
***  "แจ็ค หม่า" หนุนเพิ่มทักษะดิจิทัลอีคอมเมิร์ซ
    ด้านนายแจ็ค หม่า ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งกลุ่มอาลีบาบา กล่าวว่า จีนกำลังก้าวขึ้นสู่การเป็นตลาดผู้บริโภคที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ด้านการขยายตัวของกำลังซื้อของคนชั้นกลางมากกว่า 300 ล้านคนในปัจจุบัน ประกอบกับนโยบายเปิดการค้าเสรีของจีน ซึ่งนอกจากโครงการดิจิทัลฮับที่จะร่วมกันแล้ว ยังมีโครงการร่วมส่งเสริมพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลอีคอมเมิร์ซ สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ซึ่งอาลีบาบาได้เสนอให้วิทยาลัยธุรกิจอาลีบาบา ( Alibaba Business School หรือ ABS) ซึ่งเป็นสถาบันพัฒนาบุคลากรของอาลีบาบา หางโจว ร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และกามส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในการพัฒนาขีดความสามารถด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซของเอสเอ็มอีไทยทุกกลุ่มทั่วประเทศ 
    นอกจากนี้ยังร่วมถึงโครงการร่วมส่งเสริมพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลอีคอมเมิร์ซสำหรับผู้ประกอบการ SME และ Startup ของไทย เพื่อยกระดับขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการ Startup ระดับชุมชนทั่วประเทศ รวมถึงการที่อาลีบาบา เตรียมร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) จัดทำ Thailand Tourism Platform บนออนไลน์เชื่อมโยงข้อมูลทางการท่องเที่ยวเมืองรองและการท่องเที่ยวชุมชน คาดว่ารายได้จากธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะเติบโต 113,400 ล้านบาท ในปี 2561 เพิ่มเป็น 186,500 ล้านบาท ในปี 2565

*** มั่นใจจีดีพีไทยปีนี้โตเกิน 4% 
      นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ว่าการเดินทางมาของนายแจ็ค หม่า  ในครั้งนี้เป็นจังหวะที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวดี และถือว่าอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยมั่นใจปีนี้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี จะเติบโตมากกว่า 4% และขณะนี้ไทยยังมีนโยบายยกระดับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ไทยไปสู่ดิจิทัลให้รวดเร็วที่สุด รวมทั้งการดำเนินนโยบายปฏิรูปภาคการเกษตร เพื่อไม่ให้เกษตรกรไทยย่ำอยู่กับที่ จึงต้องพัฒนาสินค้าไปสู่ตลาดโลก ซึ่งไทยมีนโยบายสมาร์ท ฟาร์เมอร์  
     สำหรับประเทศไทยนั้น ยอมรับว่า ยังเป็นประเทศที่มีรายได้ต่ำ กลุ่มเกษตรกยังมีรายได้ไม่สูงนัก ดังนั้น สิ่งสำคัญ คือ จะทำอย่างไรให้ไทยก้าวหลุดพ้นจากประเทศที่มีรายได้ต่ำไปสู่รายได้สูงได้ สิ่งนั้นคือ การปฏิรูปประเทศในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการเกษตร ที่จะต้องเร่งพัฒนา เพื่อไปสู่การค้าออนไลน์ หรือ อีคอมเมิร์ซ ซึ่งจะสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ในอนาคต  
     “สิ่งที่สำคัญตอนนี้ คือ  กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ จะต้องร่วมกับอาลีบาบา โดยการผลักดันคนชั้นล่าง หรือ กลุ่มผู้ประกอบการใหม่ๆ หรือ พวก Next Gernaration ซึ่งที่ผ่านมา เขาต้องการโอกาสในการสร้างชีวิต และเวลามาถึงแล้ว ที่จะทำให้เขาสร้างอนาคตตัวเอง และผมประทับใจแจ็ค หม่า ที่เชื่อว่า จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยคนไทยและเพื่อนบ้านของไทยได้อย่างมาก และท่านมีหัวใจที่ใหญ่มาก ไม่ใช่แค่สมอง
 
***โบรกฯมองหุ้นนิคม-โลจิสติกส์ รับอานิสงส์
    บล.บัวหลวง ชี้หุ้นนิคมอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ได้ประโยชน์จากการการลงทุนของกลุ่มอาลีบาบา ในพื้นที่ EEC เพื่อสนับสนุนการตลาด E-Commerce ให้ SME ไทย  
    เช่นเดียวกับ บล.เออีซี  มองว่า Jack Ma ประธานกลุ่มอาลีบาบาจะมาไทยเพื่อประกาศแผนลงทุนสร้างศูนย์ Smart Digital Hub ในพื้นที่EEC หนุนให้การขนส่งสินค้าระหว่างไทยจีนและ CLMV มีประสิทธิภาพมากขึ้นคาดหนุนแรงซื้อเก็งกำไรหุ้นนิคมที่มีพื้นที่ในเขต EEC เลือก AMATA (Consensus TP@27.0) และ WHA (Consensus TP@4.6)
    บล.โนมูระ พัฒนสิน คาดราคาหุ้นในกลุ่มนิคมฯปรับตัวขึ้นคาดหวังการลงทุนของ Alibaba และยอดขอบีโอไอ โดย  โดยราคาหุ้น AMATA และ WHA ปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้า คาดมาจากความคาดหวังของตลาด ต่อการเข้ามาลงทุนในไทยของ Alibaba ประกอบกับยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอในไตรมาส 1/61 ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ที่อาจทำให้เกิดความต้องการพื้นที่คลังสินค้า และที่ดินนิคมฯ ในโซน EEC และพื้นที่ใกล้เคียง และเป็นประโยชน์ต่อกลุ่ม โดยเรามองผู้ที่มีโอกาสได้ประโยชน์หลัก 
    ส่วนของการลงทุนของ Alibaba จะเป็นผู้ที่มีพื้นที่คลังสินค้าให้เช่าและมีความชำนาญ ได้แก่ WHA และ TICON ที่ทุกๆพื้นที่เช่าที่เพิ่มขึ้น 100,000 ตร.ม. จะเป็น upside ต่อ TP18F ของเราที่ราว 4% และ 3% ตามลำดับ เนื่องจาก Alibaba เป็น platform e-commerce ขนาดใหญ่ ที่ไม่ได้เน้นลงทุนในทรัพย์สินเอง (มองไม่ได้เข้ามาทำโรงงานผลิตสินค้า) แต่จะเน้นด้าน logistic ที่อาจต้องการพื้นที่คลังสินค้าของตนเองบางส่วน ทั้งนี้ในส่วนของยอดขอ BOI ใน 1Q18 หากการเพิ่มขึ้นมาจากส่วนของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเป็นหลัก (BOI ยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดการขอรับการส่งเสริม) ผู้ที่ได้ประโยชน์อาจจำกัด และอาจไม่ได้สะท้อนถึงแนวโน้มที่ BOI ในช่วงที่เหลือของปี 2018F จะสูงเหมือน 1Q18

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด