ข่าวนี้ที่ 1

| 23 ธันวาคม 2559 | 17:05

 ส่งท้ายปี 59 ไม่มีWindow Dressing

    สัปดาห์สุดท้ายปี 59 โบรกฯฟันธงสิ้นปีนี้ไม่มี Window Dressing เหตุราคาหุ้นไทยสูงแล้ว คาดซื้อขายแผ่ว ต่างชาติชะลอลงทุนเข้าใกล้วันหยุดยาว แต่มีเม็ดเงินLTF ประคองดัชนี ขณะที่AU ปิดท้ายหุ้นไอพีโอปี 59  ไม่ทำให้นักลงทุนผิดหวังราคาชนซิลลิ่งที่ 13.50 บาท แจกผลตอบแทนถึง 200%  

***โบรกฯมองโค้งสุดท้ายปี 59 ต่างชาติชะลอลงทุน-มีLTFหนุน 
    นายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์  บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส  จำกัด (มหาชน) มองภาวะตลาดหุ้นสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นสัปดาห์สุดท้ายของปี 59 คาดว่าจะเคลื่อนไหวทางบวกอยู่ในกรอบแนวรับ 1,500 จุด และแนวต้านที่ 1,520 - 1,530 จุด เนื่องจากมองว่าปริมาณการขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติจะลดลงจากการเข้าใกล้เข้าสู่ช่วงหยุดยาว ส่งผลให้เม็ดเงินจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว(LTF) เข้ามาหนุนตลาดได้มากขึ้น แต่ประเมินว่าจะไม่ส่งผลให้ตลาดปรับขึ้นสูงมาก เนื่องจากเม็ดเงิน LTF เข้าสู่ตลาดในช่วงที่ผ่านมาไปแล้วจำนวนมากในช่วงเดือนก.ย.-ต.ค.
    นอกจากนี้ปัจจัยลบต่างๆ คลี่คลายลงไปแล้วจึงไม่น่าจะมีอะไรเข้ามากระทบต่อตลาด ทั้งนี้การทำราคาในช่วงสิ้นปี (Window Dressing) ไม่น่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ เนื่องจากตลาดหุ้นได้ปรับตัวขึ้นสูงมากแล้ว ทำให้ไม่จำเป็นต้องทำราคาอีก 
    สำหรับกลยุทธ์ในสัปดาห์หน้า หากนักลงทุนต้องการขายหุ้นที่มี แนะนำให้ขายในสัปดาห์หน้าเนื่องจากคาดว่าตลาดจะได้รับแรงหนุนจาก LTF เข้ามา หรือแนะนำเก็บหุ้นในกลุ่มค้าปลีก และกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นกลุ่มที่รัฐจำเป็นต้องกระตุ้นเพื่อให้เศรษฐกิจในปีหน้าเติบโต
    
***ซื้อขายแผ่วต่างชาติหยุดช่วงคริสต์มาส 
    นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า  ตลาดต่างประเทศ ทั้งสหรัฐฯและยุโรป ซื้อขายในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของปีแบบไม่ค่อยดีนัก น่าจะเป็นเพราะรับรู้ปัจจัยสำคัญๆ ที่มากันครบแล้ว อีกทั้ง volume การซื้อขายเบาบางลง และต้นสัปดาห์หน้าจะเป็นวันคริสต์คริสมาสต์อีกด้วย ยิ่งจะทำให้ตลาดหุ้นวันนี้ ของเอเชียดูแผ่วตามกันไป
    ทิศทางตลาดหุ้นยังไม่เห็นปัจจัยบวกที่จะเข้ามาเปลี่ยนทิศทางตลาดได้ และการซื้อขายเบาบางลง จะยิ่งทำให้ดัชนีฯผันผวนได้มาก ข่าวที่เห็นส่วนใหญ่เป็นข่าวเฉพาะกลุ่มมากกว่า ส่วนหุ้นขนาดใหญ่นั้น แรงซื้อจะหายไปจากความกังวลหรือแรงขายของนักลงทุนต่างประเทศ
    กลยุทธ์การลงทุนนั้น การเคลื่อนไหวของดัชนีฯที่เป็น sideway อีกทั้งตลาดขาดข่าวบวกใหม่ๆ ที่จะเข้ามากระตุ้นให้นักลงทุนเข้ามาซื้อหุ้น นักลงทุนจึงอาจทำอะไรไม่ได้มากนัก และเหมาะกับการเก็งกำไรช่วงสั้นๆมากกว่า  โดยหุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุน อาทิ TISCO, PTTEP ,TACC , CHO , BCH 

***AU หุ้นไอพีโอปิดท้ายปี 59 ราคาชนซิลลิ่ง
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  หุ้นบริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ AU ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)  เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 59เป็นวันแรก นับเป็นหุ้นไอพีโอส่งท้ายปี 59 และไม่ทำให้นักลงทุนผิดหวัง เปิดตลาดที่ 11.50 บาท จากราคา IPO ที่ 4.50 บ. สูงกว่าจอง 155.56% หลังจากนั้นราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยตลอด จนในช่วงบ่ายของการซื้อขายพุ่งขึ้นชนซิลลิ่งที่ระดับ 13.50 บาท และปิดที่ระดับดังกล่าว คิดเป็นผลตอบแทน 200% 
    หุ้น  AU ถือว่าเป็นหุ้นที่เปิดซื้อขายวันแรกสูงสุดของปีนี้  โดยทำราคาสูงขึ้นถึง 155%  จากราคา IPO ทำให้ P/E ปัจจุบัน เพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 100 เท่า จากก่อนหน้าอยู่ที่ 37 เท่า 
    นาย แม่ทัพ ต.สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ ของAU กล่าวว่า รู้สึกตกใจกับเทรดวันแรก ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงคาดเกิด น่าจะเป็นผลจากนักลงทุนเข้าใจธุรกิจของบริษัท และแนวโน้มการเติบโตที่ดี จึงทำให้นักลงทุนมั่นใจเข้ามาลงทุน 
    บริษัทคาดว่ารายได้ปี 60 จะเติบโต 40% จากปีนี้ เนื่องจากมีแผนเปิดสาขาใหม่ 5-7 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และ ต่างจังหวัด  พร้อมกับการเพิ่มรายการสินค้าใหม่  โดยตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit margin )ที่ 30% และ อัตรากำไรสุทธิ (Net profit margin) ที่ 17% จากการควบคุมค่าใช้จ่าย
    สำหรับเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 734 ล้านบาท จะใช้รองรับการขยายธุรกิจของบริษัทได้ 3 ปี โดยปี 2560 มีแผนใช้งบลงทุนรวมจำนวน 200 ล้านบาท แบ่งเป็น ใช้ขยายกำลังการผลิต 40% สร้างอาคารสำนักงาน ศูนย์ฝึกอบรมพนักงาน 30% เปิดสาขาใหม่ 15% และอีก 15% ลงทุนปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานให้ทันสมัย และที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาเปิดสาขาในต่างประเทศแถบเอเชีย  อย่างไรก็ตาม ปีหน้า จะยังไม่เห็นการเปิดสาขาต่างประเทศเพราะต้องใช้เวลา

***ชี้ IPO ตลาด mai ปีนี้หลากหลาย แต่จำนวนบริษัทใกล้เคียงเดิม เหตุอุตฯยังจำกัด
    นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บรรยกาศของหุ้น IPO ในตลาด เอ็ม เอ ไอ(mai) ปีนี้ความคึกคักใกล้เคียงกับปีก่อน โดยมีหุ้นที่เข้าตลาด mai ทั้งหมด 13 บริษัท มูลค่ามาร์เก็ตแคปใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 2.19 หมื่นล้านบาท
    แต่ในแง่ของประเภทธุรกิจที่เข้าซื้อขาย ค่อนข้างหลากหลายมากขึ้น เช่น บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA ซึ่งเป็นหุ้นที่ดำเนินธุรกิจเรือขนส่งของเหลวรายแรกในตลาด mai แสดงให้ถึงความต้องการใช้ช่องทางในการระดมทุนมากขึ้น และคาดว่าในอนาคตจะมีความหลากหลายมากขึ้นอีก
    สำหรับหุ้นที่เข้าระดมทุนในตลาด mai ในปี 60 คาดว่าจะมีหุ้นเข้าระดมทุนอยู่ที่ 15 บริษัท คิดเป็นมาร์เก็ตแคป 2.1 หมื่นล้านบาทใกล้เคียงกับปีนี้ เนื่องจากความสามารถของอุตสาหกรรมในการนำหุ้นเข้าตลาดยังมีจำกัดอยู่ แม้จะมีบริษัทที่ต้องการเข้าตลาดอยู่เป็นจำนวนมาก 
    
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด