สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 4 พฤษภาคม 2561 | 17:42

หุ้นไทยอืด! ฝรั่งกังวลเลื่อนเลือกตั้งเทขาย 8.8 หมื่นลบ.

หุ้นไทยอืด! ฝรั่งกังวลเลื่อนเลือกตั้งเทขาย 8.8 หมื่นลบ.

    ต่างชาติยังทิ้งหุ้นไทยไม่หยุด พบตั้งแต่ต้นปีขายสุทธิหุ้นไทยแล้ว 8.8 หมื่นลบ. กูรูชี้ เลื่อนเลือกตั้ง -  กำไรแบงก์ส่อแววทรุด - สงครามการค้า ตัวการทำนักลงทุนกระเจิง พร้อมชี้หุ้นฟิลิปปินส์ - อินโดฯ ถูกเทขายไม่ต่างกัน หลังกังวลเงินเฟ้อพุ่ง แต่ไทยยังแกร่งกว่าเพราะเงินเฟ้อต่ำ-สถาบันในประเทศเก็บหุ้นต่อเนื่อง มองกรอบ SET เดือนนี้ 1,700-1,860 จุด          

    ตลาดหุ้นไทยปิดสัปดาห์ (30 เม.ย.-4 พ.ค.61)ไม่น่าประทับใจ เพราะเมื่อวันศุกร์ที่ผ่าน (4 พ.ค.61) ดัชนีฯ มาลดลงถึง 10.93 จุด หรือ 0.61% มาอยู่ที่ 1,779.87 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.58 หมื่นล้านบาท  ขณะที่สัดส่วนการซื้อขายของนักลงทุนรายกลุ่มยังพบว่า นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยออกมาต่อเนื่อง อีก 4.14 พันล้านบาท รวมทั้งสัปดาห์ขายสุทธิ 1.12 หมื่นล้านบาท  ทั้งนี้พบว่าตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 4 พ.ค.61 ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยแล้ว 8.8 หมื่นล้านบาท  

*** พบก.พ.ขายมากสุด 4.1 หมื่นลบ. - เปิดพ.ค. 3 วัน ทิ้งหุ้นแล้ว 8.5 พันลบ.
    สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ แบบรายเดือน ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีดังนี้ 

 มูลค่าซื้อ-ขายสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติแยกเป็นรายเดือนปี 2561  

  
เดือน      มูลค่า(ล้านบาท)
ม.ค.-61             5,699.29
ก.พ.-61            41,381.97
มี.ค.-61            11,035.63
เม.ย.-61            21,449.86
2-4 พ.ค.61             8,530.27
รวม           88,097.02

       

*** เลื่อนเลือกตั้ง ทำต่างชาติกระเจิง  
    นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET   ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยออกไปกว่า 8 หมื่นล้านบาท  โดยปัจจัยกดดันจากความชัดเจนในเรื่องการเลือกตั้ง ที่เลื่อนออกไป ซึ่งหากปัจจัยดังกล่าวมีชัดเจนมากขึ้น ก็จะส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติกลับมาให้ความสำคัญในการลงทุนเช่นกัน  แต่ทั้งนี้มองว่าแรงขายต่างชาติในรอบนี้ไม่ได้กระทบต่อตลาดหุ้นมากนัก เนื่องจากมีแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันในประเทศเข้ามาพยุงตลาดไว้
     สำหรับหุ้นไทยสัปดาห์นี้ประเมินว่า ยังคงผันผวนในกรอบ 1,770 -1,800 จุด เนื่องจากจะเป็นสัปดาห์สุดท้ายที่บริษัทจดทะเบียน จะทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/61  โดยมีบริษัทที่มีผลต่อตลาดหุ้นค่อนข้างมากอย่าง PTT - PTTGC - IVL - BJC  และ CPALL จึงต้องติดตามว่าผลประกอบการจะออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้หรือไม่   
    ส่วนปัจจัยในต่างประเทศคงต้องติดตาม คือนโยบายของ นายโรนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ  อย่างมาตราการคว่ำบาตรประเทศอิหร่าน ที่จะพิจารณาในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร  ซึ่งหากยังคงคว่ำบาตรต่อจะมีผลต่อราคาน้ำมัน - ปิโตรเคมีในตลาดให้ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความคืบหน้าของสงครามการค้าระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศจีน 
    สำหรับกลยุทธ์การลงทุนให้เน้นหุ้นที่มีผลประกอบการโดดเด่น เพื่อลงทุนในระยะยาว  อย่างกลุ่มค้าปลีก CPALL - BJC กลุ่มปิโตรเคมีอย่าง IVL - PTTEPและกลุ่มขนส่ง  BTS
    
*** SET ยังแกร่งกว่าเพื่อนบ้าน เหตุเงินเฟ้อต่ำ  
    บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า  ความกังวลว่าเงินเฟ้อกำลังปรับเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง ในขณะที่การขยายตัวเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศในภูมิภาคมีแนวโน้มชะลอตัว กลายเป็นปัจจัยลบที่ทำให้เกิดแรงขายใน Emerging Market อย่างหนัก
              ทั้งนี้ MSCI Emerging Market ปรับลดลง 1.4% ตั้งแต่ต้นปี แต่ฟิลิปปินส์ปรับร่วง 14% อินโดนีเซีย 8% ถือเป็นการปรับลงที่มากที่สุดในเอเชีย ซึ่งสอดคล้องกับการขายสุทธิหนักของต่างชาติ โดยขายในอินโดนีเซียตั้งแต่ต้นปี 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ และฟิลิปปินส์ 820 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการเร่งตัวของเงินเฟ้อฟิลิปปินส์ ล่าสุด 4.5% และอินโดนีเซีย 3.4%
              ทั้งนี้แม้ต่างชาติจะขายสุทธิในไทยหนัก 2.6 พันล้านเหรียญ แต่ SET Index ยังสามารถที่จะปรับเพิ่มขึ้น 2% สวนประเทศอื่นในภูมิภาคได้ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากเงินเฟ้อในประเทศที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 1% ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง (KS Research คาด 1Q61 GDP Growth 4.2%)
              มองกระแสเงินที่ไหลออกจากภูมิภาค จะกระทบต่อ SET Index น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในภูมิภาค เนื่องจากยอดสะสมของต่างชาติในตลาดหุ้นไทยนับตั้งแต่ปี 2552 - ปัจจุบันยังติดลบ 6.7 พันล้านเหรียญ ขณะที่อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์มียอดสูงถึง 4.6 และ 6.6 พันล้านเหรียญตามลำดับ หากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อมีเพิ่มมากขึ้น หรือความกังวลสภาพคล่องของโลกที่จะลดน้อยลงจากการขึ้นดอกเบี้ย การลดขนาดงบดุลของ Fed และการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นของ ECB และ BoJ รวมไปถึงธนาคารกลางของประเทศอื่นๆในอนาคต ตลาดหุ้นใน Emerging Market ของประเทศไหนที่มียอดสะสมของต่างชาติปริมาณสูงจะมีความเสี่ยงเรื่องกระแสเงินไหลออก    

*** สงครามการค้า - กำไรแบงก์ชะลอ กดดันซ้ำ 
    นายอภิชัย เรามานะชัย รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ แอพเพิล เวลธ์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  ประเมินภาวะตลาดหุ้นไทยในเดือน พ.ค. 2561 ในกรอบ 1,700–1,860 จุด โดยสัญญาณทางเทคนิคพบว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มอ่อนตัวลงในระยะ 1-2 เดือน จากปริมาณการซื้อขายที่ชะลอตัวลงสู่ระดับเฉลี่ย 5 หมื่นลบ./วัน โดยปัจจัยกดดัน จากสงครามการค้าสหรัฐฯ–จีน ดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐที่ปรับสูงขึ้น และความกังวลต่อผลประกอบการกลุ่มธนาคารจากมาตรการฟรีค่าธรรมเนียมโอนเงิน ซึ่งจะให้ Fund Flow จากต่างชาติยังชะลอตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า
       “ดัชนี SET ณ สิ้นเดือน เม.ย. 2561 ถูกต่างชาติและพอร์ตโบรกเกอร์ขายสุทธิ 2.14 หมื่นลบ. และขาย 1.36 พันล้านบาท ตามลำดับ ส่วนสถาบันซื้อสุทธิ 1.55 หมื่นล้านบาท  ” นายอภิชัย กล่าว
    โดยกลยุทธ์การลงทุน ในเดือน พ.ค. หากดัชนีฯผ่านแนวต้าน 1,805 จุดได้ พร้อมปริมาณซื้อขาย 7–8 หมื่นล้านบาท เป็นสัญญาณบวกดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,840–1,850แต่หากหลุดแนวรับ 1,750 จุด ถือว่าเป็นสัญญาณลบ ดัชนีมีโอกาสลงสู่ระดับแนวรับ 1,700–1,720 แนะนำซื้อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว AOT, ERW กลุ่มส่งออกไก่ CPF, GFPT, TFG และชิ้นส่วนยานยนต์ AH และ SAT
        

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด