สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 11 กรกฎาคม 2561 | 16:56

SPALI ทุ่มงบกว่า 4 พันลบ. ตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้น MK

SPALI ทุ่มงบกว่า 4 พันลบ. ตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้น MK

 "ศุภาลัย"  ส่งบริษัทย่อยตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้น "มั่นคงเคหะการ"  จำนวน  992.01 ล้านหุ้น คิดเป็น 100% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ในราคา 4.10 บาท/หุ้น สูงกว่าราคาตลาด คาดต้องใช้เงินกว่า 4 พันล้านบาท  ระบุหากได้หุ้นต่ำกว่า 25% พร้อมล้มเลิกแผนเข้าซื้อ มองเป็นความร่วมมือที่ได้ประโยชน์ทุกฝ่าย ช่วยเพิ่มโอกาสขยายการลงทุน สร้างมูลค่าเพิ่มในสินทรัพย์ หนุนธุรกิจอสังหาฯให้เช่าและบริการ

*** SPALI ทำเทนเดอร์ MK 4.10 บ./หุ้น
     นางวารุณี ลภิธนานุวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการและเลขานุการบริษัท บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัท  มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้บริษัท ศุภาลัย พรอพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด (“SPM”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดในบริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน)  หรือ MK โดยสมัครใจ (Voluntary Tender Offer)   จำนวน 992.01 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 100% ในราคาหุ้นละ 4.10 บ. รวมเป็นมูลค่า 4.07 พันล้านบาท ภายใต้เงื่อนไขว่า SPM จะทำการยกเลิกคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมด หากเมื่อสิ้นสุดระยะเวลารับซื้อแล้วมีผู้เสนอขายหุ้นจำนวนน้อยกว่า 25% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้ง หมดของ MK ทั้งนี้การทำคำเสนอซื้อไม่ได้มีเจตนาเพื่อการเพิกถอนหลักทรัพย์
    บริษัทจะดำเนินการให้ SPM ยื่นแบบประกาศเจตนาในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ประกาศต่อสาธารณชน และคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ ภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่ประกาศเจตนาในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ

*** ชี้หนุนธุรกิจ Win-Win 
    ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร  SPALI เปิดเผยว่า เหตุผลที่ศุภาลัยมีความสนใจในการทำ Voluntary Tender Offer  เนื่องจาก MK เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ดำเนินธุรกิจที่ต่างไปจากที่ศุภาลัยดำเนินการอยู่ อาทิเช่น คลังสินค้า ธุรกิจสนามกอล์ฟ เป็นต้น และมีที่ดิน Land Bank หลายแปลงอยู่ในทำเลที่ดี  มีต้นทุนที่ไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับราคาที่ดินในปัจจุบัน และมีแนวโน้มจะพัฒนาให้เติบโตในอนาคต อีกทั้งเป็นการขยายการลงทุนไปในทำเล  หรือกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างจากโครงการของบริษัทในปัจจุบัน  
    บริษัทคาดว่าการทำรายการดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการลงทุนในบริษัทซึ่งมีทรัพย์สินที่บริษัทสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ เช่น ที่ดินเปล่า โครงการอสังหาริมทรัพย์ระหว่างการพัฒนา  เป็นโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มจากการผสานทรัพยากรด้านความรู้ ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี รูปแบบสินค้า ตราสินค้า การก่อสร้าง การจัดซื้อ ความแข็งแกร่งทางการเงิน และบุคลากร เพิ่มอำนาจต่อรองกับผรูั้บเหมาในการจัดหาวัตถุดิบและการก่อสร้างเนืองจากมีขนาดการลงทุนและการก่อสร้างรวมที่มากขึ้น ช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว และการดำเนินธุรกิจด้านต่าง ๆนอกจากนี้  ยังเพิ่มโอกาสในการเติบโตของบริษัทจากการขยายธรุกิจและการลงทุนไปยังธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เช่าและและบริการ  ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากรายได้ค่าเช่าและค่าบริการ (Recurring
Income)  ช่วยลดความเสี่ยงด้านผลประกอบการโดยการกระจายรายได้ให้มาจากหลากหลายประเภททรัพย์สิน
     นอกจากนี้ บริษัทสามารถช่วยปรับลดต้นทุนการพัฒนาที่ดินและต้นทุนด้านการเงิน และทำให้กำไรรวมเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งการลงทุนนี้จะคล้ายกับแนวทางการลงทุนโครงการในประเทศออสเตรเลีย โดยศุภาลัยร่วมบริหารเชิงนโยบายเป็นหลัก

*** เล็งเพิ่มทุน-กู้เงิน ทำเทนเดอร์ฯ
    ปัจจุบันศุภาลัยมีความพร้อมทางด้านการเงินสูง  เพราะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง  ทั้งด้านยอดขาย ผลประกอบการ  และมีกระแสเงินสดที่ดี  จากภาระหนี้ไม่สูงมากเนื่องจากมีการเพิ่มทุนไปเมื่อปีที่ผ่านมา และมีต้นทุนการเงินที่ต่ำกว่า  3%  จึงมั่นใจได้ว่า การทำ Voluntary Tender Offer ในครั้งนี้ จะทำให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจแบบ WIN-WIN  ทั้ง  SPALI และ MK 
    สำหรับแหล่งเงินลงทุน  บริษัทจะได้รับการสนับสนุนจากการเพิ่มทุน และ/หรือการกู้ยืมจากบริษัท และ/หรือได้รับการสนับสนุนจากบริษัทในการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน สำหรับทำคำเสนอซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของกิจการ 

*** MK รับทราบการทำเทนเดอร์
    นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK  แจ้งว่าบริษัทได้รับทราบเรื่องที่  บริษัท ศุภาลัย พรอพเพอร์ตี  แมเนจเม้นท์ จำกัด (“SPM”) จะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทโดยสมัครใจ (Voluntary Tender Offer)  ในราคาหุ้นละ 4.10 บาท   ภายใต้เงื่อนไขว่า SPM จะยกเลิกการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด หากเมื่อสิ้นสุดระยะเวลารับซือ มีผู้เสนอขายหุ้นจำนวนน้อยกว่าร้อยละ 25 ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท

*** โบรกฯชี้ซื้อกิจการสมเหตุสมผล
    บล.เอเซียพลัส S ระบุ  PALI เสนอซื้อหุ้น MK ที่ราคา 4.1 บาท  สูงกว่าราคาตลาด 24%  โดยการซื้อกิจการน่าจะมีความสมเหตุสมผล เนื่องจากผู้บริหารทั้ง 2  เป็นพี่น้องกัน และมีประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มานานหลาย 10 ปี ปัจจุบันธุรกิจของ 2 ตระกูลได้เปลี่ยนผ่านมาอยู่ในมือผู้บริหารรุ่นหลัง  แม้ผลของการควบรวมกิจการกัน จะไม่ทำให้ SPALI แตกต่างจากเดิมนัก เพราะ  MK เน้นทำตลาดบ้านเดี่ยว ขณะที่  SPALI ทำหลากหลาย ทั้งบ้านเดี่ยว และคอนโด เป็นต้น แต่น่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันทำผุ้ประกอบการในธุรกิจฯ  
     ภายใต้สมมติฐานว่าการซื้อกิจการได้เกิน 25%  ซึ่งจะมีผลทำให้มีการจัดทำงบการเงินรวมทั้ง 2 บริษัท    จากที่ทีมผู้บริหาร SPALI  น่าจะเข้าเป็นผู้บริการเป็นหลัก  ปัจจุบัน MK มีทุนเรียกชำระแล้ว 992 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 1 บาท หากสามารถซื้อหุ้น MK ทั้งหมดต้องใช้เงินกว่า 4 พันล้านบาท แต่คาดว่าจะไม่สามารถซื้อได้ทั้งหมด เพราะหุ้น MK ได้ถูกขายให้กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่กลุ่มหนึ่งไปก่อนหน้านี้แล้ว   โดยหากพิจารณาเงินสดของ SPALI สิ้นปี2561 คาดไว้ที่ 600 ล้านบาท บวกกับ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (CFO) อีก 4.1 พันล้านบาท  และ External debt/Equity ต่ำกว่า 1 เท่า จึงมีความพร้อม 
     ความเหมือนของ SPALIและMK คือ เป็นหุ้นที่มี P/E ต่ำกว่า 10 เท่า และ เงินปันผลสูงราว 5% จึงแนะนำซื้อ MK เพราะราคารับซื้อ 4.1 บาท สูงกว่าราคาตลาดที่ 3.3 บาท หรือ ราว 24% ส่วน  SUPALI(FV@B28) ราคาตลาดมี upside 10% น่าสนใจน้อยกว่า  MK
    ด้าน บล.เคทีบี (ประเทศไทย)  มองเป็นบวกต่อธุรกรรมดังกล่าว โดยในด้านราคาเสนอซื้อแม้จะสูงกว่าราคาตลาดล่าสุด 24% แต่จะคิดเป็นเพียง P/BV ต่ำ 0.62 เท่า เท่านั้น นอกจากนั้น เรามองผลประโยชน์ที่ SPALI จะได้จากธุรกรรมดังกล่าว ได้แก่ 1.ที่ดินเปล่า และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาซึ่ง ณ สิ้นปี 2017 มีอยู่ทั้งหมด 12 โครงการ, 2. เพิ่มโอกาสในการเติบโตของบริษัทจากการขยายการลงทุนครอบคลุมประเภทของสินทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เช่าและบริการ และเพิ่มสัดส่วนรายได้ Recurring income ทั้งนี้ เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ SPALI ราคาเป้าหมาย 27 บาท (ยังไม่รวมผลการธุรกรรมดังกล่าว)
    บล.กสิกรไ ทย แนะซื้อ SPALI  ทั้งนี้หาก SPALI สามารถซื้อได้เกินกว่า 50% จะทำให้งบการเงินของ SPALI อ่อนลงในแง่ ROA และ ROE รวมถึง NPM แต่หากซื้อได้ระดับ 25-49% จะเป็นการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร ซึ่งจะไม่ให้ผลลบต่องบการเงินแต่จะเป็นบวกเพราะจะมีกำไรที่เพิ่มขึ้น โดยต้นทุนการกู้ยืมของ SPALI ที่ต่ำกว่าเพียง 2.5-2.8% ขณะที่ DY ของ MK ในปีก่อนที่ 5.4% (เทียบกับราคา tender ที่ 4.10 บาท) เป็นส่วนสนับสนุนมุมมองของเราที่สำคัญ ทั้งนี้เรายังไม่มีการปรับประมาณการในขณะนี้ เนื่องจากยังไม่รู้สัดส่วนที่ SPALI จะสามารถซื้อได้ในครั้งนี้ 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด