สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 7 มีนาคม 2561 | 17:08

หุ้นปิโตรฯดี๊ด๊า PTTGC จ่อเพิ่มเป้ายอดขาย-IRPC ยิ้มรับค่ากลั่นพุ่ง

หุ้นปิโตรฯดี๊ด๊า PTTGC จ่อเพิ่มเป้ายอดขาย-IRPC ยิ้มรับค่ากลั่นพุ่ง

"พีทีที โกลบอล เคมิคอล" เตรียมปรับเพิ่มเป้ายอดขายทั้งปี จากเดิมคาดทำได้ 4.8 แสนล้านบาท หลังราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น หนุนผลงานดีตั้งแต่ไตรมาส 1/61 พร้อมวางงบลงทุน 3 หมื่นล้านบาท ลุยโครงการโพลียูรีเทน กำลังผลิต 4 แสนตันต่อปี ด้าน"ไออาร์พีซี" คาดรายได้ปีนี้ดีกว่าปีก่อน หลังกำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มเป็น 2.15-2.17 แสนบาร์เรล/วัน ขณะที่ GIM ทรงตัวสูงที่ 14-15 เหรียญ/บาร์เรล เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง

*** PTTGC เล็งเพิ่มเป้ายอดขายจาก 4.8 แสนลบ.
    นายทิติพงษ์ จุลพรศิริ ผู้จัดการฝ่ายหน่วยงานการเงินองค์กรและนักลงทุนสัมพันธ์  บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ในช่วงกลางปีนี้ บริษัทเตรียมปรับเพิ่มเป้ายอดขายปีนี้ จากเดิมคาดอยู่ที่ 4.8 แสนล้านบาท เนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทประเมินราคาน้ำมันเฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ 60-65 เหรียญต่อบาร์เรล จากปีก่อนที่อยู่ 53 เหรียญต่อบาร์เรล ทำให้ราคาขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทเพิ่มขึ้น รวมถึงปริมาณการผลิตเพิ่มสูงขึ้น โดยอัตราการใช้กำลังการผลิตอะโรเมติกส์จะเพิ่มมาอยู่ที่ 91% อัตราการใช้กำลังการผลิตโอเลฟินส์จะอยู่ที่ 99% และ โรงกลั่นจะมีอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ 100% ซึ่งจากการใช้อัตรากำลังการผลิตเต็มประสิทธิภาพสะท้อนแนวโน้มการทำอัตรากำไรที่ดีขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อนอีกด้วย
    สำหรับส่วนต่างราคาวัถุดิบกับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอะโรเมติกส์ปีนี้ แบ่งเป็น พาราไซลีน(PX) อยู่ที่ระดับ 365 เหรียญต่อตัน จากปีก่อน 360 เหรียญต่อตัน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลิตภัณฑ์พาราไซลีนจะมีการปิดซ่อมบำรุงภายในไตรมาส 3/61 แต่บริษัทคาดว่าจะมีกำลังผลิตใหม่จากเวียดนาม และ ตะวันออกกลางเข้ามาช่วยทดแทนในช่วงปลายปีนี้ หลังจาก 2 โครงการดังกล่าวมีการล่าช้ากว่ากำหนด ส่วนเบนซีนอยู่ที่ระดับ 310 เหรียญต่อตัน จากปีก่อนที่ 330 เหรียญต่อตัน โดยประเมินว่าความต้องการผลิตภัณฑ์ใยสังเคราะห์ยังคงเติบโตอยู่จึงส่งผลให้ราคาส่วนต่างผลิตภัณฑ์ยังมีแนวโน้มที่ดีอยู่
    ในขณะที่ส่วนต่างราคาวัตถุดิบกับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มโอเลฟินส์ปีนี้ แบ่งเป็น HDPE อยู่ที่ระดับ 1,243 เหรียญต่อตัน ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยยังมีความต้องการผลิตภัณฑ์อยู่ และ ราคายังอยู่ในระดับที่ดี เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ของตลาดโลกโดยรวมเข้าสู่ระบบช้าทำให้ราคายังทรงตัวอยู่ในทิศทางที่ดี
    ส่วนโรงกลั่นปีนี้บริษัทประเมินราคาน้ำมันดูไบเฉลี่ยที่ 60-65 เหรียญต่อบาร์เรล ส่วนค่าการกลั่น (GRM) จะเฉลี่ยอยู่ที่ 6.6 เหรียญต่อบาร์เรล จากปีก่อนที่อยู่ 6.74 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งคาดว่าการทำกำไรขั้นต้นจากโรงกลั่นจะลดลงเล็กน้อย
    “ผลประกอบการปีที่แล้วถือว่าดีที่สุดตั้งแต่จัดตั้งมา โดยได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบที่เฉลี่ยอยู่ที่ 60 เหรียญต่อบาร์เรล ส่งผลให้ในภาพรวมทำให้กำไรปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ส่วนปีนี้สถานการณ์ตลาดหากเป็นไปตามที่คาดก็คงมีแนวโน้มที่ดีขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน เมื่อเทียบจากไตรมาส 1/60 หรือ ไตรมาส 4/60 แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะหากกำลังการผลิตใหม่จากสหรัฐที่จะเข้ามาช่วงกลางปีก็จะส่งผลกระทบต่อราคาขายผลิตภัณฑ์ได้ส่งให้เราต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ปลายน้ำเพื่อรักษามาร์จิ้น พร้อมกับเดินหน้าลดต้นทุน และ สร้างกำไรให้กับบริษัท”นายทิติพงษ์ กล่าว

*** ตั้งงบลงทุน 3 หมื่นลบ.
    นายทิติพงษ์ กล่าวว่า  บริษัทวางงบลงทุนปีนี้ จำนวน 3 หมื่นล้านบาท โดยจะเน้นขยายโครงการ โพลียูรีเทน(PO/Polyols) และโครงการ mLLDPE มีขนาดกำลังผลิต 4 แสนตันต่อปี คาดว่าจะเดินเครื่องในเชิงพาณิชย์ในเดือนมี.ค. นี้ ซึ่งมีมูลค่าการลงทุน 288 ล้านเหรียญ อย่างไรก็ตาม งบลงทุนข้างต้นถูกรวมอยู่ในงบลงทุนระยะยาวที่ 1 แสนล้านบาท โดยจะใช้ลงทุนต่อเนื่องถึงปี 63 ซึ่งรวมไปถึงการลงทุนในโครงการ EEC
     ปีนี้บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้ 1 หมื่นล้านบาท โดยจะนำเงินมาชำระหนี้ และ ขยายธุรกิจ ซึ่งยังไม่ได้กำหนดช่วงเวลาที่ออกและเสนอขาย ขึ้นกับสภาวะตลาด โดยก่อนหน้านี้บริษัทออกหุ้นกู้แล้ว 1 หมื่นล้านบาทในช่วงไตรมาส 3/60 อายุหุ้นกู้ 4 ปี ดอกเบี้ย 3.05% ปัจจุบันบริษัทมีหนี้สินต่อทุน(DE) อยู่ที่ 0.13 เท่า บริษัทมีนโยบายรักษา DE ไม่ให้เกิน 0.7 เท่า ทำให้บริษัทยังมีความสามารถในการกู้เงินได้อีกมาก

*** เล็งลงทุนผลิต-จำหน่ายพลาสติกวิศวกรรมชั้นสูง
    PTTGC แจ้งว่า ในวันที่ 7 มีนาคม 2561 บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาร่วมทุน (JVA) กับบริษัท Kuraray Co., Ltd (KRR) และ บริษัท Sumitomo Corporation (SC)  เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ ในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกวิศวกรรมชั้นสูงประเภท High-Heat Resistant Polyamide-9T (PA9T) ที่ 13,000 ตันต่อปี และ Hydrogenated Styrenic Block Copolymer (HSBC) ที่ 16,000 ตันต่อปี และดำเนินการยื่นคำขอต่อหน่วยงานภาครัฐในประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมทุนทำธุรกิจ PA9T และ HSBC (Merger Control Clearance)  โครงการร่วมทุนดังกล่าวมีแผนที่จะตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก (มาบตาพุด) จังหวัดระยอง และมีสัดส่วนการลงทุนของบริษัทฯ ร้อยละ 33.4 KRR ร้อยละ 53.3 และ SC ร้อยละ 13.3
     โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่ต้องการขยายธุรกิจในสาย Performance Chemicals เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์และอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีปริมาณความต้องการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนำผลิตภัณฑ์ภายในของบริษัทฯมาใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มสู่ผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ
 
*** IRPC มั่นใจรายได้ปีนี้สูงกว่าปีก่อน
    นางรัชดาภรณ์ ราชเทวินทร์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC  เปิดเผยว่า รายได้ปีนี้คาดว่า จะเติบโตดีกว่าปี 60 ที่มีรายได้ 216,845 ล้านบาท เนื่องจากในทุกกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีเติบโตดีอย่างต่อเนื่อง และภายหลังการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในปีก่อน ส่งผลให้กำลังการกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 215,000-217,000 บาร์เรลต่อวัน จากปีก่อน 180,000 บาร์เรลต่อวัน โดย GIM ปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 14-15 เหรียญต่อบาร์เรล ใกล้เคียงปีก่อนที่ 14.5 เหรียญต่อบาร์เรล
    ในปี 63 บริษัทตั้งเป้าหมาย EBITDA 29,000 ล้านบาท โดยแผนการลงทุน IRPC  ในช่วง 5 ปีข้างหน้า จะใช้งบลงทุนมูลค่า 53,000 ล้านบาท ซึ่งในปี 61 จะใช้เงินลงทุน 7,169 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานซ่อมบำรุง 2,470 ล้านบาท เพื่อตั้งเป้าหมายจะเป็นบริษัทชั้นนำธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจร

***เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง
    นางรัชดาภรณ์ กล่าวว่า ปีนี้คาดว่าจะเห็นข้อสรุปการเข้าซื้อกิจการหรือร่วมลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับปิโตรเคมี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีความสนใจในธุรกิจปิโตรเคมีปลายน้ำ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากปิโตรเคมี
    นอกจากนี้บริษัทมีแผนลงทุนโครงการใหม่ MARS คือการ ศึกษาลงทุนผลิตวัตถุดิบผลิตพาราไซลีน 1 ล้านตัน เพื่อผลิตพาราไซลีนได้ได้ 300,000 ตัน ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง 10-20% เมื่อเทียบกับรายอื่น โดยคาดว่าจะมีความต้องการเติบโตขึ้นปีละ 4-5 %  โดยศึกษาเบื้องต้นใช้เงินลงทุน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คาดเห็นข้อสรุปการลงทุนภายในต้นปี 62 ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทมีผลตอบแทนจากปิโตรเลียมเฉลี่ย 15% ซึ่งหากโครงการนี้เสร็จจะเพิ่มขึ้นเป็น 25%
    ปัจจุบันหนี้สินต่อทุน(DE) ของบริษัทอยู่ที่ 0.65 เท่า โดยปีนี้บริษัทมีเงินกู้ต้องชำระ 10,000 ล้านบาท ซี่งจะขอพิจารณาวิธีการหาแหล่งเงินทุน โดยจะคำนึงถึงต้นทุนทางการเงิน และต้องวางแผน Natural Hedge ค่าเงิน เพราะมีรายได้เชื่อมโยงกับเงินดอลลาร์มาก จึงต้องหาหนี้ที่เป็นดอลลาร์มาทดแทนกัน
 
*** PTT ลุ้นราคน้ำมัน 60-65 เหรียญ/บาร์เรล หนุนกำไรปีนี้โต
    นายพิจินต์ อภิวันทนาพร ผู้จัดการฝ่ายผู้ลงทุนสัมพันธ์ บริษัท บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT  เปิดเผยว่า กำไรสุทธิปี 61 มีแนวโน้มที่ดี หากราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 60-65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และทรงตัวถึงสิ้นปีนี้ จากปีก่อนเฉลี่ยที่ 53.14 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพราะ ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น 1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้ PTT มีกำไรสุทธิ ในงบรวม ที่ 200-300 ล้านบาท ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 63-64 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
     นอกจากนี้ราคาขายก๊าซฯได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน และประเมินค่าการกลั่นอ้างอิงสิงคโปร์ในปี 2561 คาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ระดับประมาณ 6.8-7 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ประเมินราคาปิโตรเลียมมีทิศทางสูงกว่าปีก่อน
    สำหรับงบลงทุนปี 61ของบริษัทอยู่ที่ 2.46 แสนล้านบาท แบ่งเป็น การใช้เพื่อปรับโครงการ จำนวน 1.59 แสนล้านบาท เช่น การเพิ่มทุนให้บริษัท ปตท.น้ำมัน และการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) เพื่อนำมาซื้อสินทรัพย์จากปตท. ซึ่งจะโอนทรัพย์สินเสร็จภายในปีนี้ และ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ปี 62 และเพิ่มทุนธุรกิจถ่านหิน ส่วนที่เหลืออีก 8.7 หมื่นล้านบาท ลงทุนท่อส่งก๊าซเส้นที่ 5 ธุรกิจก๊าซธรรมชาติฯลฯ
    "ปีนี้บริษัทอาจจะมีการระดมทุนโดยออกหุ้นกู้ประมาณ 700-800 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนด หลังจากปี 59-60 บริษัทไม่ได้มีการออกหุ้นกู้เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิม จากที่มีกระแสเงินสดในมือจำนวนมาก"

*** เตรียมเผยชื่อ CEO ใหม่ 12 เม.ย.นี้
    นายพิจินต์ กล่าวว่า ปตท.เตรียมจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 12 เม.ย. ซึ่งจะทราบผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ แทนนาย เทวินทร์ วงศ์วานิช ที่จะเกษียณอายุในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ 
    นอกจากนี้ในที่ประชุม ยังจะขอนุมัติการแตกพาร์ จาก 10 บาท เป็น 1 บาท เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้ามาลงทุนหุ้น PTT มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนเพียง 4 %  

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด