สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 10 พฤษภาคม 2561 | 18:46

IVL อวดกำไรโค้งแรกโต 31% เดินหน้าซื้อกิจการอีก 3 แห่ง

IVL อวดกำไรโค้งแรกโต 31% เดินหน้าซื้อกิจการอีก 3 แห่ง

    IVL อวดกำไรไตรมาส 1/61 แตะ 5,814 ล้านบาท โต 31% จากกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นตามแผนยุทธ์ศาสตร์ซื้อกิจการ มั่นใจดันงบไตรมาส 2/61 ดีต่อเนื่อง ลั่นปี 62 ปั๊ม EBITDA โต 45% จากปี 60 หลังมองภาพรวมอุตสาหกรรมทั่วโลกเติบโตแข็งแกร่ง และความต้องการ PET ที่ยังเพิ่มขึ้น ขณะที่ยังเดินหน้าซื้อกิจการสร้างการอีก 3 แห่งไปจนถึงปี 63 ฟากโบรกฯ แนะจับตา แผนซื้อโรงงานผ้าในอิสราเอล หนุนผลประกอบการบริษัทอีก 3%

*** เปิดงบ Q1/61 กำไร 5.81 พันลบ.  
    นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส หรือ IVL เปิดเผยว่า ไตรมาส 1/2561 มีกำไร 175 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 5,814 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  31% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 95 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4,426 ล้านบาท  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ผลจากการเติบโตจากธุรกิจเดิม (Organic growth) และการปรับปรุงโครงสร้างในอุตสาหกรรม โครงการส่งเสริมการเติบโตและการเข้าซื้อกิจการภายใต้แผนยุทธศาสตร์ สร้างการเติบโตทางกำไรอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน   
     แรงหนุนจากปริมาณการผลิตและกำไรที่เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจและทุกภูมิภาค กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 344 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของการดำเนินงานในทุกกลุ่มธุรกิจและการปรับปรุงโครงสร้างในห่วงโซ่คุณค่าโพลีเอสเตอร์
    ในไตรมาสนี้ ธุรกิจ PET มีผลการดำเนินงานดีเยี่ยม EBITDA เติบโต 64% ในขณะที่ EBITDA ในธุรกิจวัตถุดิบและธุรกิจเส้นใย  เติบโต 23% และ 10% ตามลำดับ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานโต 10% อยู่ที่ 249 ล้านเหรียญสหรัฐ

*** คาดไตรมาส 2/61 ดีต่อเนื่อง 
    บริษัทยังคงยกระดับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ผ่านการเติบโตจากภายในและการริเริ่มความเป็นเลิศในการดาเนินงาน การเข้าซื้อกิจการที่ช่วยเพิ่มมูลค่า และการควบรวมธุรกิจตามกลยุทธ์
    ความหลากหลายในสัดส่วนผลิตภัณฑ์นี้ทำให้เกิดส่วนผสมของกาไรซึ่งเกิดจากผลิตภัณฑ์ Necessities ที่มีปริมาณการผลิตที่สูงขึ้น (เพิ่มขึ้น79% ของปริมาณการผลิตในรอบสิบสองเดือนสิ้นสุดไตรมาสที่ 1 ปี 2561 และผลิตภัณฑ์ HVA ที่มีอัตรากำไรคงที่ และอยู่ในระดับสูง (เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 ของปริมาณการผลิตในรอบสิบสองเดือนสิ้นสุดไตรมาสที่ 1 ปี 2561
    การปรับปรุงในโครงสร้างของวัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์ส่งผลถึง EBITDA ในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ Necessities 567 ล้านเหรียญสหรัฐ มากกว่า EBITDA จากผลิตภัณฑ์ HVA ที่เท่ากับ 542 ล้านเหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบหลายไตรมาส
    ธุรกิจฝั่งตะวันตกของบริษัทมีความเป็นระเบียบมากขึ้น ทวีปอเมริกาเหนือและทวีปยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกาช่วยสร้างกำไร 79% ในรอบสิบสองเดือนสิ้นสุดไตรมาสที่ 1 ปี 2561 ในขณะที่ธุรกิจในทวีปเอเชียอยู่ในระหว่างการฟื้นตัว และบริษัทคาดการณ์ว่าจะช่วยเสริมให้กาไรเติบโตขึ้นในไตรมาสถัดไป

*** ลั่นปั๊ม EBITDA ปี 62 โต 45% จากปี 60  
    ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 ทาให้บริษัทเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตของ EBITDA ที่ 45% ในปี 2562 เมื่อเทียบกับปี 2560 ซึ่งบริษัทได้ประกาศไว้เมื่อต้นปีที่ผ่านมาพร้อมกับธุรกิจที่ดำเนินงานอยู่และโครงการที่ได้รับอนุมัติอย่างต่อเนื่อง
    นอกจากนี้บริษัทอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Feedstock PET และเส้นใยและเส้นด้ายโพลีเอสเตอร์ หลังจากที่อยู่ในสภาวะอุปทานส่วนเกินในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมได้ปรับตัวขึ้นในทิศทางบวก การปรับตัวดีขึ้นของการบริโภคผลิตภัณฑ์โพลีเอสเตอร์ในประเทศจีน ความต้องการวัตถุดิบตั้งต้นที่เพิ่มสูงขึ้นจากมาตราการห้ามการนำเข้าขยะในประเทศจีน และการที่ผู้ผลิตมีระเบียบวินัยมากขึ้น ได้สร้างสภาพแวดล้อมที่สมดุลมากขึ้นซึ่งส่งผลให้อัตรากำลังการผลิตและอัตรากำไรเพิ่มสูงขึ้น
    ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมทั่วโลกยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมปัจจัยหนุนจากสภาพตลาดในเอเชียที่ปรับตัวดีขึ้นจากความต้องการที่มีการเติบโตอย่างมาก ประกอบกับการปรับตัวอย่างสมดุลของอุปสงค์และอุปทาน รวมถึงวัฎจักรขาขึ้นของห่วงโซ่คุณค่าโพลีเอสเตอร์ ทั้งนี้ปริมาณความต้องการ PET เติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 6%

*** เดินหน้าซื้อกิจการอีก 3 แห่ง 
    ประมาณการของ EBITDA ในปี 2561 และ 2562 ของบริษัทยังไม่รวมถึงการเข้าซื้อกิจการที่ได้ประกาศไว้แต่ยังไม่เสร็จสิ้นอีก 3 แห่งประกอบด้วย
    1.การเข้าซื้อโรงงาน PET ในประเทศบราซิลซึ่งมีกาลังการผลิตอยู่ที่ 550,000 ตัน ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 61 
    2.การเข้าร่วมในกิจการร่วมทุน Corpus Christi ซึ่งมีกาลังการผลิต PTA และ PET 2.4 ล้านตัน ที่รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 62-63 โครงการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรของธุรกิจ Necessities และสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวให้กับธุรกิจในทวีปอเมริกาของบริษัท
    3. การเข้าซื้อกิจการ DuPont Tejin Films ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 61 เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ HVA และช่วยสร้างรูปแบบที่เข้มแข็งในด้านนวัตกรรมและการเติบโตไปยังธุรกิจฟิล์มของบริษัท

*** โบรกฯ จับตาแผนซื้อโรงงานผ้า หนุนธุรกิจอีกทาง 
    บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า  Bloomberg รายงานว่า IVL ได้เข้าซื้อกิจการ 65% ใน Avgol Industries (Avgol) บริษัทผลิตผ้าในอิสราเอล โดยจากข้อมูลของ Bloomberg มูลค่าของการซื้อกิจการอยู่ที่ 440 – 470 ล้านดอลลาร์ (1.7 พันล้าน shekels) ซึ่งหากการซื้อกิจการสำเร็จจะเป็นปัจจัยบวกต่อ IVL และเป็นส่วน HVA สำหรับการขยายธุรกิจในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีนัยสำคัญ โดย Avgol สร้างรายได้ และผลประกอบการ 369 ล้านดอลลาร์ และ 21 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับในปี 2560 หากอิงการซื้อกิจการ 65% ของ IVL จะทำให้ผลประกอบการของ IVL เพิ่มขึ้นราว 3%
    โดย IVL เป็นหุ้นแนะนำของเราที่มีการขยายกิจการจากการทำ M&A อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยบวกจากตลาด PET และ PTA ที่ดีขึ้น ทำให้ผลประกอบการเติบโตมากขึ้น เราแนะนำให้ “ซื้อ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 66 บาท (EV/EBITDA ที่ 10 เท่า) 
    ราคาหุ้น IVL ปิดล่าสุดที่ระดับ  60 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ -0.41 % มูลค่าการซื้อขาย  1,242.32 ล้านบาท

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด