สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 16 มีนาคม 2561 | 17:46

SC ลั่นรายได้ปี 63 กระฉูดแตะ 2.2 หมื่นลบ.

SC ลั่นรายได้ปี 63 กระฉูดแตะ 2.2 หมื่นลบ.

       บมจ. เอสซี แอสเสท (SC) ลั่นยอดขาย -รายได้ปีนี้นิวไฮอยู่ที่ 1.7 หมื่นลบ. จากปีก่อนที่ทำได้ 1.5 หมื่นลบ.  ส่วน Backlog ล่าสุดอยู่ที่ 9.7 พันลบ. ตั้งเป้าปี 62 - 63 รายได้แตะ 2 และ 2.2 หมื่นลบ.ตามลำดับ  อัดงบลงทุนปีนี้ 1 หมื่นลบ. ใช้ซื้อที่ดิน 9 พันลบ. - ลงทุนอพาร์ทเมนต์ในสหรัฐ 1 พันลบ. ชี้ช่วยหนุน IRR ไม่ต่ำกว่า 15%  ยันไร้แผนเพิ่มทุน - ไม่สนใจ PACE ด้านโบรกฯ มองกำไรโตกระโดด - ปันผลเด่น เชียร์ซื้อให้เป้า 4.43 บ. 
    
    บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC จัดงาน Opportunity Day อัพเดทแนวโน้มทิศทางธุรกิจของบริษัท ในปี 2561 - 2563 พร้อมประเมินว่ายอดขาย - รายได้ปีนี้ จะทำนิวไฮที่ 1.7 หมื่นล้านบาท และโตต่อเนื่องไปถึงปี 2563 ที่คาดว่ารายได้จะสูงถึง 2.2 หมื่นล้านบาท     โดยราคาหุ้น SC ปิดการซื้อขาย วันศุกร์ที่ผ่านมา (16 มี.ค.61) ปิดที่ระดับ 3.84 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท หรือ 0.52% มูลค่าการซื้อขาย 14.64ล้านบาท   

    
*** ปีนี้ตั้งเป้ารายได้นิวไฮ 1.7 หมื่นลบ. ลั่นปี 63 แตะ 2.2 หมื่นลบ.   
    นายอรรถพล สฤษฎิพันธาวาทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านสนับสนุนองค์กร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC  เปิดเผยว่า  บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายเและรายได้ปีนี้อยู่ที่ 17,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่ทำได้ 15,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันมียอดขายรอโอน (Backlog) 9,703 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ปีนี้ 50% โดยแบ่งเป็นแนวสูง 30% และ แนวราบ 20% และ ในปี 62 และ 63 จะรับรู้ปีละอีก 25%
    “ปีนี้รายได้และยอดขายจะทำได้ตามเป้าหมายที่ 1.7 หมื่นล้านบาท และ ปี 62 ยอดขายที่ 2.1 หมื่นล้านบาท และ รายได้ 2 หมื่นล้านบาท ส่วนปี 63 ตั้งเป้ายอดขาย 2.4 หมื่นล้านบาท และ รายได้ 2.2 หมื่นล้านบาท โดยเรามองว่าปีนี้จะทำนิวไฮได้อีกครั้ง หลังเปิดโครงการใหม่ๆ และ ไตรมาส 1/61 ยอดขายก็ทำได้ดี โดยเชื่อว่าจะใกล้เคียง หรือ ดีกว่า ไตรมาส 1/60 ที่ทำยอดขายได้ 3.4 พันล้านบาท”นายอรรถพล กล่าว
    ปีนี้มีแผนเปิด 19 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 19,000 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 17 โครงการ มูลค่า 15,000 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกจะเปิด 6 โครงการ มูลค่า 5,450 ล้านบาท และ ครึ่งปีหลังอีก 11 โครงการ มูลค่า 9,550 ล้านบาท ซึ่งไฮไลท์แนวราบ คือ township concept devolopment 2 โครงการที่บริเวณกรุงเทพกรีฑา 115 ไร่ จัดสร้างได้ 5 โครงการ มูลค่าโครงการประมาณ 4,000 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นประมาณ 3 ล้านบาท และ กรุงเทพตะวันตกบางกระดี 200 ไร่ 7 โครงการ มูลค่ารวม 4,000 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 2 ล้านบาท คาดจะเปิดขายช่วงครึ่งปีหลัง และ โครงการใหม่แนวราบปีนี้จะเน้นแบรนด์ PAVE และ VERVE บ้านเดี่ยว และ ทาวน์โฮมระดับ 2-5 ล้านบาท รองรับการเติบโตของตลาดแนวราบ
    โครงการคอนโดมีเนียมมีแผนเปิด 2 โครงการ มูลค่า 4,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ CENTRIC รัชโยธิน มูลค่า 1,500 ล้านบาท โดยเปิดขายไปแล้วเพียง 1 สัปดาห์ ซึ่งมียอดจองเข้ามาแล้ว 70% และ โครงการ THE CREST สุขุมวิท 23 มูลค่า 2,500 ล้านบาท ที่จะเปิดช่วงไตรมาส 4/61
    
*** อัดงบลงทุน 1 หมื่นลบ. แบ่งซื้อที่ดิน 9 พันลบ. - อพาร์ทเม้นท์ในสหรัฐ 1 พันลบ.   
    สำหรับงบลงทุนปีนี้ตั้งไว้ 10,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นซื้อที่ดิน 9,000 ล้านบาท ซึ่งจะกระจายไปทั่วประเทศ และ อีก 1,000 ล้านบาท จะลงทุนในการเข้าซื้ออพาร์ทเม้นท์ในสหรัฐ ภายใต้การลงทุนในบริษัท เอสซี อัลฟ่า อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (SC ALPHA) ซึ่ง SC ถือหุ้นในสัดส่วน 100% โดยเป็นโครงการที่ตั้งอยู่ในเมืองที่แหล่งการศึกษา และ ศูนย์กลางเทคโนโลยี ซึ่งเจาะกลุ่มผู้อยู่อาศัยนักศึกษา และ คนทำงานที่อยู่ในสหรัฐ
    โดยมีเมืองเป้าหมายที่สนใจในสหรัฐทั้งหมด 25 เมือง ซึ่งจะมีข้อสรุป 1 โครงการ ใน 1 เมือง ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ โดยรูปแบบการเข้าลงทุนในช่วงแรกจะเป็นการซื้อมาเข้าไปปรับปรุง และ จะเริ่มปล่อยให้ผู้สนใจเข้าพัก ซึ่งหากโครงการดังกล่าวเริ่มมีอัตราการเช่ามากขึ้น และ มีการเช่าที่สม่ำเสมอก็มีโอกาสที่พิจารณาขาย โดยคาดหวังอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ไม่ต่ำกว่า 15% ในกรณีที่บริษัทขายโครงการ
    ส่วนอัตราผลตอบแทนจากการเช่า คาดหวังอยู่ที่ 5% ต่อปี โดยจะมีการพิจารณาลงทุนในโครงการอพาร์ทเม้นท์ใหม่ในสหรัฐอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะใช้งบลงทุน 1,000 ล้านบาทในปีนี้ และ ในปี 62 และ 63 ก็คาดว่าจะใช้งบลงทุนอีกปีละ 1,000 ล้านบาท โดยบริษัทคาดหวังรักษาสัดส่วนรายได้ประจำให้อยู่ที่ 5-7%

*** ออกหุ้นกู้อีก 3-4 พันลบ.  - ยันไม่สนใจลงทุน PACE 
    ปีนี้บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้ปีนี้ 3,000-4,000 ล้านบาท อายุเฉลี่ยมากกว่า 3 ปี ส่วนหนึ่งเป็นขยายธุรกิจ และ ทดแทนหุ้นกู้ชุดเดิม โดยอัตราดอกเบี้ยจะอิงกับภาวะตลาด ซึ่งบริษัทไม่มีแผนเพิ่มทุนในช่วง 3 ปีนี้ เนื่องจากปัจจบันบริษัทมีกระแสเงินสด และ วงเงินจากธนาคารพาณิชย์ในระดับสูง โดยยังไม่ได้เบิกใช้แต่อย่างใดถึงแม้ว่าอัตราหนี้สินต่อทุน(DE) จะอยู่ที่ 1.58 เท่า เมื่อสิ้นปี 60 แต่เป็นการเพิ่มขึ้นจากการลงทุน ซึ่งปีนี้ DE จะเพิ่มขึ้นอีก 0.1 เท่า โดยบริษัทมีเป้าหมายคุม DE ไม่ให้เกิน 2 เท่า
    “ไม่ต้องกังวลเรื่อง DE เพราะเรามีการบริหารจัดการที่ดี ซึ่ง DE ที่เพิ่มขึ้นมาจากการลงทุนของเรา โดยปี 59 เราลงทุน 7,000 ล้านบาท และ ปี 60 ก็ลงทุน 7,000 ล้านบาท ส่วนปีนี้เราก็ลงทุน 10,000 ล้านบาท”นายอรรถพล กล่าว
    ส่วนโครงการของบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE โครงการนิมิตหลังสวน โดยบริษัทไม่มีแผนเข้าไปซื้อโครงการดังกล่าว ซึ่งบริษัทมีนโยบายเน้นการเติบโตด้วยตนเอง และ ไม่มีแผนการเข้าซื้อกิจการอสังหา และ ธุรกิจที่บริษัทไม่มีความชำนาญ
 
*** โบรกฯ เชียร์ ซื้อ ลุ้นปีนี้กำไรโตก้าวกระโดด ให้เป้า 4.43 บ.   
    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส เผยกลยุทธ์สำคัญในปี 61 ของ SC  จะเปิดขายโครงการใหม่มากขึ้นเป็น 19 โครงการ มูลค่า 19 พันล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 17 โครงการ และคอนโด 2 โครงการ เทียบกับปี 59 ที่เปิดขาย 15 โครงการ มูลค่า 2.57 หมื่นล้านบาท มีการเจาะตลาดระดับ Mass มากขึ้น ด้วยแบรนด์ Pave และ Verve  อีกทั้งมีการขยายไปต่างจังหวัดในเขตระเบียงเศรษฐกิจ (EEC)คือ ฉะเชิงเทราเป็นครั้งแรกในจำนวน 2 โครงการ 
    นอกจากนี้?ยังเร่งโอนคอนโดและเปิดขายใหม่ สองคอนโดที่เป็นหัวใจสำคัญที่จะมีการโอนเป็นรายได้คือ ศาลาแดงวัน (ขายแล้ว 43% เริ่มโอน 2Q61) และ Beatniq (ขายแล้ว 37% เริ่มโอน 4Q61) บริษัทมีแผนที่จะทำการตลาดเพิ่มเพื่อเร่งยอดขาย ด้านคอนโดใหม่ที่จะเปิดขายปีนี้ 2 โครงการคือ Centric รัชโยธิน ซึ่งเปิดขายออนไลน์ 20% ขายได้หมด (Sold Out) และจะเปิดขาย Presale ในวันที่ 10-11 มี.ค.61 นี้ บริษัทคาดว่าจะขายได้รวม 70% ทีเดียว และอีกหนึ่งโครงการคือ The Crest สุขุมวิท 23 เปิดขาย 4Q61 สำหรับคอนโดที่จะเปิดขายปี 62 มี 2 โครงการคือ อ่อนนุชเป็นคอนโดตึกเตี้ย 3 อาคาร จุดเด่นคือ โอนได้เร็วในปี 62 เลย และคอนโดหลังสวนเป็นโครงการแรกของ SCOPE 
    คงคำแนะนำ ซื้อ โดยคาดว่าปีนี้อัตราเติบโตกำไรหลักก้าวกระโดดเป็น 58% y-o-y และปี 62 โตต่อเนื่องอีก 8% y-o-y ผนวกกับจ่ายเงินปันผลได้สูง คาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลปีนี้และปีหน้าเป็น 5.1%/5.5% ตามลำดับ จะช่วยกระตุ้นราคาหุ้นได้ นับว่า SC เป็นบริษัทที่เติบโตเร็วในอุตสาหกรรม  เป้าหมายว่ายอดขายรวมปีนี้ถึงปี 63 ยอดขายรวมจะมากกว่า 6 หมื่นล้านบาท  ด้านราคาพื้นฐานประเมินด้วย Forward P/E ปี 61 ที่ 9 เท่าเป็น 4.43 บาท ราคาปิดมีส่วนเพิ่มอีก 14%
 
 
    
    

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด