บทบรรณาธิการ

| 11 สิงหาคม 2560

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

EARTH ที่โคตรจะ Hurt

                สุดๆ ไปเลยจริงๆ สำหรับหุ้น EARTH ที่ตอนนี้กลายเป็นหุ้นโลกที่สะบักสะบอมเหลือเกิน  เพราะสารพันปัญหารุมเร้า ทั้งเรื่องการขาดสภาพคล่องอย่างหนัก จนทำให้ผิดนัดชำระหนี้ แถมล่าสุดยังมีหนี้ก้อนโตโผล่มาอีก 2.6 หมื่นล้าน และตอนนี้ถูกสำนักงาน ก.ล.ต. ไล่บี้ให้ส่งรายละเอียดข้อมูลภายใน 5 วัน ซึ่งยังไม่รู้ว่าบริษัทจะชี้แจงได้ตรงใจ ก.ล.ต. หรือไม่ และนี่ยังไม่รวมประเด็นล่าสุด เรื่องการฟ้องร้องอีก โดยเฉพาะกรณีการยื่นฟ้องธนาคารธนชาต 60000 ล้านบาท ว่าเอาความลับไปเปิดเผย จนเป็นเหตุให้ถูกระงับเงินฝาก ส่งผลทำให้ EARTH สูญเสียโอกาสทางธุรกิจ จนไม่สามารถดำเนินการได้ต่อ  

                 จะว่าไปแล้ว เรื่องของ EARTH น่าจะจบไปแล้ว หลังจากบริษัทยื่นขอฟื้นฟูกิจการเนื่องจากขาดสภาพคล่องทางการเงิน มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ใครๆก็รู้ว่าผลการดำเนินงานของบริษัทไม่ได้ขี้ริ้ว ขี้เหร่ แต่อย่างใด แต่แล้วจู่ๆ ฟ้าก็ผ่ากลางแดดเปรี้ยงๆ เมื่อบริษัทผิดนัดชำระตั๋วบีอีครั้งแรก จนนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้ครั้งต่อๆ ไปอย่างต่อเนื่อง เพราะธนาคารเจ้าหนี้ไม่ยอมปล่อยสินเชื่อให้อีก หนำซ้ำเรื่องขอฟื้นฟูฯ ของ EARTH ไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะยังต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ ติดตาม จากก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ อย่างที่เราได้รับข่าวมาตลอดนั่นเอง
                  และจากนี้ต่อไป EARTH จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบอีกมากมาย เพราะในฐานะที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ขั้นตอนทุกอย่างต้องชัดเจน การเปิดเผยข้อมูลต้องโปร่งใส ไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้ง่าย และผู้บริหารของ EARTH ก็จะต้องแสดงความตั้งใจ จริงใจในการแก้ปัญหาผลการดำเนินงานให้ลุล่วง โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท และยอมรับว่าส่วนหนึ่งที่ EARTH ต้องเข้ามาสู่กระบวนการนี้ เป็นเพราะการบริหารที่ผิดพลาดหรือไม่ อย่างไร ไม่ใช่บอกว่าไม่ได้บริหารผิดพลาด เพียงแต่บริษัทขาดสภาพคล่องต่างหาก แล้วมันจะต่างกันตรงไหน เพราะการที่ขาดสภาพคล่องนั้น ไม่ได้เกิดจาการบริหารงานหรืออย่างไร 

                   การเปิดแถลงข่าวฟ้องร้องธนาคารธนชาตจึงเป็นเรื่องที่ปลายเหตุไปแล้ว ไม่ใช่เพราะศาลสั่งธนชาตอายัดเงินฝากจนนำไปสู่การทำธุรกิจไม่ได้เสียเมื่อไหร่ แต่สถานการณ์ก่อนหน้า จนถึงปัจจุบันของบริษัทน่าจะมีปัญหาอยู่ก่อนแล้ว จากการผิดนัดชำระหนี้ให้เห็น ส่วนที่ผู้บริหารแถลงน้อยใจเจ้าหนี้รายใหญ่อย่างธนาคารกรุงไทย หรือ KTB ว่าด่วนตัดสินใจให้หนี้ของบริษัทเป็น NPLนั้น  ก็ต้องถามว่าก่อนหน้านั้นบริษัทแสดงความจริงใจในการชำระหนี้กับ KTB มากน้อยแค่ไหน เพราะอย่าลืมว่า KTB ในฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ มีกระทรวงการคลัง หรือรัฐฯ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มีธนาคารแห่งประเทศไทยหรือ ธปท. ดูแลและยังเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วยนั้นการจะดำเนินการอะไรก็ตามต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ หากปล่อยปละละเลยก็จะทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นได้ ซึ่งแบงก์จำเป็นต้องคำนึงถึงมากกว่า 

                   เพราะฉะนั้น EARTH ควรตั้งสติและย้อนกลับมามองที่ตัวเองก่อนเป็นลำดับแรกดีกว่า ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นมาจากใคร จากอะไร และจุดเริ่มต้นจากตรงไหน ไม่ใช่โทษว่าแบงก์ไม่ปล่อยกู้ แบงก์อายัดเงิน จนนำไปสู่ความเสียหาย เพราะถ้าถามไปที่ผู้ถือหุ้น EARTH แล้ว พวกเขาอาจจะบอกว่าฝ่ายที่เสียหายมากที่สุดน่าจะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทมากกว่า ..... 

                   ความหวังของ EARTHยังมี แม้แต่ตอนนี้จะโคตร Hurt แต่บริษัทก็ยังไม่ได้เจ๊ง การทำธุรกิจยังเดินหน้าได้  หากก้มหน้า ก้มตาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้ค่อยๆ ฟื้นกลับมาได้ แม้อาจจะใช้เวลาบ้างแต่ก็ยังมีโอกาสกลับมาลืมตาอ้าปากได้อยู่  ตั้งสติ ก่อนสตาร์ท รับรองว่าโลกยังไม่แตก แม้จะร้าวไปไหนถึงไหนแล้วก็เถอะ ....  


RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh