บทบรรณาธิการ

| 19 พฤษภาคม 2560

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

EARTH เกือบจะกลายเป็น EARTHQUAKE

              ช่วง1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาสำหรับความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นบ้านเรา คงไม่มีอะไรน่าสนใจเท่ากับหุ้นของบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) หรือ EARTH อีกแล้ว หลังจากอยู่ดีๆ หุ้นก็ดิ่งฟลอร์ 2 วันติด  

                ส่งผลให้ราคาหุ้นจาก 4.20 บาท ลงมาที่ 1.98 บาท มาร์เก็ตแคปในช่วงนั้น หายวับไปกับตา 7.8 พันล้านบาทเหลือ 7,000 ล้านบาท จาก 14,851 ล้านบาท ประมาณใครไม่รู้ คงตกใจว่านักลงทุนขายหุ้นยังกะบริษัทจะปิดกิจการ แต่จริงๆ หาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะราคาหุ้นที่ลดลงอย่างหนัก หลักๆ ก็มาจากแรงฟอร์ซเซลหรือบังคับขาย ทั้งตลาดหุ้น และตลาด Futures เพราะมีการเก็งข่าวล่วงหน้าว่าผลงานไตรมาสแรกของ EARTH จะไม่ดีนัก ทั้งเรื่องขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งเรื่องราคาถ่านหินขาลง    
                 ซึ่งก็เป็นไปตามคาด เพราะ EARTH พลิกขาดทุนในไตรมาสแรก 68.93 ล้านบาท จากกำไร 111 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งผลขาดทุนก็มาจากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่นักลงทุนเก็งกันออกมาเช่นกัน เรียกว่าเป๊ะเว่อร์ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเมื่อราคาหุ้น EARTH ดิ่งเหวขนาดนั้น อีกทั้งหุ้นที่ถูกฟอร์ซก็มาจากหุ้นผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 กลุ่มตระกูล "คำดี-พิหเคนทร์" เพราะยอมรับใช้บัญชีมาร์จิ้นในการซื้อหุ้น ซึ่งเมื่อราคาลงแรงไปอยู่ในจุดที่ต้อง Trigger แต่ไม่ได้ใส่หลักประกันเพิ่มเติมก็เลยถูกฟอร์ซเซลไปตามระเบียบ ดีที่ผู้บริหารยังไวตัวทัน ออกโรงชี้แจง จึงสยบความรุนแรงของราคาหุ้น ไม่ให้มีฟลอร์ 3 ฟลอร์ 4  ไม่ยังงั้น มีหวังผู้ถือหุ้นคงได้กุมขมับกันยาวไป ซึ่งตอนนี้ราคาหุ้น EARTH ก็เริ่มกลับเข้าภาวะปกติ ขณะที่แรงฟอร์ซเซลก็เสด็จน้ำไปเรียบร้อยแล้ว                      จะว่าไปแล้ว เคสแนวๆ นี้ ไม่ใช่ไม่เคยเกิดขึ้นมา หลายต่อหลายครั้งที่นักลงทุนบ้านเราฉวยโอกาสทำกำไร จากตลาด Futures หรือ TFEX เพราะสามารถเข้าทำสัญาซื้อขาย กะเก็งไว้ล่วงหน้าได้ก่อน ซึ่งไม่ได้ใช้กับหุ้น EARTH เพียงตัวเดียว หุ้นตัวอื่นๆ ก็เช่นกัน หากมีข่าว มีสตอรี่ให้เล่น ให้เก็งกำไรก็ทำกันทั้งนั้น เพียงแต่กรณีของ EARTH อาจจะมาถูกที่ ถูกจังหวะ ในช่วงที่บริษัทกำลังประกาศงบฯ เรื่องของอินไซด์ เรื่องการฉวยโอกาสหาช่องทางแบบนี้จึงเกิดเป็นประเด็นตั้งข้อสังเกตุขึ้นมา  

                   "ดังนั้นกรณีแบบหุ้น EARTH อาจจะเกิดขึ้นได้อีกกับหุ้นตัวอื่นๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด" 

                  การลงทุนในตลาดหุ้นมีความเสี่ยงตลอดเวลา ใครจะกระโจนเข้าไปต้องรู้ และที่สำคัญต้องศึกษาให้เข้าใจ เพื่อไม่ให้ตัวเองได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกันพื้นฐานราคาหุ้นแต่ละตัวจะเป็นอย่างไร การบริหารงานของผู้บริหารบริษัทก็มีส่วนในการตัดสินใจของนักลงทุนด้วยเช่นกัน และที่แน่ๆ ผู้บริหารทุกคนต้องมีธรรมาภิบาล ความจริงใจต่อผู้ถือหุ้น ต่อตัวเอง ต่อบริษัท และต่อนักลงทุนในตลาดฯ 

                  เพราะลำพังจะให้หน่วยงานกำกับดูแลเข้ามาจัดการคงไม่ทันการณ์ ดังนั้นกรณีเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อราคาหุ้น ต่อบริษัทผู้บริหารควรจริงใจที่จะชี้แจงเพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด นอกนั้นก็ให้เป็นเรื่องของกลไกตลาด 


RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh