สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 2 พฤษภาคม 2561 | 16:55

JMART ส่งซิกงบ Q1 ทรุด-JFIN Coin เทรดวันแรกดิ่งต่ำสุด53%

JMART ส่งซิกงบ Q1 ทรุด-JFIN Coin เทรดวันแรกดิ่งต่ำสุด53%

    กลุ่ม"เจ มาร์ท" ยอมรับงบ Q1/61 ผลประกอบการทรุด หลังตั้งสำรองตามมาตรฐานบัญชี IFRS9 ยัน Q2/61 เข้าสู่ภาวะปกติ ด้าน"JFIN Coin"เข้าเทรดวันแรกบนกระดาน COIN ASSET ราคาร่วงลงต่ำสุดที่ 3 บาทต่อโทเคน ลดลง 53.49% จากราคาจอง 6.60 บาทต่อโทเคน   ผู้บริหารเชื่อนักลงทุนยังซื้อขายด้วยอารมณ์ แต่ยังมั่นใจราคาจะมีเสถียรภาพ หลังระบบสินเชื่อแบบดิจิทัลที่ไม่มีตัวกลาง(DLP)มีความชัดเจนมากขึ้นช่วง ต.ค.นี้  

*** JMART รับ Q1/61 กำไรหด
     นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ยอมรับว่า ผลประกอบการกลุ่ม JMART ในไตรมาสแรกกำไรอาจลดลง เนื่องจากบริษัทมีการตั้งสำรองตามมาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS9 ในบริษัท JFintech แต่ด้านรายได้ยังสามารถเติบโตได้เป็นปกติ อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ผลประกอบการรวมจะเข้าสู่ภาวะปกติ และในวันที่ 17 พ.ค. นี้ จะมีการแถลงแผนระยะกลาง-ยาว ให้นักลงทุนได้รับทราบ
    ล่าสุดบริษัทได้เข้าลงทุนในธุรกิจประกันภัย บริษัท ฟีนิกซ์ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผ่านบริษัทย่อย ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ช่วงไตรมาส 2 เป็นต้นไป โดยขณะนี้มีการศึกษาเข้าลงทุนธุรกิจอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทเปิดกว้าง จากปัจจุบันมีธุรกิจรายย่อย และการเงินเป็นหลัก

 *** หุ้นร่วง เหตุนลท.กังวลผลกระทบ IFRS9
    นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า ราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลง ประเมินว่านักลงทุนกังวลเรื่องผลประกอบการที่ลดลงจากการปรับมาตรฐานบัญชี แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้นเท่านั้น และบริษัทจะมีผลประกอบการโตเต็มที่อย่างมีประสิทธิภาพได้ในปี 62 ซึ่งขณะนี้ราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลง มีกองทุนเข้ามาให้ความสนใจบ้างพอสมควร แต่บริษัทไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องราคาหุ้นมากนัก แต่อยากพัฒนาพื้นฐานของธุรกิจให้เติบโตได้
    โดยราคาหุ้น JMART ณ วันที่ 2 พ.ค.61 ปิดตลาดที่ 11.30  บาท ลดลง 1 บาท หรือคิดเป็น 8.13% มูลค่าการซื้อขาย 119 ล้านบาท 

*** JFIN Coin เทรดวันแรกราคาดิ่ง
     บริษัท เจ เวนเจอร์ส (JVC) ในเครือบริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART นำ "JFIN Coin" เข้าเทรดในตลาดรองครั้งแรก (1st Trading Day) บนกระดาน COIN ASSET  โดยเปิดตลาดที่ราคา 6.45 บาทต่อโทเคน จากราคาจองซื้อที่ 6.60 บาทต่อโทเคน  และทำราคาต่ำสุดที่ 3 บาทต่อโทเคน หรือลดลง 53.49%  
    โดย   JVC นำเสนอ JFIN Coin ออกขายครั้งแรกจำนวน 100 ล้านโทเคน  จากที่มีแผนออกขายทั้งหมดจำนวน 300 ล้านโทเคน
    JVC ยังมีแผนนำ JFIN Coin เทรดในกระดาน Cash2Coins ในวันที่ 9 พ.ค. นี้ นอกจากนี้ยังมีแผนนำเข้าเทรดในกระดานต่างประเทศ ภายใน มิ.ย. - ก.ค.นี้ เช่น HitBTC ที่ฮ่องกง และ Upbit ที่เกาหลีใต้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และมาตรฐานในตลาดระดับนานาชาติ
     นายธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JVC กล่าวว่า JFIN Coin เทรดครั้งแรกบนกระดาน Coin Asset เปิดตลาดที่ราคา 6.45 บาท/โทเคน ต่ำกว่าราคาจองที่ 6.60 บาท/โทเคน โดยประเมินว่านักลงทุนยังซื้อขายด้วยอารมณ์เป็นหลัก ซึ่งคาดว่าแรงขายมาจากผู้ซื้อช่วงเสนอขายที่ได้ลดราคา 10% มีการขายทำกำไรออกมาพอสมควร 
    
*** คาดราคามีเสถียรภาพ หลังสินเชื่อดิจิทัลชัดเจน
     นายธนวัฒน์ ประเมินว่าราคาจะเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น หลังจากที่ระบบสินเชื่อแบบดิจิทัลที่ไม่มีตัวกลาง Digital Lending Platform (DLP) จะมีความชัดเจนช่วงเดือน ต.ค. นี้ และในปี 62 คาดว่าจะเริ่มเห็น Decentralized Digital Lending Platform (DDLP) ที่จะนำเทคโนโลยี Blockchain มาร่วมใช้ให้เกิดศักยภาพมากขึ้น
     โดยในช่วงที่ผ่านมามีการทดสอบปล่อยกู้ให้กับลูกค้าของ DTAC วงเงิน 3 ล้านบาท จำนวน 2,000 ราย ในอัตราดอกเบี้ย 15% ซึ่งมีหนี้เสีย (NPL) เฉลี่ย 30% บริษัทจะใช้เก็บข้อมูลเพื่อนำมาพัฒนาระบบต่อไปในอนาคต
    ทั้งนี้ JFin มีจำนวนดิจิทัลโทเคนทั้งหมด 300 ล้านโทเคน โดยนำมาทำ ICO ในรอบนี้ครั้งแรก 100 ล้านโทเคน ที่ราคาขาย 6.60 บาทต่อโทเคน เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ราว 660 ล้านบาท ทีมงานได้เริ่มดำเนินการพัฒนาระบบ JFIN Decentralized Digital Lending Platform (DDLP) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการให้บริการการกู้ยืมที่อยู่บนระบบบล็อคเชน มีความปลอดภัยสูง คาดระบบจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4/2562 จะนำไปใช้ในธุรกิจสินเชื่อของบริษัท เจ ฟินเทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ และเชื่อมั่นว่า ด้วยจุดแข็งจาก Ecosystem ในกลุ่มเจมาร์ท จะสนับสนุนให้ JFIN ที่ออกมาในครั้งนี้ ได้รับความเชื่อมั่น มีเสถียรภาพ และเจริญเติบโตได้

*** ตั้งเป้ามูลค่าซื้อขายติด TOP 100 ตลาดคริปโตฯโลก
    บริษัทมีแผนจะเดินทางไปนำเสนอข้อมูลที่สิงคโปร์ ฮ่องกง และเวียดนาม เพื่อประชาสัมพันธ์ระบบ DDLP และช่วยสร้างมูลค่าการซื้อขายของเหรียญโทเคนให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งบริษัทตั้งเป้าจะมีมูลค่าการซื้อขายติด 100 อันดับแรกของตลาด Cryptocurrency ของโลกในอนาคต

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด