สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 5 กรกฎาคม 2561 | 17:08

SIRI ยอดขายทะลุเป้า 4.5 หมื่นลบ. สูงสุดในรอบ 34 ปี

SIRI ยอดขายทะลุเป้า 4.5 หมื่นลบ. สูงสุดในรอบ 34 ปี

    "แสนสิริ" เล็งเพิ่มเป้ายอดขาย หลังส่อแววพุ่งเกิน 4.5 หมื่นลบ.สูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท(34 ปี) หลังครึ่งปีแรกโกยได้แล้ว 2.4 หมื่นลบ. พุ่งกว่า 62% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ระบุครึ่งปีหลังเปิดอีก 15 โครงการ มูลค่า 3.63 หมื่นลบ.จ่อเปิดตัวคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ XT เจาะกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ 3 ทำเล เอกมัย-พญาไท -ห้วยขวาง

*** ยอดขายครึ่งปีแรก 2.4 หมื่นลบ.โต 62%-ทั้งปีทะลุเป้า 4.5 หมื่นลบ.

    นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้สามารถทำยอดขายได้แล้ว 24,000 ล้านบาท เติบโตถึง 62% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็น 53% จากเป้ายอดขายทั้งปีที่ 45,000 ล้านบาท ความสำเร็จมาจากการที่ลูกค้าให้การตอบรับที่ดีในทุกโครงการ ทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว และทาวน์เฮาส์ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงในกลุ่มลูกค้าทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ
    "บริษัทมีแผนจะปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายหลังช่วงไตรมาส 3 เพราะที่ผ่านมาถือว่าทำได้ดีกว่าคาด โดยครึ่งปีแรกบริษัททำยอดขายได้ 24,000 ล้านบาท คิดเป็น 53% ของเป้าหมาย 45,000 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 40% คอนโดมีเนียม 60% ซึ่งเป็นยอดขายที่สูงที่สุดในรอบ 34 ปี"นายวันจักร์ กล่าว

*** ตุน Backlog 5.4 หมื่นลบ.มั่นใจรายได้ทั้งปี 3 หมื่นลบ.
    
    สำหรับรายได้ปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการขายโครงการ 23,000 ล้านบาท และรายได้อื่นๆ จากการร่วมทุน 7,000 ล้านบาท
    โดยปัจจุบันมียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) 54,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการของ SIRI 26,000 ล้านบาท และโครงการร่วมทุน 26,000 ล้านบาท รับรู้ปีนี้ 11,000 ล้านบาท และคาดว่าสิ้นปีจะอยู่ระดับ 51,000-52,000 ล้านบาท     โดยจะพยายามจะรักษาอัตรากำไรสุทธิ 8-10% สูงกว่าปีก่อนที่ 8.8% กำไรอาจจะไม่เติบโตสูงมาก เพราะบริษัทมีค่าใช้จ่ายการขาย และการขยายต่างประเทศทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีกำไรจากบริษัทร่วมทุน 700-800 ล้านบาท

*** มั่นใจยอดขายต่างชาติแตะ 1.3 หมื่นลบ.รุกเกาหลี-ญี่ปุ่น-ไต้หวัน

    ในครึ่งปีแรก บริษัทสร้างยอดขายจากตลาดต่างชาติ โดยสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 6,000 ล้านบาท คิดเป็นเกือบ 50% จากเป้าหมายในปีนี้ 13,000 ล้านบาท ทั้งนี้ปัจจุบันแสนสิรินับเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ครองส่วนแบ่งการตลาดลูกค้าต่างชาติที่สูงที่สุด จากการเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทยบริษัทเดียวที่เปิดการขายโครงการในต่างประเทศพร้อมกันในหลายประเทศ (Global Launch) และจัดกิจกรรมหลังการขายกับลูกค้าต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
    "ตลาดต่างประเทศปีนี้ตั้งเป้า 13,000 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อนที่ 9,700 ล้านบาท ที่ผ่านมาได้เปิดสำนักงานใน 4 มณฑลของจีน และปีนี้จะเปิดตลาดใหม่ที่ เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน"
    
*** ครึ่งปีหลังเปิด 15 โครงการ 3.63 หมื่นลบ.ชูแบรนด์ใหม่ XT
    
    ในครึ่งปีหลังนี้จะพัฒนาโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาทิ เชียงใหม่ หัวหิน และศรีราชา ชลบุรี โดยมีแผนการเปิดตัวโครงการใหม่อีก 15 โครงการ มูลค่ารวม 36,300 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 6 โครงการ บ้านเดี่ยว 4 โครงการ และทาวน์เฮาส์ 6 โครงกา
     โดยในเดือนสิงหาคมนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัว "XT" แบรนด์คอนโดมิเนียมล่าสุดจากแสนสิริ #SansiriXT ที่จะฉีกกฎการพัฒนาคอนโดมิเนียมรูปแบบเดิม โดยวางแผนเปิดตัวในปีนี้ 3 โครงการ บน 3 ทำเลศักยภาพ คือ เอกมัย พญาไท และ ห้วยขวาง ในมูลค่ารวมโครงการที่สูงที่สุดที่ไม่เคยมีมาก่อน
    นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียมแบรนด์ เดอะ เบส ภายใต้แบรนด์คอนเซ็ปต์ใหม่ MARK MY BASE จำนวน 3 โครงการ 3 ทำเล ในกรุงเทพฯ และภูเก็ต มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท ในปี 2561 โดยจ่อคิวเปิดตัว เดอะ เบส สุขุมวิท 50 และ เดอะ เบส สะพานใหม่ ในเดือนสิงหาคมนี้ หลัง เดอะ เบส เซ็นทรัล ภูเก็ต ซึ่งเปิดตัวเป็นโครงการแรกประสบความสำเร็จปิดการขายอย่างรวดเร็วทันทีในวันพรีเซลล์
    บริษัทยังมีแผนการสานต่อกลยุทธ์การเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยการเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มโครงการที่อยู่อาศัย จะมีการพัฒนาโครงการใหม่จากการลงทุนร่วมกับบีทีเอสและโตคิว กรุ๊ป ส่วนกลุ่มธุรกิจใหม่ จัสท์โค ได้เตรียมเปิด โคเวิร์คกิ้งสเปซ เป็นแห่งที่ 2 ที่อาคาร All Seasons Place หลังปักธงเปิดสาขาแรกใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่อาคาร AIA Sathorn ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเล็งมอบสิทธิพิเศษให้ลูกบ้านแสนสิริเข้าใช้บริการ         นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง Hostmaker บริษัทผู้ให้บริการ บริหารการเช่าที่พักอาศัยและผู้บริหารการจองที่พักอันดับหนึ่งของ Airbnb ที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมาแล้วจะเข้ามาช่วยบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ลูกบ้านและสร้างเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศอีกด้วย

*** เพิ่มกำลังผลิตพรีแคสเป็น 8 แสนตร.ม./ปี
    
    ในครึ่งหลังของปีนี้ บริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตในโรงงานพรีแคสของแสนสิริ ให้สอดคล้องกับการเติบโตและรองรับการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ ของแสนสิริ ที่ได้รับการตอบรับที่ดีมากตามแผนการดำเนินงาน เพื่อลดระยะเวลาการก่อสร้าง ลดการใช้แรงงาน และปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตให้มีความคล่องตัวสูง
    "บริษัทได้ขยายกำลังการผลิตโรงงานพรีแคส มีกำลังการผลิต 100% ซึ่งจะลงทุน 200 ล้านบาท เพิ่มกำลังการผลิตโรงงานรองรับการเติบโต ซึ่งขณะนี้เริ่มสั่งอุปกรณ์เพิ่ม จาก 500,000 ตร.ม./ปี เป็น 800,000 ตร.ม./ปี คาดแล้วเสร็จเริ่มผลิตได้ไตรมาส 4 ส่วนปีหน้าอาจมีการขยายโรงงานซึ่งอยู่ระหว่างศึกษา มีที่ดินแล้ว หากลงทุนสร้างจะใช้เงินลงทุน 500 ล้านบาท"
    
*** เพิ่มงบซื้อที่ดินอีก 4 พันลบ.เป็น 1.8 หมื่นลบ. 
    
    บริษัทจะปรับเพิ่มงบซื้อที่ดินเป็น 18,000 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งไว้ 14,000 ล้านบาท เนื่องจากใช้ไปทั้งหมดแล้ว เพราะเปิดตัวโครงการทาวน์เฮ้าส์ประสบความสำเร็จ ซึ่งจะซื้อที่ดินรองรับการเปิดโครงการทาวน์เฮ้าส์สิริเพลส ทำเลกรุงเทพ รอบนอก
 ขณะนี้มีสต็อกพร้อมขาย 7,000-8,000 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมีเนียม 1,000-2,000 ล้านบาท ในทำเล ขอนแก่น ภูเก็ต และอุดรธานี

*** เตรียมออกหุ้นกู้ 5 พันลบ.ในส.ค.นี้

    ในช่วงเดือน ส.ค.นี้บริษัทมีหุ้นกู้ที่จะหมดอายุ 2,000 ล้านบาท โดยมีแผนจะออกหุ้นกู้เพิ่มมากกว่าจำนวนนี้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ทั้งนี้ ต้นทุนทางการเงินบริษัทอยู่ที่ 3.65-3.7% D/E 1.05 เท่า อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มขาขึ้น ซึ่งเป็นไปได้อนาคตกำลังซื้ออสังหาฯจะถดถอยลง

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด