สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 26 มิถุนายน 2561 | 17:03

ลุ้นกองทุนทำ Window Dressing หนุนดัชนีรีบาวน์

ลุ้นกองทุนทำ Window Dressing หนุนดัชนีรีบาวน์

    โบรกฯ ส่องตลาดหุ้นไทยโค้งสุดท้ายก่อนปิดไตรมาส 2/61 ลุ้นกองทุนทำ Window Dressing แต่อาจไม่แรงอย่างคาดหวัง เหตุ มิ.ย. ปีนี้นักลงทุนสถาบันในประเทศเข้าซื้อไปเกินกว่าค่าเฉลี่ยมากแล้ว ประกอบกับยังมีปัจจัยลบจากต่างประเทศกดดัน ชู PTTGC-CPALL-ADVANC เข้าข่ายถูกไล่ซื้อ

*** บล.กสิกรไทย ลุ้นกองทุนซื้อคืนพลังงาน-แบงก์-สื่อสาร
    
    นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า การซื้อหุ้นเพื่อปิดงวดบัญชี(Window dressing) ของสถาบันในไตรมาส 2/61 มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นยาก เนื่องจากแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันในประเทศอาจจะซื้อไปมากแล้ว ดังนั้น การซื้อคืนอาจไม่มากเหมือนช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านๆ มา
    "มีความเป็นไปได้ค่อนข้างต่ำหากสถาบันจะทำการซื้อในช่วง 2-5 วันสุดท้าย ซึ่งหากจะแรงซื้อเข้ามาก็คงไม่มากนัก โดยคาดว่าจะเป็นในกลุ่มพลังงาน,กลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มสื่อสาร"นายประกิตกล่าว
    สำหรับภาวะตลาดในระยะสั้นยังคงได้รับปัจจัยกดดันจากต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งส่งผลให้กลุ่มนักลงทุนยังคงมีแรงขายออกมาต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันนักลงทุนกลุ่มอื่นก็เริ่มรับรู้ถึงแรงขายดังกล่าว จึงค่อนข้างชะลอการซื้อออกไป ซึ่งประเมินแนวรับในระยะสั้นที่ 1,571-1,610 จุด แนวต้าน 1,615-1,635 จุด ปัจจัยที่ติดต้องตามในสัปดาห์นี้ การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจในประเทศช่วงเดือนพฤษภาคม คาดออกมาตามตลาดคาดการณ์ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนเช่นไร ปัจจัยต่างประเทศยังคงต้องติดตามความเคลื่อนไหวของนายโดนัลด์ ทรัมป์
    คำแนะนำสำหรับนักลงทุนในระยะสั้น ให้ซื้อเพื่อเก็งกำไรและรอให้ตลาดรีบาวน์ขึ้นมา นักลงทุนะยะยาว แนะนำให้รอซื้อในจุดแนวรับสำคัญ โดยมีหุ้นเด่น PTTGC,PTTEP,BBL,KTB,ORI,CPN,CPALL,HMPRO และ KCE

*** โบรกฯ คาด Window dressing อาจไม่แรงอย่างคาด

    บทวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย ระบุ สัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส 2 มักจะเกิด Window dressing เกือบทุกปี แต่ มิ.ย. ปีนี้นักลงทุนสถาบันในประเทศได้เข้าซื้อไปเกินกว่าค่าเฉลี่ยเป็นจำนวนมากแล้ว ทำให้ Window dressing อาจไม่แรงอย่างที่คาดหวัง กอปรยังมีปัจจัยลบจากต่างประเทศปกคลุมทำให้ SET Index มีโอกาสที่จะปรับลงอีก อย่างไรก็ตามมอง ระดับ 1,610 จุด ควรซื้อเพื่อลุ้น Technical Rebound เลือก CPN IVL HMPRO เป็นหุ้นเด่น
    เข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส 2 สถิติ 7 ปีมีโอกาสเกิด Window dressing สูง ในช่วงปลายไตรมาส 2 ของทุกปี นักลงทุนจะมีความคาดหวังว่า ตลาดจะเกิดปรากฎการณ์ Window Dressing ซึ่งจากสถิติ 7 ปีย้อนหลัง SET Index มักจะมีการปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 5 และ 2 วันทำการสุดท้ายก่อนสิ้นเดือน มิ.ย. ด้วยความน่าจะเป็น 86% และ 71% ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย 1.65% และ 0.90% ตามลำดับ
    สถิติ 6 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าสถาบันในประเทศมักจะเป็นผู้ที่เข้าซื้อสุทธิในเดือน มิ.ย. เกือบทุกปี ด้วยความน่าจะเป็นสูงถึง 83% (ซื้อ 5 จาก 6 ปีล่าสุด) โดยซิ้อสุทธิเฉลี่ย 9 พันล้านบาท ทั้งนี้สถาบันในประเทศได้เข้าซื้อสุทธิระหว่าง 1 - 21 มิ.ย.60 มาแล้วกว่า 2.18 หมื่นล้านบาท ถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาก อาจทำให้เหลือเข้าซื้อในช่วงปลายไตรมาสน้อย และ Window dressing อาจไม่แรงอย่างที่คาดหวัง
    จากการรวบรวมหุ้นที่กองทุนฯขนาดใหญ่ 30 กองแรกถือครอง จะพบว่าหุ้นที่นิยมมีอยู่ในพอร์ตลงทุนกันมากที่สุดจะเป็น PTT CPALL AOT BBL SCC ADVANC BDMS KBANK BJC CPN PTTGC SCB MINT TU IVL PTTEP EGCO INTUCH GPSC LH CPF HMPRO BEAUTY และ BH (เรียงตามน้ำหนักในพอร์ตลงทุนโดยเฉลี่ยจากมากไปน้อย)
    การปรับลดลงของ SET Index ที่ผ่านมาได้ทำให้บรรดาหุ้นข้างต้นปรับลงกันอย่างหนักจน Upside เปิดกว้างเกินกว่า 10% ในช่วงที่ตลาดคาดหวัง Window dressing อาจทำให้เกิดแรงเก็งกำไรเล็กๆดึงให้หุ้นเหล่านี้ทำ Technical Rebound ได้

*** บล.เคทีบี เชื่อสถาบันทำ Window Dressing แต่ไม่สูง

    นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ประเมินว่า การเข้าซื้อหุ้นก่อนปิดไตรมาสของนักลงทุนสถาบัน (Window Dressing) คาดว่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย. เป็นต้นไป แต่เชื่อว่าจะมีมูลค่าไม่สูงมากนัก เพราะจากสถิติ Window Dressing จะมีผลต่อดัชนีหุ้นไทยมากเฉพาะปิดงบปีเท่านั้น
    ขณะนี้ ตลาดหุ้นไทยเผชิญความเสี่ยงภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ปัญหาสงครามการค้า และนักลงทุนต่างชาติทยอยขายหุ้นต่อเนื่อง เพราะยังเห็นโบรกต่างชาติแนะนำการลงทุนให้ปรับพอร์ต ขณะเดียวกันหุ้นไทยขณะนี้ไร้ปัจจัยบวกมากระตุ้นทำให้ภาวะตลาดซบเซาค่อนข้างมาก
    ปัจจุบัน Forward PE หุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ 15 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นระดับต่ำ แต่ยังไม่ชี้นำว่าจะเป็นช่วงราคาที่ถูกเหมาะสำหรับซื้อสะสมหรือไม่ เพราะไม่มั่นใจประเด็นสงครามการค้าว่าจะกระทบกับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ แนะนำนักลงทุนให้รอจับตาสถานการณ์เป็นหลัก แต่ประเมินว่าดัชนีจะสามารถยืนได้ที่ 1,600 จุด ไม่หลุดต่ำกว่านี้

*** บล.เออีซี ลุ้นกองทุนทำ Window Dressing ดันหุ้น

    บล.เออีซี (AECS) เปิดเผยว่า ทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ ได้ปรับปัจจัยความคาดหวังการทำราคาหุ้นปิดสิ้นงวด (Window Dressing) ของกองทุนในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนปีงบไตรมาส 2/2561 อีกทั้งปัจจัยในประเทศที่ยังมีทิศทางที่ดีต่อเนื่อง ให้กรอบดัชนี 1,615-1,670 จุด
    ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ยังคงต้องจับตา ได้แก่ ความกังวลจากประเด็นสงครามการค้าที่มีทิศทางรุนแรงขึ้น หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าข่มขู่ยุโรปด้วยมาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ในอัตรา 20% กดดันให้ยุโรปอาจดำเนินมาตรการตอบโต้ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งสัปดาห์ก่อนยุโรปเก็บภาษีนำเข้าจากสินค้าสหรัฐฯ มูลค่ารวม 2,800 ล้านยูโร และการเจรจากับจีนเพื่อยุติการจัดเก็บภาษีขนาดใหญ่มูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ที่จะเริ่มจัดเก็บจริงตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค. นี้ยังไม่มีความชัดเจน
    อีกทั้งตัวเลข เศรษฐกิจด้านการบริโภคของสหรัฐฯ ที่จะทยอยประกาศในสัปดาห์นี้ ทั้งดัชนีกิจกรรมเศรษฐกิจ, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และดัชนีการบริโภคส่วนบุคคล ซึ่งเป็น Leading Indicator สะท้อนแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และมีผลต่อการตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนกันยายนนี้
    นอกจากนี้ ยังคงจับตาการประชุมของกลุ่ม OPEC และรัสเซีย ในเดือนกรกฎาคมนี้ หากผลการประชุมมีมติเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่มเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาด (เพิ่มขึ้น 600,000-700,000 บาร์เรลจากข้อจำกัดด้านการผลิตในบางประเทศ) อาจทำให้เกิดความกังวลด้าน Oversupply อีกครั้ง ทำให้มีมุมมองเชิงลบและคาดตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกมีโอกาสผันผวนต่อ
    ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy ในกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ ดังนี้ 1.หุ้นที่คาดเป็นเป้าหมายทำ Window dressing เช่น BEAUTY, PTTGC, ADVANC, AOT, MINT
    2.หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่ราคาหุ้นยัง Laggard โดยมี PBV ต่ำ 1 เท่า เช่น BBL, TCAP และ 3.หุ้น Domestic ที่คาดกำไรโตดี เช่น BDMS, BJC, CPALL, BA, JKN, AP, SPALI, SC, ANAN
      
*** บล.โกลเบล็ก ชี้หุ้นไทยมีลุ้นทำ Window Dressing ให้กรอบ 1,600-1,665 จุด

    น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก (GBS) กล่าวว่า ตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ มีปัจจัยบวก จากการทำ Window Dressing สิ้นงวดไตรมาส 2/2561 ราคาน้ำมันดิบปิดทะยานขึ้นขานรับผลการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ซึ่งมีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้อยกว่าคาด ประกอบกับแบงก์ชาติจีนประกาศลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 0.50% เริ่ม 5 ก.ค.อัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบเพื่อช่วยธุรกิจขนาดเล็กให้สามารถระดมเงินทุนได้มากขึ้น รวมถึง Fund Flow ขายสุทธิลดลงในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
    อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังคงมีปัจจัยกดดันจาก ความกังวลว่าสงครามการค้าอาจลุกลามไปทั่วโลก หลังจากมีรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐอาจสั่งห้ามไม่ให้บริษัทจีนเข้าไปลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐ รวมทั้งมาตรการตอบโต้จากประเทศต่าง ๆ ที่ถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐ ขณะที่มาตรการตอบโต้ของ EUในการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้ามูลค่า 3.2 พันล้านดอลลาร์จากสหรัฐ จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์นี้ (29 มิ.ย.)
    นอกจากนี้ ยังคงมีปัจจัยที่น่าจับตา ได้แก่ ในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ สหรัฐรายงานตัวเลขดัชนีราคาบ้าน และความเชื่อมั่นผู้บริโภค วันที่ 27 มิ.ย. จีนรายงานกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค. และสหรัฐฯ เปิดเผย ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนพ.ค. ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนพ.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์
    รวมถึง วันที่ 28 มิ.ย. การประชุมสุดยอดของกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) หารือเรื่อง ปัญหาของกลุ่มผู้อพยพ Brexit และการจัดเก็บภาษีสินค้าโดยรัฐบาลสหรัฐฯ ส่วนอียูจะ เปิดเผย ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิ.ย. และความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเดือนมิ.ย. สหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผย GDP ไตรมาส 1/2561 (ประมาณการครั้งสุดท้าย) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และในวันที่ 29 มิ.ย. ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย
    
*** CPALL-ADVANC-CPN-EA-TVO เข้าข่ายถูกไล่ซื้อ

    นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก มองทิศทางตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มดีดตัว คาดดัชนี SET ผันผวนในกรอบ 1,600-1,665 จุด แนะนำซื้อเก็งกำไร หุ้นที่มีปัจจัยบวก ได้แก่ หุ้นเข้า SETHD แนะนำ BCP, GLOW, MAJOR, RATCH, SGP, SPRC, TOP และTTW รวมถึง หุ้นเข้า SET50 แนะนำ BGRIM, DELTA, GLOW, KTC, RATCH และ TOA ซึ่งจะมีผล 2 ก.ค.นี้ นอกจากนี้ ยังแนะนำหุ้นที่มีโอกาสเป็นเป้าหมายในการทำ Window dressing ได้แก่ CPALL, ADVANC, CPN, EA , TVO และ GGC ได้ประโยชน์จากมาตรการภาษีสรรพสามิตสนับสนุนการใช้ไบโอดีเซลสูตร B20

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด