สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 22 มิถุนายน 2561 | 17:12

GPSCเพิ่มทุนปี 62 -ฟิทช์ให้แนวโน้มเครดิตเป็นลบ

GPSCเพิ่มทุนปี 62 -ฟิทช์ให้แนวโน้มเครดิตเป็นลบ

       GPSC คาดเพิ่มทุน 7.4 หมื่นลบ. ต้นปีหน้า กด D/E เหลือต่ำกว่า 1 เท่า จากที่พุ่งแตะ 4 เท่า หลังกู้ระยะสั้น 1.42 แสนลบ. เพื่อซื้อหุ้น GLOW เริ่มบุ๊ครายได้ไตรมาส 4 ปีนี้ และคุ้มทุนใน 3-5 ปี ด้านฟิทช์ มองการออกหุ้นกู้-เพิ่มทุน กดฐานะการเงินอ่อนแอ ให้แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ ดองยาวกว่า 6 เดือน จนกว่าสถานะทางธุรกิจจะดีขึ้น  

*** เพิ่มทุนไตรมาสแรกปี 62  
    นายเติมชัย บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC)คาดว่า จะสามารถเข้าซื้อหุ้น บมจ.โกลว์ พลังงาน (GLOW)ในสัดส่วน 69% ได้แล้วเสร็จในเดือน ต.ค.นี้ และจะรับรู้รายได้และกำไรทันทีช่วงไตรมาส 4/61 และจะเสนอซื้อหุ้นส่วนที่เหลือ 31% ในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. นี้ หลังจากเสนอในที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 24 ส.ค. ให้อนุมัติการเข้าซื้อ GLOW และอนุมัติวงเงินการออกหุ้นกู้เพื่อปรับโครงสร้างการเงิน 68,500 ล้านบาท
    ระยะสั้นบริษัทจะกู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศหรือจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ 142,500 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อกิจการ ซึ่งจะทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E)ขึ้นไปสูงถึง 4 เท่า จากปัจจุบัน 0.3 เท่า หลังจากนั้นบริษัทฯ จะออกหุ้นกู้ 68,500 ล้านบาท เสนอขายทั้งในและต่างประเทศ และเสนอขอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในไตรมาส 1/62 เพื่อออกหุ้นเพิ่มทุน 74,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ไม่เกิน 1 เท่า

*** รายได้ปี62 โตกระโดด-ดีลนี้คืนทุนใน 3-5 ปี
    ทั้งนี้ คาดว่าดีลการซื้อกิจการดังกล่าวจะสามารถคืนทุนได้ 3-5 ปี ราคาที่เข้าซื้อถือว่าอยู่ในระดับเหมาะสม ประเมินจากความสามารถในการดำเนินงาน โดยหลังจากนี้ ต้องทำแผนธุรกิจร่วมกัน ส่วนแผนการนำ GLOW ออกจากตลาดอยู่ระหว่างการพิจารณาในขั้นเริ่มต้น ยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน
    ในปี62 คาดรายได้จะเติบโตก้าวกระโดดหลังจากการรับรู้รายได้จาก GLOW แบบเต็มปี ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 4,835 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 1,940 เมกะวัตต์ ทำให้ขึ้นเป็นบริษัทที่มีสัญญากำลังการผลิตสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ จากเดิมอันดับ 6 ซึ่งจะเข้ามาช่วยเพิ่มพอร์ตโรงไฟฟ้า SPP ให้เติบโตมากขึ้น มีประสิทธิภาพสูง
    โดย GLOW มี EBITDA สูงกว่า GPSC ถึง 3 เท่า ซึ่ง GPSC มี EBITDA อยู่ที่ 4,000-5,000 ล้านบาทต่อปี และผลประกอบการปี 60 GLOW มีรายได้ 52,537.32 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 9,075.95 ล้านบาท
 
*** ฟิทช์ ประกาศเครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบแก่ GPSC 
     บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบแก่อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-term Rating) และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิที่ ‘A+(tha)’ ของ GPSC
     การประกาศเครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบ เกิดขึ้นเนื่องจาก GPSCได้ประกาศที่จะเข้าซื้อหุ้นของ บมจ. โกลว์ พลังงาน (GLOW)ในสัดส่วนร้อยละ 69.11 ของหุ้นทั้งหมดของ GLOW และทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมด โดยมีมูลค่ารวมประมาณ 141.2 พันล้านบาท โดยในช่วงแรกบริษัทจะใช้เงินกู้ระยะสั้นจำนวน 142.5 พันล้านบาท ในการเข้าซื้อกิจการ ซึ่งเงินกู้ดังกล่าวจะครบกำหนดชำระคืนหนึ่งปีหลังจากวันที่เข้าซื้อขาย

***คาดสถานะการเงินอ่อนแอ ในช่วงแรกที่เข้าซื้อกิจการ     
      ฟิทช์ เรทติ้งส์ ระบุว่า เครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบสะท้อนถึงการคาดการณ์ของฟิทช์ว่าสถานะทางการเงินของ GPSC จะอ่อนแอลง เนื่องจากอัตราส่วนหนี้สินที่อาจเพิ่มขึ้นเกินกว่าระดับที่เหมาะสมกับอันดับเครดิตของบริษัทที่ ‘A+(tha)’ ฟิทช์จะพิจารณาอันดับเครดิตของ GPSC และยกเลิกเครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบ เมื่อการเข้าซื้อกิจการเสร็จสิ้นสมบูรณ์ และโครงสร้างเงินทุนระยะยาวที่ใช้ในการเข้าซื้อกิจการ และสถานะทางการเงินของบริษัทหลังจากการเข้าซื้อกิจการมีความชัดเจนมากขึ้น การเข้าซื้อกิจการน่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นภายใน 6 เดือน แต่บริษัทอาจต้องใช้เวลาสำหรับการดำเนินการตามแผนการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นที่วางไว้
    บริษัทมีแผนในการจัดหาแหล่งเงินทุนในการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น ซึ่งประกอบการออกหุ้นกู้และการเพิ่มทุน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทในระยะยาว ดังนั้นการพิจารณายกเลิกเครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบอาจใช้เวลานานกว่า 6 เดือน ซึ่งนานกว่าในกรณีทั่วไป

*** จะพิจารณายกเลิกแนวโน้มเป็นลบ เมื่อสถานะทางธุรกิจดีขึ้น  
    การพิจารณาสถานะทางเครดิต ในการพิจารณายกเลิกเครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบ ฟิทช์จะพิจารณาถึงสถานะทางธุรกิจของบริษัทที่ปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากขนาดของธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นหลังจากการเข้าซื้อกิจการ ในการพิจารณาแหล่งเงินทุนที่ใช้ในการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นในส่วนที่ได้จากกระแสเงินสดรับที่ไม่ได้มาจากการกู้ยืม โดยเฉพาะในส่วนของการเพิ่มทุน ฟิทช์จะพิจารณาเฉพาะในกรณีที่กระแสเงินสดที่จะเข้ามาที่มีความแน่นอนเท่านั้น นอกจากนี้ฟิทช์จะพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่าง GPSC และบริษัทแม่ซึ่งได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. (ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ ‘AAA(tha)’ แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยรวมถึงการสนับสนุนเพิ่มเติมพิเศษ และความสัมพันธ์ด้านการดำเนินงาน และกลยุทธ์ของกลุ่ม ปตท.

*** ขึ้นแท่นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่อันดับ 2 ของไทย 
    การกระจายตัวของสินทรัพย์ที่มากขึ้น: ฟิทช์เชื่อว่าการเข้าซื้อกิจการจะทำให้สถานะทางธุรกิจของ GPSC ดีขึ้น เนื่องจากขนาดของธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น และการกระจายตัวด้านสินทรัพย์และด้านภูมิศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น GPSC จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 4,425 เมกกะวัตต์ และ 2,718 ตันต่อชั่วโมง จาก 1,530 เมกกะวัตต์ และ 1,512 ตันต่อชั่วโมง ณ สิ้นปี 2560 ตามลำดับ โดยกำลังการผลิตไฟฟ้าของบริษัทเมื่อคิดเป็นสัดส่วนกับกำลังผลิตทั้งหมดของประเทศ จะเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนร้อยละ 10 จากปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 4 และกลายเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่อันดับที่ 2 ของประเทศ จากปัจจุบันอยู่อันดับที่ 6 นอกจากนี้ GPSC กำลังพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าและไอน้ำเพิ่มเติมจำนวน 410 เมกกะวัตต์ และ 73 ตันต่อชั่วโมง ตามลำดับ

*** คุณภาพสินทรัพย์ยังแข็งแกร่ง หลังเข้าซื้อกิจการ 
     ฟิทช์ฯ คาดว่าคุณภาพสินทรัพย์ของ GPSC จะยังคงแข็งแกร่งหลังจากการเข้าซื้อกิจการ เนื่องจากโรงไฟฟ้าของ GLOW เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมไฟฟ้าของประเทศไทยที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล โดยรายได้ของ GLOW ส่วนใหญ่มาจากสัญญาการขายไฟฟ้า และไอน้ำ กับลูกค้าซึ่งมีสถานะทางธุรกิจและการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งประกอบด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. และบริษัทร่วมของ ปตท. สัญญาการขายไฟฟ้าและไอน้ำ ดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงในด้านปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยลูกค้าต้องรับซื้อไฟฟ้าและไอน้ำ ในระดับขั้นต่ำของกำลังการผลิตตามสัญญา

*** ทริสเรทติ้ง ให้แนวโน้มเครดิต GLOW "ยังไม่ชัดเจน"  
    ทริสเรทติ้งประกาศ "เครดิตพินิจ" แนวโน้ม "Developing" หรือ "ยังไม่ชัดเจน" สำหรับอันดับเครดิตองค์กรและตราสารหนี้ของ  GLOW ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ "AA-" เนื่องจาก เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน บริษัทได้ประกาศว่า ENGIE ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ได้ทำสัญญาซื้อขายหุ้นกับ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) เพื่อที่จะขายหุ้นที่ ENGIE ถืออยู่ในบริษัททั้งหมด หรือคิดเป็นสัดส่วน 69.11% ให้แก่บริษัทโกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ในราคาหุ้นละ 96.5 บาท รวมมูลค่าประมาณ 97,559 ล้านบาท ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2561 นอกจากนี้ บริษัทโกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จะต้องทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมด (Tender Offer) ของบริษัท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 30.89% ของหุ้นที่ออกจำหน่ายที่ราคาเดียวกัน ซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 43,607 ล้านบาท
    หลังจากธุรกรรมเสร็จสิ้น บริษัทโกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ทั้งนี้ ตามเกณฑ์การจัดอันดับเครดิต Group Rating Methodology ของทริสเรทติ้งนั้น อันดับเครดิตของบริษัทโกลว์ พลังงาน จะถูกจำกัดด้วยอันดับเครดิตของบริษัทโกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่
    การประกาศเครดิตพินิจของบริษัทโกลว์พลังงานแนวโน้มเป็น "Developing" นั้น สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของสถานะทางเครดิตของบริษัท เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น อาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ทางธุรกิจและนโยบายการเงินของบริษัท นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งจะต้องประเมินอันดับเครดิตของบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ ตามเกณฑ์การจัดอันดับเครดิต Group Rating Methodology โดยทริสเรทติ้งจะพิจารณาทบทวนเครดิตพินิจอีกครั้ง เมื่อมีข้อมูลที่ครบถ้วนสำหรับการประเมินอันดับเครดิตของบริษัท
    
 
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด