สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 3 กรกฎาคม 2561 | 17:15

GUNKUL ลั่นรายได้ปีนี้โต 20% จับมือ CPF ลุยโซลาร์รูฟ

GUNKUL ลั่นรายได้ปีนี้โต 20% จับมือ CPF ลุยโซลาร์รูฟ


    GUNKUL จับมือ CPF ลุยโซลาร์รูฟใหญ่สุดในประเทศ 40 MW มูลค่า 1.4 พันลบ. มั่นใจช่วยหนุนรายได้ปีนี้โต 20% - ยอดขายไฟแตะ 583 MW แถมรับรู้ Backlog อีก 900 ลบ.ทั้งหมดในปีนี้  ด้าน CPF เผยเตรียมทำเฟส 2 อีก 40 MW คาดชัดเจนปีหน้า ฟากโบรกฯ ประสานเสียงดีลนี้เพิ่มอัพไซด์ GUNKUL ในอนาคต
     
***  จับมือ CPF ทำโซลาร์รูฟใหญ่สุดในไทย มูลค่า 1.4 พันลบ. 
    นายกัลกุล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการ บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่า ได้รับงานติดตั้งโซลาร์รูฟ จำนวน 34 โครงการ รวม 40 MW  ให้ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF  ซึ่งเป็นการทำโซลาร์บนหลังคาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้  
              โครงการดังกล่าวความร่วมมือในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่มีมูลค่าโครงการประมาณ 1,400 ล้านบาท โดย GUNKUL  จะเป็นผู้ลงทุนและดูแลระบบตลอดอายุสัญญาระยะเวลา 15 ปี โดยจะทำการติดตั้งแผงโซลาเซลล์ทั้งหมด 120,000 แผ่น บนหลังคาของโรงงานซีพีเอฟจำนวน 34 แห่ง รวมเป็นพื้นที่ราว 230,000 ตารางเมตร หรือเทียบได้กับโรงไฟฟ้าขนาด 40 เมกะวัตต์ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้ถึง 53 ล้านหน่วยต่อปี   
 
***  มั่นใจรายได้ปีนี้โต 20% - ลุ้นติดโซลาร์รูฟอีก 20 MW
    นางโศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่า เป้าหมายการดำเนินธุรกิจในปี 2561บริษัทมั่นใจว่ารายได้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือเติบโตจากปีก่อน 20% จากปีก่อนที่ทำได้ รับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าเข้ามาเพิ่มเติม นอกจากนี้บริษัทยังมีงานในมือ(Backlog)ในส่วนของธุรกิจ EPC อยู่อีกราว 800 - 900 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ทั้งหมดได้ในปีนี้
    โดยแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทคาดว่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากบริษัทจะไม่มีการบันทึกผลขาดทุนจากอัตราการเเลกเปลี่ยนเหมือนในครึ่งปีแรก และบริษัทยังคงดำเนินธุรกิจการผลิตติดตั้ง โซลาร์บนหลังคา ภายใต้แบรนด์ GRoof อย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันได้มีการเจรจาติดตั้งโซลาร์รูฟในโรงงานอุตสาหกรรมของบริษัทเอกชนอีก 20 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดหวังจะได้งานในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยหากได้รับงานดังกล่าวบริษัทคาดว่าจะทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทในสิ้นปีนี้เป็น 583 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 513 เมกะวัตต์ (ยังไม่รวมกับงานโครงการ CPF Solar Rooftop ขนาด 40 เมกะวัตต์กับโซลาร์รูฟในโรงงานบริษัทเอกชนอีก 10 เมกะวัตต์)
  
*** CPF แย้มเล็งทำเฟส 2 อีก 40 MW  
    นายอนุวัตน์ สุธรรมนิรันดร์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ด้านวิศวกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF  เปิดเผยว่า CPF Solar Rooftop ทาง GUNKUL จะเป็นผู้ลงทุนและดูแลระบบตลอดอายุสัญญาระยะเวลา 15 ปี โดยจะทำการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ทั้งหมด 120,000 แผ่น บนหลังคาของโรงงานซีพีเอฟจำนวน 34 แห่ง ครอบคลุมโรงงานอาหารสัตว์บก โรงงานอาหารสัตว์น้ำ โรงงานแปรรูปอาหาร และโรงงานอาหารสำเร็จรูป รวมเป็นพื้นที่ราว 230,000 ตารางเมตร หรือเทียบได้กับโรงไฟฟ้าขนาด 40 เมกะวัตต์ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้ถึง 53 ล้านหน่วยต่อปี ซึ่งนับได้ว่าเป็นโครงการโซลาร์รูฟ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ และสามารถช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าขององค์กรได้อีกด้วย
    ซึ่งขณะเดียวกันบริษัทมีแผนที่จะลงทุนโครงการดังกล่าวในเฟส 2 ด้วยเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาและศึกษาหาพื้นที่ในการติดตั้งแผงโซลาร์รูฟ บนหลังคา ซึ่งคาดว่าจะชัดเจนได้ในปี 62 แต่ในเบื้องต้นคาดว่าจะมีขนาดไม่น้อยกว่า 40 เมกะวัตต์ นอกจากนี้บริษัทยังได้ตั้งเป้าหมายที่จะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังโรงงานและฟาร์มภายในประเทศของบริษัทให้ครบทั้ง 200 แห่งในปี 63

*** ตั้งเป้าขายไฟจาก Solar Rooftop แตะ 200-250 MW  ใน 3 ปีข้างหน้า   
      บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า  การจับมือ CPF เป็นประเด็นบวก ซึ่งสอดคล้องกับแผนขยายการลงทุนของ GUNKUL ที่ต้องการมีกำลังการผลิต 1,000 MW ภายในระยะเวลา 3 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 513.1 MW ในเบื้องต้น GUNKUL ประเมินผลตอบแทนการลงทุนโครงการโซลาร์รูฟ ในลักษณะของ Private PPA มากกว่า 10% โดยจะเข้าไปลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาให้กับลูกค้าโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทำให้ลูกค้าสามารถซื้อไฟฟ้าจาก GUNKUL ได้ในราคาราว 3.0 บาท/หน่วย ซึ่งต่ำกว่าการซื้อไฟฟ้าจากภาครัฐ ที่อยู่ที่ 3.8 บาท/หน่วย ทั้งนี้หากลูกค้าซื้อไฟฟ้ากับ GUNKUL ครบ 15 ล้านหน่วย GUNKUL จะโอนกรรมสิทธิ์แผงโซลาร์ดังกล่าวให้กับลูกค้า ส่งผลให้ลูกค้าสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกต่อไป 
    อย่างไรก็ตาม GUNKUL ตั้งเป้า Private PPA จากโครงการโซลาร์รูฟในปี 2561 ราว 60-70 MW  และในช่วง 3 ปีข้างหน้าราว 200-250 MW 
    ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยยังไม่รวมโครงการดังกล่าวไว้ในประมาณการ โดยจะนำเสนอรายละเอียดอีกครั้งหากมีความชัดเจนมากขึ้น โดยในส่วนมูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2561 ฝ่ายวิจัยประเมินเท่ากับ 4.0 บาท/หุ้น โดยปัจจุบันราคาหุ้นให้ upside ที่สูง รวมถึงมี Dividend Yield อยู่ในระดับที่ดี 

*** โบรกฯ ชี้ดีล CPF - FEC เป็นบวก ให้เป้าหมาย 5.50 บ. 
    บล.เอเชียเวลท์ เปิดเผยว่า จากโครงการ CPF ร่วมมือ GUNKUL ติดโซลาร์รูฟฯ 40 MW   และการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท ฟิวเจอร์ อีเล็คทริคอล คอนโทรล จำกัด (FEC) ก่อนหน้านี้จำนวน 10 ล้านหุ้น คิดเป็น 100% มูลค่าการลงทุนในวงเงินไม่เกิน 650 ล้านบาท  นั้น FEC เป็นผู้ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน รวมทั้งธุรกิจรับเหมาก่อสร้างระบบ คาดกำไรปกติของ GUNKUL  ปี 2561-2562 มีแนวโน้มเติบโตสูงจากโรงไฟฟ้าพลังลม ขนาดกำลังการผลิตรวม 170 MW ที่เริ่ม COD ตั้งแต่ปี 2561 นี้ 
    ในขณะที่ธุรกิจก่อสร้าง (EPC) ที่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าจะได้ประโยชน์จากการซื้อหุ้น FEC ที่ช่วยเพิ่มเพิ่มความแข็งแกร่งและโอกาสชนะประมูลโครงการภาครัฐต่างๆ เช่น โครงการวางสายเคเบิลใต้น้ำที่เกาะเต่าและเกาะ สมุย มูลค่า 4,200 ล้านบาท คาดว่าเปิดประมูลในไตรมาส 4/61 ปัจจุบัน FEC มีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) กว่า 800 ล้านบาท ที่จะสามารถบันทึกรายได้เข้ามาตั้งแต่ในช่วงไตรมาส 3/61 แนะนำซื้อราคาเป้าหมาย 5.50 บาท 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด